Sunny Varkey ตัวเก๋าธุรกิจศึกษา

Sunny Varkey ตัวเก๋าธุรกิจศึกษา

FORBES THAILAND / ADMIN
20 Jan 2026 | 09:01 AM
READ 133

GEMS Education เครือข่ายโรงเรียนเอกชนของ Sunny Varkey ที่มีบริษัท Brookfield หนุนหลังกำลังคว้าโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็วจากกระแสที่ชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้าไปยัง Dubai และภารกิจต่อไปก็คือ จับมือกับเศรษฐีพันล้าน Gautam Adani เปิดโรงเรียนด้วยราคาที่จับต้องได้ที่อินเดีย


    Sunny Varkey นักธุรกิจชาวอินเดีย ประธานกรรมการของ GEMS Education บริษัทซึ่งตั้งอยู่ใน Dubai และเป็นเครือข่ายโรงเรียนเอกชนที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่สอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงเกรด 12 มีความใฝ่ฝันมาอย่างยาวนานที่จะสร้างแบรนด์ GEMS ให้เป็นที่รู้จักในบ้านเกิดของตัวเอง และตอนนี้เขาได้พบกับหุ้นส่วนทรงอิทธิพลที่จะช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้แล้ว Varkey จับมือกับ Gautam Adani ผู้ร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของอินเดีย เปิดโรงเรียนคุณภาพระดับโลกไปทั่วอินเดียในราคาย่อมเยาเข้าถึงได้ ด้วยเป้าหมายเปิด 20 แห่งภายใน 3 ปี

    GEMS จะบริหารโรงเรียนเหล่านี้ในผ่านบริษัทร่วมทุนที่มีสัดส่วนการถือหุ้น 50-50 กับ Adani ผู้เป็นเจ้าของกลุ่มบริษัท Adani group ที่ทำธุรกิจสากกะเบือยันเรือรบจากเมือง Ahmedabad ตั้งแต่ท่าเรือไปจนถึงโรงไฟฟ้า บริษัทร่วมทุนแห่งนี้จะดูแลทุกมิติตั้งแต่การบริหารจัดการไปจนถึงการสรรหาและฝึกอบรมครู แม้ว่ารายละเอียดของการร่วมทุนจะยังไม่เป็นที่เปิดเผยชัดเจน แต่มูลนิธิ Adani Foundation ตกปากรับคำว่า จะให้เงินทุนสนับสนุน 2 หมื่นล้านรูปี (234 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) แลกกับการให้เด็กนักเรียนที่ขาดโอกาสได้เข้าเรียนฟรีในสัดส่วน 30% ของบางโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนแห่งแรกที่ใช้ชื่อว่า Adani GEMS School of Excellence เปิดการเรียนการสอนแล้วในเมือง Lucknow


    การรุกตลาดอินเดีย (ปัจจุบัน Varkey มีโรงเรียนอยู่เพียง 2 แห่งในเมือง Kochi และ Gurgaon) เกิดขึ้นในช่วงที่กิจการของ GEMS ใน Dubai กำลังเฟื่องฟูจากกระแสที่ชาวต่างชาติที่แห่ย้ายเข้ามาอยู่หลังวิกฤตโควิด-19 จนนำมาซึ่งอุปสงค์มหาศาลในทุกสิ่งอย่าง ตั้งแต่อสังหาริมทรัพย์ไปจนถึงเรื่องการศึกษา นักธุรกิจวัย 68 ปีรายนี้ลงมือสร้างอาณาจักรด้านการศึกษามานานกว่า 4 ทศวรรษจากโรงเรียนเพียงแห่งเดียวที่มีนักเรียนแค่ 350 คน เขามองว่านี่เป็นโอกาสทองที่จะกลับมาเติมเต็มความฝันในการขยายกิจการของ GEMS ที่ปัจจุบันบริหารโรงเรียนอยู่ 92 แห่งใน 8 ประเทศ “เรามีทั้งความสามารถ ความทะเยอทะยาน และแบรนด์ที่พร้อมเต็มที่ เพื่อจะคว้าโอกาสนี้ไว้ได้อย่างแน่นอน” เขากล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์พิเศษที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ณ วิลล่าอันกว้างขวางในใจกลางย่าน Jumeirah สุดหรูของ Dubai 

    Varkey จัดสรรเงินทุนไว้ 300 ล้านเหรียญสำหรับการขยายธุรกิจทั่วสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซึ่งข้อมูลจากบริษัทวิจัยตลาด Mordor Intelligence ใน Hyderabad ระบุว่า ธุรกิจโรงเรียนเอกชนจะเติบโตต่อปีแบบทบต้นที่ 7.5% จนมีมูลค่า 1.03 หมื่นล้านเหรียญภายในปี 2030  เขาวางแผนจะทุ่มเงินส่วนใหญ่ลงทุนใน Dubai ซึ่งมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่คิดเป็นสัดส่วน 92% ของประชากรทั้งหมด ตามข้อมูลจากบริษัทด้านการตลาด Global Media Insights เพราะชาวต่างชาติเหล่านี้ไม่สามารถส่งลูกไปเรียนในโรงเรียนรัฐได้

    เงินก้อนนี้จำนวน 1 ใน 3 จะใช้เปิดโรงเรียนแห่งใหม่ระดับอัลตร้าพรีเมียม ใช้ชื่อว่า GEMS School of Research and Innovation ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี้ที่ Dubai Sports City โครงการที่พักอาศัยและสนามกีฬาทางใต้ของรัฐ บนพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกล้ำสมัย ทั้งเทคโนโลยี AI ห้องปฏิบัติการหุ่นยนต์ หอประชุมขนาด 600 ที่นั่ง สระว่ายน้ำขนาดโอลิมปิก ไปจนถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์ ค่าเล่าเรียนรายปีสำหรับชั้นเรียนสูงๆ ซึ่งจะเปิดสอนต่อไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอาจจะมากถึง 56,000 เหรียญ 

    ข้อมูลจากสำนักงานความรู้และการพัฒนามนุษย์ (Knowledge and Human Development Authority: KHDA) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลโรงเรียนเอกชนระบุว่า ปัจจุบันมีนักเรียนเกือบ 400,000 คนจาก 185 สัญชาติ ที่ศึกษาอยู่ตามโรงเรียนเอกชนใน Dubai อย่างไรก็ตามจำนวนนักเรียนยังมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะชาวต่างชาติยังคงหลั่งไหลเข้าไปยัง UAE เนื่องจากเศรษฐกิจมีเสถียรภาพและการเก็บภาษีในอัตราที่ต่ำ โดยรัฐบาลคาดว่า จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวจาก 3.3 ล้านคนในปี 2024 ไปเป็น 7.8 ล้านคนในปี 2040 และนี่มีแนวโน้มที่จะกระตุ้นเพิ่มความต้องการโรงเรียนระดับพรีเมียมที่มาพร้อมการศึกษาคุณภาพคับแก้วในราคาอันสูงลิ่ว

    ปีที่ผ่านมารัฐ Dubai เปิดตัวกลยุทธ์เพื่อยกระดับระบบการศึกษาให้ทัดเทียมโลกภายในปี 2033 โดย KHDA ระบุว่า จะอนุมัติการเปิดโรงเรียนเอกชนเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 90 แห่ง จากเดิมที่มีอยู่ 227 แห่ง ณ เดือนมกราคม ปี 2025 ซึ่งจะทำให้รองรับนักเรียนได้เพิ่มอีกเกือบ 50,000 คน หลังจากช่วงปีการศึกษา 2023-2024 มีโรงเรียนเอกชนเปิดใหม่ 5 แห่ง และในปี 2024-2025 มีโรงเรียนเปิดใหม่อีก 10 แห่ง โดยขณะนี้ยังมีอีก 20 แห่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติ

    GEMS อ้างว่า ครองส่วนแบ่งการตลาดโรงเรียนเอกชนใน Dubai อยู่ 26% โดยอ้างอิงจากการลงทะเบียนเรียนของนักเรียนที่มีมากกว่า 100,000 คนในสถาบัน 28 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่สอนระดับชั้นอนุบาลถึงเกรด 12  ในจำนวนนี้ 3 แห่งเพิ่งเปิดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา โรงเรียนของ GEMS ใช้หลักสูตรของอังกฤษ อเมริกัน IB และอินเดีย โดยค่าเล่าเรียนเริ่มต้นที่ 2,000 เหรียญ  การประมาณการของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Fitch Ratings ระบุว่า กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของ GEMS ในปี 2024 เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อนหน้าเป็น 380 ล้านเหรียญ ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 17% เป็น 1.4 พันล้านเหรียญ (ไม่มีการเปิดเผยกำไรสุทธิในช่วงเวลานี้)

    Dino Varkey วัย 44 ปี ลูกชายคนโตของ Varkey และซีอีโอของกลุ่ม GEMS (Jay ลูกชายคนเล็ก วัย 40 ปี นั่งเป็นผู้ช่วยซีอีโอ) ยอมรับว่า “เรายังมุ่งเน้นตลาด UAE เป็นหลัก เนื่องจากแบรนด์ของเรามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จักกันดีในแถบนี้”

    ชื่อเสียงของ GEMS เป็นที่รู้จักมากพอที่จะดึงดูดเงินลงทุนได้ถึง 2 พันล้านเหรียญเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมาจากกลุ่มบริษัทที่นำโดย Brookfield Asset Management ใน New York ซึ่งประกอบไปด้วยบริษัทผู้ให้บริการทางการเงินใน Dubai อย่าง Gulf Islamic Investments บริษัทกองทุนหุ้นนอกตลาด Marathon Asset Management และ the State Oil Fund ของรัฐบาลอาเซอร์ไบจาน “บรรดาโรงเรียนที่ GEMS เปิดใน UAE จัดอยู่ในกลุ่มโรงเรียนที่ดีที่สุด” Jad Ellawn หุ้นส่วนผู้ดูแลด้านการบริหารและหัวหน้าภูมิภาคตะวันออกกลางของ Brookfield กล่าว “เรารู้สึกดีมากกับการลงทุนครั้งนี้”

    Varkey เผยว่า ข้อตกลงที่ว่านี้ยังทำให้ทางกลุ่มได้หุ้นบุริมสิทธิของ GEMS ซึ่งมูลค่าจะถูกกำหนดหลังจากผ่านไประยะเวลาหนึ่ง โดยขึ้นกับการบรรลุเป้าหมายที่ทางบริษัทกำหนดไว้ด้วย แม้ว่าทั้งเขาและ Ellawn จะไม่ยอมเผยรายละเอียด แต่ Dino บอกว่า ทางกลุ่ม “จะมีสิทธิ์บริหารงานเท่ากับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่สำคัญๆ”  

    กลุ่มทุนที่นำโดย Brookfield กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ 4 แล้วที่ Varkey ได้ร่วมงานด้วยนับตั้งแต่ปี 2000  เขาบอกว่า “เรื่องเงินคือความท้าทายข้อใหญ่ที่สุดเสมอมา” และ “คุณจะกู้ยืมเงินได้ถึงจุดหนึ่งเท่านั้น” แม้ว่า Varkey จะเคยพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการนำ GEMS เข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่เขายืนยันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็น

    ไม่ถึงเดือนหลังจากที่นักลงทุนกลุ่มนี้เซ็นสัญญาร่วมทุน GEMS ได้ไฟเขียวรับสินเชื่อ 3.3 พันล้านเหรียญจากกลุ่มสถาบันการเงินที่นำโดยธนาคาร Dubai Islamic, Mashreq, Abu Dhabi Commercial และ First Abu Dhabi ซึ่งเข้ามาช่วยเสริมให้งบดุลแน่นหนามากขึ้น และล้างหนี้ที่มีเกือบ 1.9 พันล้านเหรียญไปได้ ข้อตกลงนี้ยังได้เปิดทางให้กลุ่มทุนก่อนหน้า ที่นำโดยบริษัทลงทุนหุ้นนอกตลาดอย่าง CVC Capital Partners ในลักเซมเบิร์ก และร่วมลงทุนกับ GEMS มาตั้งแต่ปี 2019 สามารถวางมือได้ในที่สุด 

    Varkey ซึ่งมีทรัพย์สินประมาณ 4 พันล้านเหรียญจากการถือหุ้นใน GEMS หลังจากหักหนี้ส่วนตัวแล้วกล่าวว่า GEMS ได้เปรียบเพราะการเป็นผู้นำ และความเข้าใจในตลาด UAE อย่างลึกซึ้ง “เราไม่ได้มาจากที่ไหนไกลจึงเข้าใจตลาดที่นี่เป็นอย่างดี” เขาย้ำ

    อย่างไรก็ตาม สนามแข่งขันนี้กำลังเผชิญการขับเคี่ยวที่เข้มข้นขึ้น เมื่อต้นปีนี้โรงเรียนนานาชาติชื่อดังอย่าง Harrow International Schools จากอังกฤษเพิ่งจะจับมือกับ Taaleem Holdings กิจการด้านการศึกษาที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Dubai เปิดโรงเรียน 2 แห่งใน Dubai และ Abu Dhabi ขณะที่ Nord Anglia Education จาก London ที่มีโรงเรียนกว่า 80 แห่งใน 33 ประเทศ เปิดโรงเรียนใน Abu Dhabi ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2023

    Sami Yosef หัวหน้าฝ่ายวิจัยระดับโลกของ ISC Research จาก London ซึ่งเป็นผู้ให้บริการข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนนานาชาติ (GEMS เป็นลูกค้าด้วย) บอกว่า ในตลาดยังมีพื้นที่สำหรับผู้เล่นรายใหม่ๆ อีกมาก “UAE ยังต้องการโรงเรียนอีกมาก หลายโรงเรียนยังมีรายชื่อรอเข้าเรียนอยู่” ถึงกระนั้นครอบครัว Varkey ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ “เราต้องใช้ประโยชน์จากชื่อเสียงที่มีกับสถานะผู้นำตลาดเพื่อปกป้องตัวเองจากการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น” Dino กล่าว  

    ทั้งชีวิตของ Sunny Varkey เติบโตมาในแวดวงธุรกิจการศึกษา พ่อแม่ของเขาย้ายจากรัฐ Kerala ทางตอนใต้ของอินเดียมายัง Dubai ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1950 เพื่อสอนภาษาอังกฤษ ก่อนจะเปิดโรงเรียนเป็นของตัวเองในปี 1968 ส่วน Varkey เข้าเรียนในโรงเรียนประจำที่ Kerala ตั้งแต่ 4 ขวบ ก่อนจะได้ย้ายตามไปอยู่กับครอบครัวเมื่ออายุได้ 11 ปี แต่ไปเรียนที่สหราชอาณาจักรเป็นเวลา 1 ปี และหลังจากนั้นก็กลับมาเรียนปีสุดท้ายที่ Dubai โดยไม่ได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัย แต่เข้าทำงานเป็นเสมียนที่ธนาคาร Standard Chartered เมื่ออายุได้ 19 ปี

    หลังจากนั้นไม่กี่ปีเขาตั้งบริษัทรับสร้างและบำรุงรักษาโรงเรียนชื่อว่า Chicago Maintenance & Construction ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัท Varkey Group และในปี 1980 ได้เข้าบริหารกิจการโรงเรียนของพ่อแม่ ก่อนจะเริ่มขยายธุรกิจโดยเปิดโรงเรียนเพิ่มอีก 15 แห่งใน UAE ในช่วง 2 ทศวรรษต่อมา จากนั้นเขาจึงเริ่มมองหาโอกาสในต่างแดน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักในระดับโลก

    สหราชอาณาจักรเป็นเป้าหมายแรกนอก UAE ที่ Varkey เริ่มไปบุกตลาดและใช้แบรนด์ Bellevue ดำเนินธุรกิจเสียเป็นส่วนใหญ่ โดยในปี 2003 เขาเข้าซื้อโรงเรียนมากกว่า 10 แห่ง ในจำนวนนี้มีโรงเรียนของคู่แข่งอย่าง Nord Anglia รวมอยู่ด้วย 10 แห่ง ซึ่งปัจจุบันสหราชอาณาจักรยังคงเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดนอกเหนือจากในตะวันออกกลาง

    แต่ทว่าการรุกตลาดในที่อื่นๆ ของ Varkey ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบไปเสียหมด รวมถึงที่บ้านเกิดอย่างอินเดียด้วย ในปี 2011 เขาเข้าซื้อหุ้นเกือบ 35% ของ Everonn Education บริษัทเทคโนโลยีการศึกษาในเมือง Chennai แต่บริษัทนี้กลับต้องถูกปิดกิจการและขายทอดตลาดในปี 2016 ซึ่งเขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นในเรื่องนี้

    ช่วง 20 ปีที่ผ่านมา Varkey ยังลงทุนในโครงการโรงเรียนใหม่ๆ ทั้งที่สิงคโปร์ มาเลเซีย และเคนยา ก่อนจะถอยออกมาในเวลาเพียงไม่กี่ปี “ผมควรจะเน้นเข้าซื้อกิจการมากกว่าเริ่มลงทุนโครงการใหม่” เขาเล่าย้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น “กว่าจะซื้อที่ดินก็หลายปี ก่อสร้างอีกหลายปี และกว่าจะคุ้มทุนก็อีกนานหลายปี การนับหนึ่งใหม่จึงเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด”

    โรงเรียนของ GEMS แห่งหนึ่งในสวิตเซอร์แลนด์ปิดตัวลงในปี 2019 และถูกผู้ให้เช่ายื่นฟ้องบริษัทในเครือที่ตั้งอยู่ในหมู่เกาะเคย์แมนข้อหาค้างชำระค่าเช่า จนต่อมาในปี 2022 ศาลตัดสินให้ Meigerhorn บริษัทโฮลดิ้งในลักเซมเบิร์กชนะคดีและได้รับเงิน 63 ล้านฟรังก์สวิส (77 ล้านเหรียญ) พร้อมดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ส่วนบริษัทที่เคย์แมนต้องขายทอดตลาดต่อมาในภายหลัง โดย GEMS ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเรื่องคดีนี้

    การระบาดใหญ่ของโควิด-19 เป็นบททดสอบความยืดหยุ่นของ Varkey เนื่องจากโรงเรียนต้องปิด ไม่มีการรับนักเรียนใหม่ และ GEMS ยังเสนอส่วนลดค่าเล่าเรียนให้แก่ผู้ปกครองที่ตกงานด้วย ซึ่งแม้ว่าจะยังมีการเรียนการสอนผ่านทางออนไลน์ในช่วงโควิด แต่บริษัทก็ต้องสูญเสียรายได้อื่นไป เช่น บริการรถรับส่งนักเรียน และบริการด้านอาหารของนักเรียน ซึ่งรายได้เหล่านี้กลับคืนมาเป็นปกติเมื่อโรงเรียนเปิดได้อีกครั้งในเดือนสิงหาคม ปี 2020

    “Sunny เป็นนักสู้และรู้ลึกทุกแง่มุมธุรกิจการศึกษา” V. Shankar ผู้ร่วมก่อตั้งและซีอีโอของ Gateway Partners บริษัทลงทุนหุ้นนอกตลาดใน Dubai ซึ่งเคยเป็นคณะกรรมการมูลนิธิ Varkey Foundation ที่ทำงานด้านการกุศลให้ตระกูลนี้กล่าว “เขาเป็นคนขยัน ทุ่มเท และเป็นผู้ประกอบการที่สมบูรณ์แบบ”

    Varkey ยังคงต้องรับมือสารพัดความท้าทายใน UAE ทั้งต้นทุนการก่อสร้างกับการดำเนินงานที่สูงขึ้น และปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะ ตามข้อมูลจาก Alpen Capital บริษัทที่ปรึกษาด้านวาณิชธนกิจใน Dubai ซึ่งประเมินภาพรวมธุรกิจนี้ไว้เมื่อปี 2023 เขายืนยันว่า GEMS ซึ่งปัจจุบันมีพนักงาน 24,000 คน เป็นนายจ้างที่ผู้คนเสาะแสวงหา โดย “ได้รับใบสมัครประมาณปีละ 600,000 ใบ สำหรับตำแหน่งงานประมาณ 2,200 ตำแหน่ง [ด้านการสอน การบริหาร และการจัดการ]” ในเดือนพฤษภาคม KHDA เพิ่งประกาศนโยบายออกวีซ่าทองคำเป็นระยะเวลา 10 ปี สำหรับบุคลากรด้านการศึกษาที่จะมาทำงานในโรงเรียนเอกชนเพื่อตอบโจทย์เรื่องการขาดแคลนบุคลากร 

    อุปสรรคอีกประการคือ การที่แต่ละรัฐใน UAE ควบคุมค่าธรรมเนียมโรงเรียนเอกชนเอง ซึ่งอาจกระทบต่อผลกำไรได้ แต่ Yosef จาก ISC Research บอกว่า กฎระเบียบนี้ “เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โรงเรียนเอกชนของ UAE ทั้งน่าดึงดูดและมีความยืดหยุ่น ทำให้ครอบครัวนักเรียนรู้สึกมั่นคง และในมุมนักลงทุนยังทำให้คาดการณ์ธุรกิจได้แม่นยำอีกด้วย”

    Varkey ผู้เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตบอกว่า จะใช้กลยุทธ์ที่ไม่เน้นการถือครองสินทรัพย์ (asset light) เป็นส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์นี้คือ ธุรกิจการให้คำปรึกษา โดย GEMS จะจับมือกับภาครัฐ บุคคลที่มีฐานะ หรือโรงเรียนอื่นๆ ใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญ แทนที่จะใช้เงินลงทุน  Varkey กล่าวอย่างมั่นใจว่า “ธุรกิจให้คำปรึกษาจะเป็นตัวเปลี่ยนเกม” GEMS ลงทุน 50 ล้านเหรียญพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “ศูนย์สนับสนุนโรงเรียน” (School Support Centre) ใน Dubai เพื่อให้คำแนะนำในทุกด้าน ตั้งแต่การเปิดโครงการเด็กปัญญาเลิศ การฝึกอบรมครู ไปจนถึงการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงาน และการจัดการสถานการณ์วิกฤต

    แม้จะยอมรับว่าสมัยหนุ่มๆ เคยไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่ไฟในการขับเคลื่อนธุรกิจการศึกษาของ Varkey ยังไม่เคยมอดลง “เราต้องทำให้แน่ใจว่ายังเป็นผู้นำในธุรกิจนี้ต่อไป” เขากล่าว “เราจะต้องเป็นบริษัทที่ทุกคนอยากร่วมงานด้วย” 


เรื่อง: ANURADHA RAGHUNATHAN เรียบเรียง: วินิจฐา จิตร์กรี ภาพ: GEMS Education




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เปิดลิสต์ 20 อันดับ คนรวยสุดแห่งอเมริกา ในทำเนียบ The Forbes 400 ปี 2025

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนธันวาคม 2568 ในรูปแบบ e-magazine