PropertyGuru รุกบริการฟินเทค ต่อยอดรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • PropertyGuru รุกบริการฟินเทค ต่อยอดรายได้จากอสังหาริมทรัพย์

PropertyGuru รุกบริการฟินเทค ต่อยอดรายได้จากอสังหาริมทรัพย์

Forbes Thailand / Admin
20 Sep 2021 | 6:30 pm 326

PropertyGuru ตลาดอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เตรียมเปิดให้บริการทางด้านการเงิน เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในอสังหาริมทรัพย์ทั่วทั้งภูมิภาค

PropertyGuru
Steve Melhuish

“เราวางแผนที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ และเติบโตต่อไป” Steve Melhuish ผู้ร่วมก่อตั้ง PropertyGuru Group กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ทางออนไลน์กับ Forbes Asia

Melhuish กล่าวว่า สตาร์ทอัพยูนิคอร์นในสิงคโปร์แห่งนี้มุ่งเน้นที่จะขยายบริษัทให้เติบโตนอกเหนือจากการดำเนินธุรกิจหลักอย่างการเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการเปิดตัวบริการเสริม เช่น ประกันภัยสินเชื่อที่อยู่อาศัยและการวิเคราะห์ข้อมูล

ทั้งนี้ PropertyGuru เปิดเผยแผนการด้านฟินเทคในเดือนกรกฎาคม หลังจากประกาศควบรวมกิจการมูลค่า 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ กับ Bridgetown 2 Holdings ของมหาเศรษฐี Richard Li และ Peter Thiel ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ Nasdaq โดยธุรกรรมดังกล่าวจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีหรือไตรมาสแรกของปี 2022 และคาดว่าจะสามารถระดมทุนได้ราว 431 ล้าน เพื่อใช้สำหรับการขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต

ในที่นี้ บริษัทประเมินว่า รายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 222.6 ล้านเหรียญภายในปี 2025 จาก 61.9 ล้านเหรียญในปี 2020 โดยได้รับแรงหนุนจากภาคอสังหาริมทรัพย์และฟินเทค

“เราเห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ในธุรกิจฟินเทค” Melhuish กล่าว “เรามีผู้ค้นหาอสังหาริมทรัพย์ 37 ล้านคนที่ใช้บริการของเราทุกเดือน พวกเขาต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์และต้องการบริการด้านการเงิน”

บริการฟินเทคเริ่มได้รับความนิยมในสิงคโปร์ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด หลังจากที่บริษัทเปิดตัวผลิตภัณฑ์โบรกเกอร์เงินกู้จำนองท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และสร้างรายได้มากกว่า 1 พันล้านเหรียญสิงคโปร์ (745 ล้านเหรียญ) จากการปล่อยกู้ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา

PropertyGuru
Hari Krishnan

“ความสามารถของเราในการทำสินเชื่อบ้านมูลค่าหลายพันล้านเหรียญในช่วงโควิดเป็นสิ่งที่เราพึงพอใจเป็นอย่างมาก” Krishnan ผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีโอ ในปี 2016 หลังจากที่ Melhuish ก้าวลงจากตำแหน่งหลังจากครองตำแหน่งผู้นำมาเกือบทศวรรษกล่าว “เราพึ่งเริ่มต้นเอง เราต้องทำสิ่งต่างๆ ให้มากขึ้นซึ่งเกี่ยวข้องกับเงินกู้ดิจิทัล”

สิงคโปร์ เพียงแค่ประเทศเดียวมีสัดส่วนมากถึง ร้อยละ 57 ของรายได้บริษัทในปี 2020 เนื่องจากความต้องการที่อยู่อาศัยกำลังร้อนแรงท่ามกลางความคาดหวังว่าเศรษฐกิจสิงคโปร์จะค่อยๆ ฟื้นตัว ขณะที่รัฐบาลผ่อนคลายมาตรการในช่วงวิกฤตโรคระบาดหลังร้อยละ 80 ของประชากรทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว 

ด้านข้อมูลจากทางรัฐบาลสิงคโปร์ระบุว่า ยอดขายบ้านส่วนตัวใน Lion City เพิ่มขึ้นเป็น 16,549 ยูนิตในช่วงครึ่งปีแรก หรือร้อยละ 139 จากปีก่อนหน้า

Melhuish ก่อตั้งบริษัทในปี 2007 หลังจากที่คอนโดที่เขาเช่าอยู่ใกล้ย่านช้อปปิ้ง Orchard Road ของสิงคโปร์ได้ประกาศขายในปีก่อนหน้า ทิ้งให้เขาต้องดิ้นรนหาบ้านใหม่และดูโฆษณาในหนังสือพิมพ์เพราะสมัยนั้นไม่มีรายชื่ออสังหาริมทรัพย์ออนไลน์ “มันเป็นกระบวนการที่น่าผิดหวังอย่างมาก” เขาเล่า นั่นทำให้เขาได้สำรวจโอกาสในการเปิดตัวตลาดอสังหาริมทรัพย์ออนไลน์

ตั้งแต่นั้นมา PropertyGuru ก็เติบโตขึ้นจนกลายเป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในสิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม โดยมีรายชื่ออสังหาริมทรัพย์มากกว่า 2.8 ล้านรายการ ให้บริการผู้ซื้อ 37 ล้านราย และตัวแทนอสังหาริมทรัพย์มากกว่า 50,000 รายบนแพลตฟอร์ม

แปลและเรียบเรียงจากบทความ PropertyGuru To Ramp Up Fintech Services As Singapore Unicorn Prepares For SPAC Merger โดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Canva ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่ามากที่สุดในโลก

BACK TO TOP