Top Glove เลื่อนแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เหตุยอดขายทรุด-กำไรลด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • Top Glove เลื่อนแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เหตุยอดขายทรุด-กำไรลด

Top Glove เลื่อนแผนจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เหตุยอดขายทรุด-กำไรลด

Forbes Thailand / Admin
11 Mar 2022 | 3:00 pm 628

Top Glove ผู้ผลิตถุงมือยางรายใหญ่จากมาเลเซีย ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของมหาเศรษฐีพันล้าน Lim Wee Chai เลื่อนแผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หลังราคาสินค้าตกต่ำใกล้แตะระดับก่อนเกิดโรคระบาด

Lim Wee Chai

ท่ามกลางผลประกอบการที่ตกต่ำและความผันผวนในตลาดโลกหลังรัสเซียเปิดฉากบุกยูเครน Top Glove ตัดสินใจประกาศเลื่อนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (เป็นแห่งที่ 3 ถัดจากมาเลเซียและสิงคโปร์)

“จากสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภายในอุตสาหกรรมและสภาวะตลาดตราสารทุนในปัจจุบัน เราจึงตัดสินใจที่จะให้เวลาตัวเองมากขึ้นในการดำเนินการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง” บริษัทกล่าวในแถลงการณ์ “เราไม่ได้รีบร้อน การตัดสินใจของเราต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของประโยชน์ในระยะยาวของบริษัทและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่าย”

แม้ว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากความต้องการถุงมือยางที่พุ่งสูงขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาจากการระบาดของโควิด-19 ในทุกพื้นที่ทั่วโลก ทว่าผลประกอบการรายไตรมาสล่าสุดกลับสะท้อนให้เห็นว่า กำไรสุทธิในไตรมาสที่ 2 ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2022 ลดลงกว่าร้อยละ 97 อยู่ที่ 87.5 ล้านริงกิต (20.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จากปีก่อนหน้า อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากยอดขายที่ลดลงร้อยละ 73 เหลือเพียง 1.4 พันล้านริงกิต

“ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เราคุ้นเคยกับการส่งมอบผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมมาโดยตลอด” Lee Kim Meow กรรมการผู้จัดการ Top Glove กล่าวในแถลงการณ์ “แม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 2 ของเราจะไม่แข็งแกร่งเท่าที่เราอยากให้เป็น แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดครั้งใหญ่ได้รับการบรรเทาลง และเหตุการณ์นี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรธุรกิจอยู่แล้ว เราอยู่ในธุรกิจถุงมือมาเป็นเวลา 31 ปี เราได้เห็นวงจรดังกล่าวมากมาย และประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ทำให้เราเตรียมพร้อมจะรับมือและก้าวผ่านไปให้ได้”

นอกจากนี้ Top Glove ได้เสริมว่า “บริษัทจะดำเนินงานภายใต้ความระมัดระวัง พร้อมเตรียมปรับลดแผนในอนาคต” ซึ่งปัจจุบันมีการวางเป้าหมายกำลังการผลิตถุงมือยางประจำปีที่ 1.88 แสนล้านชิ้นภายในปี 2025 จาก 1 แสนล้านชิ้นในปัจจุบัน “อย่างไรก็ตาม บริษัทจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเติบโตเมื่อความต้องการในสินค้ากลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง”

ด้าน Lee มองว่าจะยังคงมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง แต่อาจไม่มากเท่าระดับที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาดใหญ่ ที่เขานิยามว่าเป็น ​​“ก้าวที่ไม่ยั่งยืน” เพราะเป็น “ช่วงเวลาเพียงชั่วคราว” เท่านั้น

ทั้งนี้ Top Glove ก่อตั้งขึ้นในปี 1991 ด้วยความร่วมมือของ Lim Wee Chai และภรรยา Tong Siew Bee ซึ่งนอกจากธุรกิจนี้แล้ว Lim ในฐานะทายาทเจ้าของสวนยางพารา ก็ได้ถือหุ้นในบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ Tropicana และดำรงตำแหน่งคณะกรรมการของบริษัทเช่นกัน 

ล่าสุด Forbes ประมาณการมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของ Lim ลดลงเหลือ 1.6 พันล้านเหรียญจาก 3.5 พันล้านเหรียญเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว ซึ่งมีการเผยแพร่รายชื่อมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2021 

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Malaysian Billionaire Glove Maker Delays Hong Kong Listing As Profit Slumps ผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Google เข้าซื้อ Madiant ที่ 5.4 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

BACK TO TOP