"กองทุน Aqua-Spark" กับการลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Europe
  • World >
  • “กองทุน Aqua-Spark” กับการลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

“กองทุน Aqua-Spark” กับการลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน

Forbes Thailand / Admin
16 Mar 2021 | 10:50 am 121

Amy Novogratz สร้าง กองทุน Aqua-Spark สู้กับเนื้องอกในสมองที่อาจคร่าชีวิตเธอเพื่อกลับมาสร้างกองทุนที่ลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนใหญ่ที่สุดในโลก

Amy Novogratz เชิญเกษตรกรเพาะสาหร่าย เจ้าของบ่อเพาะเลี้ยงหอยนางรม ผู้คิดค้นขนมขบเคี้ยวทำจากหนังปลาแซลมอนอบแห้ง เจ้าหน้าที่จัดซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค เจ้าของร้านอาหาร และผู้สื่อข่าว มาร่วมปาร์ตี้มื้อค่ำที่ลอฟต์ของเธอใน Manhattan ในปี 2019 ขณะที่แขกกำลังลิ้มรสปลาอาร์กติกชาร์ปรุงสุกด้วยน้ำร้อนกับหญ้าฝรั่น เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศแอร์ลูมและซอสพิสตาชิโอเพสโต เธอก็ลุกขึ้นอธิบายที่มาของปลานี้ นั่นคือ ฟาร์ม Matorka ในเมือง Grindavik ของไอซ์แลนด์ ซึ่งเลี้ยงปลาโดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะในบ่อบนบกที่ใช้พลังงานความร้อนใต้พิภพ

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2016 เมื่อกองทุน Aqua-Spark ของ Novogratz เริ่มลงทุน 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ กับฟาร์ม แห่งนี้ Matorka ยังผลิตปลาได้แค่ปีละ 50 ตัน แต่เมื่อถึงวันที่เธอจัดปาร์ตี้มื้อค่ำ ฟาร์มนี้ผลิตปลาขายได้ 3,000 ตันต่อปี ซึ่งลูกค้าก็รวมถึงเชฟชื่อดัง Nobu Matsuhisa และเว็บให้บริการส่งสินค้าอุปโภคบริโภคถึงบ้านของสหรัฐฯ FreshDirect

และเมื่อโควิดระบาดจนยอดขายปลาให้ลูกค้าร้านอาหารหดหาย Aqua-Spark ก็ช่วยเหลือ Matorka ด้วยการให้เงินกู้ระยะสั้น 750,000 เหรียญ “แบรนด์นี้กลับมากิจการดีอีกครั้ง” Novogratz รายงาน เธอมองว่าฟาร์มแห่งนี้จะมียอดขายโตขึ้นเป็น 6,000 ตัน ภายในปี 2022 ซึ่งถือเป็น “จุดที่กำลังดีสำหรับกิจการนี้ เพราะควบคุมการผลิตได้ รู้จักตลาด รู้จักลูกค้า และติดตามดูแลทุกอย่างได้จริง”

ทุกวันนี้ Novogratz วัย 45 ปีเองก็อยู่ในจุดที่ชีวิตกำลังดีเช่นกัน เมื่อ 10 ปีก่อน หมอวินิจฉัยว่าเธอเป็นเนื้องอกในสมองและอาจเสียชีวิตหลังจากผ่าตัดเสี่ยง 20 ชั่วโมงหมอก็ตัดเนื้องอกออกสำเร็จ แต่เธอยังมีปัญหาเรื่องการทรงตัวและการเคลื่อนไหว นี่ยังไม่นับที่เธอตาบอดข้างหนึ่งจากอุบัติเหตุตั้งแต่ยังเด็กด้วย

แต่วันนี้เธอกับสามี Mike Velings วัย 50 ปีร่วมกันบริหาร Aqua-Spark กองทุนสัญชาติเนเธอร์แลนด์ที่ลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งดึงเงินทุนมาได้ 148 ล้านเหรียญจากนักลงทุน 190 รายใน 29 ประเทศ ผู้ลงทุนเหล่านี้รวมถึงกองทุน ImpactAssets จากเขต Bethesda รัฐ Maryland ซึ่งเป็นกองทุนเพื่อการกุศลประเภท donor-advised fund (นำเงินของผู้บริจาคไปลงทุนช่วงหนึ่งในกิจการที่มีกำไรและสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อโลก แล้วในที่สุดก็จะนำเงินไปบริจาคให้องค์กรการกุศลที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน) และ Louis Dreyfus Company ยักษ์ใหญ่ด้านสินค้าโภคภัณฑ์ที่ควบคุมโดยมหาเศรษฐี Margarita Louis-Dreyfus

สำหรับตัว Novogratz เองก็มีเส้นสายไม่เบา เพราะ Jacqueline พี่สาวของเธอเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Acumen ซึ่งเป็นกองทุนที่บุกเบิกการลงทุนในกิจการเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อโลก และ Jacqueline แต่งงานกับ Chris Anderson ผู้บริหารสูงสุดของ TED Talks ส่วน Michael พี่ชายของ Novogratz ก็เป็นอดีตมหาเศรษฐีผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ ซึ่งเน้นการลงทุนแบบอิงเศรษฐกิจมหภาค แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นนักลงทุนรายสำคัญในสกุลเงินดิจิทัล

เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา บริษัท 19 แห่งในพอร์ตของ Aqua-Spark มีมูลค่าประเมินอยู่ที่ 180 ล้านเหรียญ และเมื่อปี 2019 กองทุนนี้แจ้งอัตราผลตอบแทนภายในสุทธิ(IRR) อยู่ที่ 21.75% ซึ่งถือว่าน่าประทับใจ โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขนี้หักค่าธรรมเนียมการจัดการรายปี 1% และกำไร 20% ที่ไหลเข้าบริษัทจัดการกองทุนเพื่อแสวงผลกำไรซึ่ง Novogratz และ Velings ถือหุ้น 60% (มูลนิธิของทั้งสองคนและกลุ่มพนักงานถือหุ้นอีก 40%) แม้จะเกิดโรคระบาด แต่ Novogratz คาดว่า IRR ในปีนี้จะเกิน 20% (นักลงทุนในสหรัฐฯ ที่ไม่ใช่รายย่อยสามารถเข้าซื้อกองทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 118,000 เหรียญ)

ถ้าวัดกันเป็นตัวเงินแบบง่ายๆ Aqua-Spark ถือเป็นเพียงปลาเล็กในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีมูลค่า 2.65 แสนล้านเหรียญทั่วโลก ซึ่งปัจจุบันผลิตอาหารทะเลกว่าครึ่งของทั้งหมดที่มนุษย์บริโภค แต่ถ้ามองในฐานะที่เป็นกองทุนแรกและใหญ่ที่สุดในโลก ที่อุทิศตนให้การลงทุนในธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะ ก็ถือว่ามีอิทธิพลมากเป็นพิเศษ

ตัวอย่างเช่น ในการลงทุนครั้งแรกเมื่อปี 2015 Aqua-Spark เทเงิน 3.4 ล้านเหรียญให้ Calysta สตาร์ทอัพจาก Silicon Valley ที่ผลิตปลาป่นสูตรใหม่ซึ่งใช้ทำอาหารสัตว์ Calysta นำจุลินทรีย์ที่ใช้ในการหมักซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการผลิตก๊าซธรรมชาติมาผลิตอาหารสัตว์สูตรทำจากปลา ซึ่งดีต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าอาหารสัตว์ที่ทำจากปลาหรือถั่วเหลืองแบบที่มีอยู่ในตลาด

เงินลงทุนของ Aqua-Spark ช่วยจ่ายค่าสร้างโรงงานผลิตนำร่อง แล้วโรงงานนี้ก็ช่วยให้ Calysta ระดมเงินทุนเพิ่มได้อีก 150 ล้านเหรียญ ซึ่งรวมถึงเงินจาก Cargill และ BP Ventures ปัจจุบัน Calysta กำลังสร้างโรงงาน 1 โรงในจีนที่ออกแบบมาเพื่อผลิตอาหารสัตว์ 20,000 ตันต่อปี และเป็นบริษัทที่อาจจะมาเปลี่ยนเกมในตลาดอาหารสัตว์ทำจากปลาซึ่งมีมูลค่า 4 หมื่นล้านเหรียญทั่วโลก “ตอนผมพบพวกเขา [Novogratz และ Velings] ผมบอกว่า เราอาจต้องใช้เวลา 10 ปี” Alan Shaw ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Calysta เล่า “พวกเขาเชื่อใจเราจริงๆ”

ทั้งสองเล็งเป้าหมายว่า ในที่สุด Aqua-Spark จะมีกิจการในพอร์ต 60-80 บริษัท ซึ่งมากกว่าจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบันเกิน 3 เท่า ตอนแรกพวกเขากังวลว่าจะมีบริษัทให้เข้าลงทุนได้ไม่มากพอ แต่ปัจจุบันนี้พวกเขามีบริษัทที่ติดตามอยู่อย่างกระตือรือร้นอย่างน้อย 1,550 แห่ง

แม้ร่างกายจะไม่อำนวย แต่ Novogratz ก็ทุ่มสุดตัวเพื่อค้นหาบริษัทที่น่าสนใจ เธอปีนบันไดลงจากเรือที่เวียดนามและเดินบนแท่นให้อาหารเหนือบ่อน้ำที่มีจระเข้ยั้วเยี้ยในโมซัมบิก “บางครั้งฉันก็ถอย แต่ส่วนใหญ่ฉันจะฮึดสู้”

แม้โรคระบาดในตอนนี้จะทำให้ทั้งคู่ต้องงดออกเยี่ยมชมฟาร์ม แต่ Novogratz กับ Velings ก็ไม่หวั่น พวกเขายังสอบทานธุรกิจจากทางไกลต่อไป “ทุกสิ่งที่เราผ่านมาจะดันให้เราเดินหน้าต่อไป” เธอกล่าว

อ่านเพิ่มเติม: Dave Baszucki นำ Roblox แพลตฟอร์มเกมออนไลน์เข้าระดมทุนใน NYSE


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP