การจัดอันดับ 50 สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด ประจำปี 2021 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Global
  • World >
  • การจัดอันดับ 50 สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด ประจำปี 2021

การจัดอันดับ 50 สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด ประจำปี 2021

Forbes Thailand / Admin
16 May 2021 | 5:12 pm 3471

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้อุตสาหกรรมกีฬาโกลาหลพอสมควร แต่บรรดามหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้าของสโมสรเกมรุกการทำเงินยังเดินหน้า และเมื่อดูจากค่าเฉลี่ยของสโมสรกีฬาระดับโลก จากการจัดอันดับ 50 สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด ประจำปี 2021 ที่มีมูลค่ารวมกันพุ่งทะยานร้อยละ 9.9 ที่ 3.4 พันล้านเหรียญฯ

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมาถือเป็นเรื่องยากลำบาก สำหรับรายการกีฬาชั้นนำและกลุ่ม สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด ที่ฤดูกาลการแข่งขันต้องตัดจบให้เร็ว บางทัวร์นาเมนต์การแข่งขันถูกยกเลิก บรรยากาศสเตเดี้ยมที่ว่างเปล่าไร้ผู้ชมของรายการแข่งขันยอดนิยมสุดฮิตอย่าง เบสบอล เมเจอร์ลีกของสหรัฐฯ หรือ รายการแข่งขันฟุตบอลชั้นนำอื่นๆ

Super Bowl รายการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลที่เคยครองใจคนทุกวัยกลับไม่รับความนิยมอย่างที่เคยเป็น ยอดผู้ชมผ่านจอทีวีลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่ช่วงมีนาคมที่ผ่านมา รายการแข่งบาสเกตบอล the NCAA’s March Madness ที่รวบรวมนักกีฬาบาสเกตบอลชั้นนำระดับมหาวิทยาลัยเหมือนจะได้รับความนิยม แต่เมื่อขาด 4 ทีมดังที่ไม่เข้าร่วมการแข่งขันอันเนื่องจากความกังวลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ความนิยมของรายการขวัญใจวัยทีนก็ลดลงตามลำดับ

ด้าน สโมสรฟุตบอลยุโรป สถานะการเงินที่ล่อแหลมของสโมสรฟุตบอล Barcelona หนึ่งในสโมสรที่ยิ่งใหญ่ของยุโรปยังคงเป็นเรื่องที่พูดถึงในวงการกีฬา ขณะที่ Barcelona ยังเป็น 1 ใน 12 ทีมฟุตบอลชั้นนำที่รวมตัวปั้นรายการการแข่งขัน “Super League” เพื่อหาสปอนเซอร์ให้กลุ่มทีมชั้นนำ แน่นอนว่ามีทั้งกระแสตอบรับและคัดค้าน อุตสาหกรรมกีฬาในตอนนี้ยังคงติดแหงกกับความพยายามในการสร้างความนิยมอีกครั้ง หลังถูกชัดดาวน์จากสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วยุโรป

รวมไปถึงการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงโตเกียวเองก็ยังไม่มีความชัดเจน อาจจะเลื่อนออกไปอีกปีก็เป็นได้ สถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้ไม่สามารถจัดงานแข่งขันได้จึงเป็นเป็นเรื่องเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่งให้กับบรรดาเจ้าของสโมสรและผู้บริหารแฟรนไชส์เป็นอย่างยิ่ง

สำหรับ “การจัดอันดับ 50 สโมสรมูลค่าสูงสุดของโลก ประจำปี 2021” ค่าเฉลี่ยของทั้ง 50 สโมสรเพิ่มขึ้นร้อยละ 9.9 ที่มูลค่ารวม 3.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 จาก 5 ปีที่ผ่านมา

เป็นอีกครั้งที่ Dallas Cowboys ทีมอเมริกันฟุตบอล ยังครองอันดับที่ 1 ด้วยมูลค่าทีมที่ 5.7 พันล้านเหรียญฯ ตามมาด้วย New York Yankees ที่มูลค่าทีม 5.25 พันล้านเหรียญฯ ขณะที่ New York Knicks ทีมจากรายการแข่งขัน NBA ไต่อันดับสู่ที่ 3

ด้านสโมสรฟุตบอลจากสเปน Barcelona และ Real Madrid มีมูลค่าทีมราว 4.7 พันล้านเหรียญฯ ดันให้สองสโมสรจากวงการบาสเกตบอล สหรัฐฯ Los Angeles Lakers และ Golden State Warriors หลุดจากรายชื่อ 5 อันดับแรก

Jerry Jones มหาเศรษฐีเจ้าของสโมสร Dallas Cowboys

ไม่ใช่แค่ผลการแข่งขันของแต่เกมที่มอบแค่ชัยชนะมาสู่สโมสรและเจ้าของสโมสรที่ลงเงินเท่านั้น แต่การชนะเลิศการแข่งขันและถ้วยรางวัลต่างๆ ถือเป็นเกียรติประวัติอันทรงคุณค่าของคุณในวงการนี้ Jerry Jones หนึ่งในมหาเศรษฐีเจ้าของสโมสร Dallas Cowboys ที่เขาซื้อกิจการเมื่อปี 1989 ด้วยจำนวนเงิน 150 ล้านเหรียญฯ และเพิ่มมูลค่าตั๋วเข้าชม พร้อมๆ ไปกับการเปลี่ยนทีมอเมริกันฟุตบอลแห่งนี้ให้ทันสมัย มีที่นั่งรองรับสำหรับแฟนคลับผู้มั่งคั่ง รวมทั้งทำสัญญาข้อตกลงกับทางผู้จัดการแข่งขัน NFL ที่เกี่ยวข้องสินค้าลิขสิทธิ์

โดย Jerry Jones ยังมีความสนใจและลงทุนแพลตฟอร์มอี-สปอร์ต เพื่อสร้างและสนับสนุนนักกีฬาอี-สปอร์ต รุ่นใหม่ โดยในฤดูกาล 2019 Dallas Cowboys สร้างกำไรที่ 425 ล้านเหรียญฯ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 980 ล้านเหรียญฯ

ตัวเลขมูลค่าทรัพย์สินของทีมเบสบอล New York Yankees คงชื่นใจไม่น้อยกับครอบครัว Steinbrenner ที่พวกเขาซื้อด้วยเงิน 8.8 ล้านเหรียญฯ เมื่อปี 1973 ก่อนนำไปจดทะเบียนบริษัทในนาม Yankee Global Enterprises และเข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน YES สถานีถ่ายทอดรายการกีฬา

สำหรับ 50 รายชื่อในปีนี้หลักๆ มาจากสี่ประเภทกีฬาได้แก่ อเมริกันฟุตบอล 26 ทีม, บาสเกตบอล (9 ทีม) ฟุตบอล (9) และเบสบอล (6 ทีม) โดยสโมสรทั้งหมดต่างขับเคลื่อนรายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดเป็นรายได้หลักของทั้ง 50 สโมสร โดย Premier League ถือเป็นรายการแข่งขันที่ประสบความสำเร็จ รายได้จากลิขสิทธิ์การถ่ายทอดภายในประเทศต่อปีอยู่ที่มูลค่า 2.18 พันล้านเหรียญฯ โดยการจัดอันดับในปีนี้มี 5 สโมสรที่ติดอยู่ในรายชื่อ

สำหรับรายการแข่งขันยอดนิยมของสหรัฐฯ​ หลายๆ รายการน่าจะพอยิ้มได้เหนือสถานการณ์ที่เป็นอยู่ รายการแข่งขันยอดนิยม NFL เพิ่มต่อสัญญาลิขสิทธิ์ทางการถ่ายทอดทางทีวีด้วยจำนวนเงิน 1.03 หมื่นล้านเหรียญฯ และจะเริ่มต้นสัญญาใหม่ในปี 2023 โดยค่าลิขสิทธิ์ดังกล่าว ซึ่งเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นจากข้อตกลงเดิมถึงร้อยละ 80

รายการแข่งขันเบสบอล MLB จะได้รับเงินราว 1.84 พันล้านเหรียญฯ ต่อปี จากช่องสื่อระดับประเทศในฤดูการแข่งขันถัดไป เพิ่มขึ้นร้อยละ 19 ขณะที่รายการแข่งขันบาสเกตบอล NBA จะได้รับรับเงินราว 2.6 พันล้านเหรียญฯ ต่อปี จนกระทั่ง ฤดูกาล 2024-25

ขณะที่รายการฮอกกี้น้ำแข็ง NHL สื่อท้องถิ่นคาดการณ์ว่าจะได้รับเงินราว 625 ล้านเหรียญฯ ต่อปีในฤดูกาล 2021-2022 ไม่มีทีมใดในลีกการแข่งขัน NHL ติดในรายชื่อ 50 อันดับแรก ทั้งนี้ทุกลีกในสหรัฐฯ ได้แบ่งสัดส่วนรายได้เท่าๆ กันระหว่างลีกและผู้ได้รับสิทธิ์ถือแฟรนไชส์

สำหรับสถานการณ์สโมสรชั้นนำของยุโรปก็มีความเคลื่อนไหวสำคัญ นั่นคือการจัดตั้ง “Super League” หลังจากบรรดาเจ้าของสโมสรชั้นนำ 12 แห่ง ตั้งใจที่จะจัดรายการแข่งขันในทุกๆ ฤดูกาลแข่งขัน จากข้อตกลงร่วมกันดังกล่าวจะทำให้สโมสรทั้ง 12 แห่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้น จากรายการแข่งขัน Super League ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 1.27 หมื่นล้านเหรียญฯ และหากเป็นเช่นนั้น Forbes วิเคราะห์ว่า สโมสร Barcelona จะมีมูลค่าแซงหน้า Dallas Cowboys ทีมอเมริกันฟุตบอลที่ครองทีมมูลค่าสูงสุด 6 ปีซ้อนเลยทีเดียว

ความเคลื่อนไหวในกลุ่มระดับชั้นนำ ในปีนี้เรามี 6 ทีมชั้นนำของโลกที่สามารถเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินเป็นเท่าตัวภายใน 5 ปี ได้แก่ สโมสร Paris Saint-Germain จากฝรั่งเศส (เพิ่มขึ้น 207%) สโมสร Liverpool (เพิ่มขึ้น 165%) และ Manchester City เพิ่มขึ้น (108%) ด้านทีมอเมริกันฟุตบอล ได้แก่ Los Angeles Rams (เพิ่มขึ้น 176%), the Golden State Warriors (เพิ่มขึ้น 147%) and the Las Vegas Raiders (เพิ่มขึ้น 117%) รายได้ที่เพิ่มขึ้นต้องขอบคุณการขยายและปรับปรุงสเตเดี้ยมการแข่งขันที่มีส่วนเป็นอย่างมาก

สำหรับทีมที่เพิ่มสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านทีมที่มากที่สุดจากการจัดอันดับเมื่อปีที่ผ่านมาได้แก่ ทีมอเมริกันฟุตบอล New York Jets, Philadelphia Eagles และ Seattle Seahawks เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 11 จากการจัดอันดับในปีที่ผ่านมา

พบ 10 อันดับแรกจาก การจัดอันดับ 50 สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด ประจำปี 2021

"สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด"

อันดับที่ 1
Dallas Cowboys (NFL)

มูลค่าทีม: 5.7 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี: 43%
เจ้าของ: Jerry Jones
ปีที่ซื้อกิจการ: 1989
มูลค่าที่ซื้อ: 159 ล้านเหรียญฯ

 

อันดับที่ 2
New York Yankees (MLB)

มูลค่าทีม: 5.25 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี: 54%
เจ้าของ: Steinbrenner family
ปีที่ซื้อกิจการ: 1973
มูลค่าที่ซื้อ: 8.8 ล้านเหรียญฯ


อันดับที่ 3
New York Knicks (NBA)

มูลค่าทีม: 5 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  67%
เจ้าของ: Madison Square Garden Sports
ปีที่ซื้อกิจการ: 1997
มูลค่าที่ซื้อ: 300 ล้านเหรียญฯ

 

อันดับที่ 4
Barcelona (Soccer)

มูลค่าทีม: 4.76 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  34%
เจ้าของ: สมาชิกสโมสร
ปีที่ซื้อกิจการ: ไม่พบ
มูลค่าที่ซื้อ: ไม่พบ

 

"สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด"

อันดับที่ 5
Real Madrid (Soccer)

มูลค่าทีม: 4.75 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  30%
เจ้าของ: สมาชิกสโมสร
ปีที่ซื้อกิจการ: ไม่พบ
มูลค่าที่ซื้อ: ไม่พบ

 

อันดับที่ 6
Golden State Warriors (NBA)

มูลค่าทีม: 4.7 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  147%
เจ้าของ: Joe Lacob, Peter Gruber
ปีที่ซื้อกิจการ: 2010
มูลค่าที่ซื้อ: 450 ล้านเหรียญฯ

 

อันดับที่ 7
Los Angeles Lakers (NBA)

มูลค่าทีม: 4.6 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  70%
เจ้าของ: Jerry Buss Family Trusts, Philip Anschutz
ปีที่ซื้อกิจการ: 1979, 1998
มูลค่าที่ซื้อ: 20 ล้านเหรียญฯ, 268 ล้านเหรียญฯ

 

อันดับที่ 8
New England Patriots (NFL)

มูลค่าทีม: 4.4 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  38%
เจ้าของ: Robert Kraft
ปีที่ซื้อกิจการ: 1994
มูลค่าที่ซื้อ: 172 ล้านเหรียญฯ

 

อันดับที่ 9
New York Giants (NFL)

มูลค่าทีม: 4.3 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  54%
เจ้าของ: John Mara, Steven Tisch
ปีที่ซื้อกิจการ: 1925, 1991
มูลค่าที่ซื้อ: 500 เหรียญฯ,  150 ล้านเหรียญฯ

 

"สโมสรกีฬามูลค่าสูงสุด"

อันดับที่ 10
Bayern Munich (Soccer)

มูลค่าทีม: 4.21 พันล้านเหรียญฯ
มูลค่าการเปลี่ยนแปลงภายใน 5 ปี:  57%
เจ้าของ: สมาชิกสโมสร
ปีที่ซื้อกิจการ: ไม่พบ
มูลค่าที่ซื้อ: ไม่พบ

 

แปลและเรียบเรียงใหม่จากบทความ World’s Most Valuable Sports Teams 2021 โดย Mike Ozanian, Forbes Staff ที่เผยแพร่บน forbes.com


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP