30 Under 30 หมอเลือดใหม่สู้โรคร้ายด้วย นวัตกรรมทางการแพทย์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Europe
  • World >
  • 30 Under 30 หมอเลือดใหม่สู้โรคร้ายด้วย นวัตกรรมทางการแพทย์

30 Under 30 หมอเลือดใหม่สู้โรคร้ายด้วย นวัตกรรมทางการแพทย์

Forbes Thailand / Admin
06 Aug 2020 | 11:03 am 606

รู้จักหมอเลือดใหม่สู้โรคร้ายด้วย นวัตกรรมทางการแพทย์ ไปกับ Forbes 30 Under 30 และคำอธิบายไม่เกิน 30 คำ

 


Alpha Lee
อายุ 25
ผู้นำกลุ่ม University of Cambridge

อาศัยความเชี่ยวชาญด้านการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) ของตนเอง Lee ร่วมก่อตั้งองค์การระดับนานาชาติที่ไม่แสวงหาผลกำไรอย่าง PostEra ขึ้น เพื่อคิดค้นยารักษาโรคโควิด-19 จนถึงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพวกเขาค้นพบสารประกอบระดับโมเลกุล 1,900 อย่าง ซึ่งน่าจะมีผลใช้ในการรักษาโรคร้ายนี้ได้

 


Catherine Freije
& Cameron Myhrvold
อายุ 28 และ 30
นักวิจัย BROAD INSTITUTE

นักวิจัยด้านไวรัสวิทยาประจำมหาวิทยาลัย Harvard ได้ใช้ CRISPR ในการตัดแต่งยีนเพื่อตรวจหา และกำจัดไวรัสต่างๆ ทั้งสองได้ตีพิมพ์รายงานการวิจัยเกือบ 30 ฉบับ (Cameron Myhrvold ผู้นี้เป็นบุตรชายของ Nathan Myhrvold นั่นเอง)

 


Janice Chen
& Lucas Harrington (ซ้าย และ ขวา)
อายุ 28 และ 29
ผู้ร่วมก่อตั้ง MAMMOTH BIOSCIENCES

ด้วยเงินลงทุน 68 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือวินิจฉัยโรคอย่าง CRISPR ทั้ง Chen, Harrington และ Trevor Martin ต่างก็มุ่งมั่นที่จะเอาชนะความท้าทายครั้งใหม่ในขณะนี้ นั่นก็คือการตรวจหาองค์ประกอบที่แน่ชัดของไวรัสโคโรนาได้อย่างฉับไว

 


Connall Laverty
อายุ 30
ผู้ก่อตั้ง WIA

ผู้ป่วยจากไวรัสโคโรนาเกือบ 1 ล้านคนทั่วโลก อาจจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจดังนั้น ผู้บริหารบริษัท “Internet of Things” แห่งหนึ่งอย่าง Laverty จึงได้ร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขาอาชีพกว่า 300 คน ในการสร้างแบบแปลนแบบโอเพ่นซอร์ส ซึ่งสามารถสั่งพิมพ์ในรูปแบบ 3 มิติได้

 


Swathi Iyengar
อายุ 30
เจ้าหน้าที่เทคนิค องค์กรอนามัยโลก

นักเศรษฐศาสตร์ด้านสาธารณสุขประจำองค์การอนามัยโลกอย่าง Iyenger ได้พัฒนา MedMon แอปใช้งานบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งสามารถแสดงแผนภาพของราคาและแหล่งจำหน่ายยารักษาโรคในประเทศต่างๆ กว่า 25 ประเทศ

 


Janel Nour-Omid
อายุ 27
ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอ VITALACY

การล้างมือเป็นสิ่งจำเป็นในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคร้าย Nour-Omid ระดมเงินทุนได้ 5 ล้านเหรียญเพื่อผลิตอุปกรณ์อัจฉริยะสำหรับสวมใส่เพื่อเตือนบุคลากรในวงการแพทย์ให้ล้างมือให้สะอาดหลังออกจากห้องผู้ป่วย

 


คลิกอ่านบทความชั้นนำจากทั่วโลกได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกรกฎาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

 

BACK TO TOP