10 อันดับมหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุดใน UK - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Europe
  • World >
  • 10 อันดับมหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุดใน UK

10 อันดับมหาวิทยาลัย ที่ดีที่สุดใน UK

Forbes Thailand / Admin
30 Dec 2019 | 10:18 am 6999

หากพูดถึงการเรียนต่อที่ต่างประเทศ “สหราชอาณาจักร” หรือ UK นับเป็นจุดหมายต้นๆ ในใจผู้ปกครองที่จะส่งบุตรหลานไปเรียนต่อ เพราะไม่เพียงได้ภาษาอังกฤษแบบต้นฉบับแล้ว ที่นี่ยังมีระบบการศึกษาที่ดี เข้มข้น อัดแน่นไปด้วยคุณภาพ

Forbes Life Thailand ขอแนะนำ 10 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดใน UK จากการจัดอันดับของ Times Higher Education 2019 หรือ THE ที่รวบรวมข้อมูลจาก HR consultancy Emerging ซึ่งวัดผลจากการเรียน การสอน การวิจัย การถ่ายทอดความรู้ และภาพลักษณ์มุมมองในระดับนานาชาติ

University of Oxford

1. University of Oxford

ตั้งอยู่ในเมือง Oxford เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ โดดเด่นในด้าน อักษรศาสตร์ มนุษยศาสตร์ กฎหมาย และงานวิจัย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีการแข่งขันสูง มีการเรียนการสอนที่เข้มข้น และได้รับการยอมรับจากทั่วโลก

Times Higher Education 2019 ให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของโลก ซึ่งมีนักศึกษาได้รับงานทันทีหลังจบถึง 97% ศิษย์เก่าของ OxFord กลายเป็นผู้นำระดับนานาชาติจำนวนมาก เป็นนายกรัฐมนตรีอังกฤษถึง 27 คน ได้รับรางวัลโนเบล 50 คน และได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิกถึง 120 คน

 

University of Cambridge

2. University of Cambridge

ตั้งอยู่ในเมือง Cambridge เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 2 ที่เก่าแก่ที่สุด ในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ จัดเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยกลุ่ม Golden Triangle เด่นในด้านหลักสูตรการเรียนภาษาอังกฤษ กฎหมาย และสาขาที่เกี่ยวข้องกับการวิจัยอย่างวิทยาศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ ทั้งยังเด่น ในเรื่องเทคนิคการเรียนการสอนที่เรียกว่า tutelage system เป็นการเรียน แบบเสวนากลุ่มเล็ก โต้ตอบระหว่างผู้เรียนและผู้สอน พร้อมผสานกับนวัตกรรมการเรียนการสอบแบบใหม่

Times Higher Education 2019 ให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 2 ของโลก ซึ่งมีศิษย์เก่าที่มีบทบาทสำคัญ ในองค์กรใหญ่และด้านการเมืองจำนวนมากกว่า 400 รายทั่วโลก

Imperial College London (ICL)

3. Imperial College London (ICL)

ตั้งอยู่ใน London ถือเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของอังกฤษ โดดเด่น ในด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ และธุรกิจ

Times Higher Education 2019 ได้จัดอันดับให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 9 ของโลก โดยเป็นจุดหมายปลายทางการศึกษาของนักศึกษา ผู้ประกอบการ หรือ ผู้ที่ต้องการสร้างความสัมพันธ์อันดี ทางธุรกิจในระดับนานาชาติ

University College London (UCL)

4. University College London (UCL)

ตั้งอยู่ใน London จัดเป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีความหลากหลายของสาขาวิชาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก มีชื่อเสียงในด้านแพทยศาสตร์ วรรณกรรม นิติศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ โดยเฉพาะ งานวิจัยที่มีคุณภาพ และรูปแบบการเรียนการสอนที่แตกต่างจากที่อื่นใน UK เนื่องจากเป็นการเรียนการสอนแบบบูรณาการความรู้จากหลากหลายสาขาวิชาเข้าด้วยกันคล้ายกับมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา โดยได้รับรางวัลโนเบล อันทรงเกียรติมาแล้วถึง 29 รางวัล

Times Higher Education 2019 จัดให้มหาวิทยาลัยแห่งนี้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 14 ของโลก

London School of Economics and Political Science (LSE)

5. London School of Economics and Political Science (LSE)

วิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่ง London เป็นสถาบันเฉพาะทางสายสังคมศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ และสังคมศาสตร์ โดยถือว่าดีที่สุดอันดับ 1 ของโลกในการเตรียม ความพร้อมนักศึกษาสู่สายอาชีพวารสารศาสตร์และสิ่งพิมพ์ และ ดีที่สุดอันดับ 2 ของโลกในสาขาวิชาสังคมศาสตร์และการจัดการ และ ดีที่สุดอันดับ 3 ของโลกในวิชาสื่อและ การสื่อสาร

Times Higher Education 2019 จัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 26 ของโลก ที่สำคัญ LSE ยังเป็น ที่ตั้งของห้องสมุดด้านสังคมศาสตร์ การเมือง และการปกครองที่ใหญ่ที่สุดในโลกด้วย

 

University of Edinburgh

6. University of Edinburgh

ตั้งอยู่ในเมือง Edinburgh ของสกอตแลนด์ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง ในด้านภาษาศาสตร์ (Linguistics) ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก รวมถึงยังเด่นด้านแพทยศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และธุรกิจ ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางด้านการสอนและการวิจัยของสกอตแลนด์ เพราะมีวิชาด้านการวิจัยมากมายถึง 135 สาขา

Times Higher Education 2019 จัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 29 ของโลก

 

King’s College London (KCL)

7. King’s College London (KCL)

ตั้งอยู่ใน London เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ในอังกฤษ มีความโดดเด่น ในด้านแพทยศาสตร์ มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ นิติศาสตร์ และการพัฒนา ระหว่างประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการทำวิจัย ซึ่งนักวิจัยเคยยกย่องให้ KCL เป็น “ผู้นำระดับโลก” เนื่องจาก ค้นพบโครงสร้างของ DNA ที่ซับซ้อน

Times Higher Education 2019 จัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 38 ของโลก

 

8. University of Manchester

ตั้งอยู่ที่เมือง Manchester มีจุดเด่นในด้านประวัติศาสตร์ ภาษาอังกฤษ การเมือง รัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มานุษยวิทยาสังคม รวมถึงพยาบาล-ศาสตร์ และสาขาวิชาพัฒนศึกษา ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันของมหาวิทยาลัยนี้ได้รับรางวัลโนเบลมาแล้ว กว่า 25 รางวัล

Times Higher Education 2019 จัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ 57 ของโลก

 

9. University of Bristol

ตั้งอยู่ที่เมือง Bristol มีชื่อเสียง ในด้านแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ถือเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติที่แท้จริง เพราะเต็มไปด้วยนักศึกษา และนักวิชาการจากหลากหลาย ประเทศทั่วโลก ที่สำคัญมีการเรียน การสอนแบบควบคู่ Combined Master’s ซึ่งจะได้รับปริญญาโทถึง 2 ใบหลังจบการศึกษาอีกด้วย รวมถึงนักศึกษาแต่ละคนจะมีติวเตอร์ส่วนตัวคอยให้คำปรึกษาเรื่องเรียนอยู่ตลอด ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีสาขาวิชาที่ หลากหลายและดูสนุกสนาน เช่น วิชาความสุข เป็นต้น มหาวิทยาลัยนี้มีศิษย์เก่าที่ได้รับรางวัลโนเบลมากถึง 13 คน

Times Higher Education 2019 จัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับ ที่ 78 ของโลก

10. University of Warwick

ตั้งอยู่ที่เมือง Coventry มีจุดแข็งในด้านภาษาอังกฤษและวรรณกรรม อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของศูนย์ศิลปศึกษา Warwick Art Centre จากการสำรวจโดย High Fliers Research พบว่านักศึกษาที่จบจาก Warwick เป็นที่ต้องการในตลาดงานเป็นอย่างมาก

Times Higher Education 2019 จัดให้เป็นมหาวิทยาลัยอันดับที่ 79 ของโลก

เรื่อง: ฐิตาภา ญาณพัฒน์

 


คลิกเพื่ออ่านบทความทางด้านการลงทุนได้ที่ Forbes Life แถมฟรีมาในนิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2019 ในรูป e-Magazine

 

BACK TO TOP