Paytm ธุรกิจห้าง+ธนาคาร 'เสมือน' แห่งอินเดีย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • Paytm ธุรกิจห้าง+ธนาคาร ‘เสมือน’ แห่งอินเดีย

Paytm ธุรกิจห้าง+ธนาคาร ‘เสมือน’ แห่งอินเดีย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
11 Jul 2018 | 12:00 pm 1205

Vijay Shekhar Sharma แห่ง Paytm ผนึกกำลังร้านค้าของชำอินเดียสร้างวงจรธุรกิจเงินกู้

Samsung Electronics ขายโทรศัพท์ผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายราว 150,000 แห่งในอินเดีย และภายใต้ความร่วมมือกับ Samsung ที่มีมาตั้งแต่ปลายปี 2017 Paytm Mall ได้นำร้านค้าเหล่านั้นมารวมกันบนตลาดออนไลน์ โดยให้ QR code แก่ร้านค้าแต่ละแห่งพร้อมกับให้การฝึกอบรมและการสนับสนุนต่างๆ

Vijay Shekhar Sharma

Paytm Mall เป็นอี-คอมเมิร์ซที่ก่อตั้งขึ้นไม่นานมานี้โดย One97 Communications และได้แยกตัวจากบริษัทแม่เมื่อ 1 ปีก่อนเพื่อความเป็นอิสระในการดำเนินงาน One97 Communications ที่มีสำนักงานใหญ่ใน Noida เป็นผู้รับผิดชอบระบบกระเป๋าเงินบนโทรศัพท์มือถือของ Paytm นอกจากนี้ด้วยการสนับสนุนจาก Alibaba Group จากจีนและ SoftBank ของญี่ปุ่น

Vijay Shekhar Sharma มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งวัย 39 ปีได้ขยายธุรกิจไปสู่ตลาดออนไลน์ บริการทางการเงิน (รวมทั้งการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคลและธุรกิจประกัน) ตลอดจนการเดินทางและบันเทิง จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่เครือข่ายการจัดจำหน่ายขนาดใหญ่ผ่านช่องทางออฟไลน์ อย่างไรก็ดีในเวลาที่ยอดขายสมาร์ทโฟนทางออนไลน์ในอินเดียเติบโต จึงเป็นความท้าทายสำหรับร้านค้าในรูปแบบดั้งเดิมที่จะมอบข้อเสนอที่เทียบเคียงได้กับช่องทางออนไลน์

Amit Sinha รองประธาน Paytm และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการส่วนอี-คอมเมิร์ซของบริษัทกล่าวว่าการเข้าสู่ร้านค้าของ Paytm ทั้งที่เป็นหน้าร้านจริงๆ บนแอพฯ หรือเว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์ของ Samsung เองหมายถึงว่า “ข้อเสนอจะต้องไม่ต่างกัน” “กลยุทธ์ O2O สร้างผลดีให้เราอย่างมาก” Sinha กล่าว กลยุทธ์แบบ O2O (Offline-to-Online) คือ “การผสานธุรกิจจากออฟไลน์สู่ออนไลน์” เนื่องจาก Paytm พยายามเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่าน QR code กับร้านค้าแบบดั้งเดิมทุกแห่งที่จะเข้าถึงในสินค้าอีกหลายแบรนด์ เช่น Red Tape, รองเท้า Khadim’s

ในปี 2017 One97 Communications ปรับโครงสร้างบริษัท บริการกระเป๋าเงินบนมือถือกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ Paytm Payments Bank ธุรกิจใหม่ของบริษัท อันจะนำไปสู่การบุกเบิกบริการทางการเงินสำหรับผู้บริโภค ธุรกิจซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ที่มีตั้งแต่ตั๋วรถไฟ ตั๋วชมภาพยนตร์ไปจนถึงเครื่องฟอกอากาศและเครื่องซักผ้าได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของ Paytm Ecommerce บริษัทในเครือที่บริหารตลาดออนไลน์และแอพฯ บนมือถือของ Paytm Mall

Amit Sinha รองประธาน Paytmและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการส่วนอี-คอมเมิร์ซ

“เราทำเงินได้มากอย่างต่อเนื่องจากธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ” Sharma กล่าว นั่นจะทำให้เฉพาะธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของบริษัทจัดเป็นธุรกิจ “ระดับยูนิคอร์นขั้นเทพ” เขากล่าวเสริม และบริษัทจะมีมูลค่าสูงถึง 1.2 หมื่นล้านเหรียญ เหนือกว่า Flipkart ซึ่งมีมูลค่า1.16 หมื่นล้านเหรียญ เมื่อเดือนเมษายน ปี 2017 ซึ่งเป็นช่วงที่ Paytm Mall เพิ่งระดมทุนได้เพียง 1.4 พันล้านเหรียญ ถ้าเป็นเช่นนั้น บริษัทจาก Bengal แห่งนี้จะกลายเป็นบริษัทสตาร์ทอัพที่มีมูลค่าสูงสุดของอินเดีย เขาเผยว่าจะได้ข้อสรุปในเรื่องข้อตกลงเพิ่มทุนของ Paytm Mall เร็วๆ นี้ แหล่งข่าวเปิดเผยกับ Forbes India ว่าเงินทุนก้อนใหม่ที่มี Softbank เป็นผู้ให้ทุนรายใหญ่ จะมีมูลค่าสูงถึง 460 ล้านเหรียญและเป็นไปได้มากว่า Paytm Mall จะระดมทุนเพิ่มเติมด้วยเช่นกันภาพรวมอุตสาหกรรมค้าปลีกของอินเดียประกอบไปด้วยร้านค้าราว 15 ล้านแห่ง

Kiran Vasireddy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Paytm

Kiran Vasireddy ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Paytm เผยว่า Paytm มีผู้ใช้มากกว่า 300 ล้านคน และจัดการธุรกรรมมากกว่า 10 ล้านรายการต่อวัน โดยมีเครือข่ายผู้ค้า 6 ล้านราย

นอกจาก Paytm ยังมองว่าโมเดลธุรกิจการปล่อยเงินกู้ระหว่างทั้งผู้บริโภคและผู้ค้าเป็นส่วนสำคัญของอย่าง Endless Aisle หรือ “ช่องทางเดินที่ไม่สิ้นสุด” (endless aisle คือกลยุทธ์ที่มักใช้กันในอุตสาหกรรมค้าปลีก โดยเฉพาะในร้านค้าที่มีช่องทางอี-คอมเมิร์ซของตนเอง โดยให้ลูกค้าสามารถสั่งสินค้าที่ไม่มีอยู่ในสต๊อกหรือไม่ได้วางจำหน่ายที่หน้าร้านผ่านจุดจำหน่าย ณ หน้าร้านนั้นๆ ได้ และให้บริการส่งสินค้าถึงบ้านของลูกค้าด้วย) จากทำให้โมเดล O2O เราสำเร็จ

“การชำระเงินแบบออฟไลน์ผ่านร้านค้าเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เติบโตเร็วที่สุดของ Paytm” Deora กล่าว ดังนั้น ตรรกะสำคัญก็คือไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคที่มีประวัติการซื้อสินค้าที่ไม่ด่างพร้อยและมีการคืนสินค้าต่ำหรือผู้ขายที่ทำธุรกิจโดยใช้บริการของ Paytm มา “อย่างยาวนาน” ทำไมพวกเขาจึงไม่ควรได้รับเงินกู้เงื่อนไขดีๆ การให้เงินกู้มูลค่า 10,000 รูปี (ราว 150 เหรียญ) สำหรับผู้บริโภคหรือ 200,000 รูปี (ราว 3,075 เหรียญ)

Paytm ได้พัฒนากระบวนการให้คะแนนเครดิตลูกค้า และนำระบบการวิเคราะห์อื่นๆ มาใช้เพื่อเร่งรัดขั้นตอนด้วยบริษัทใช้เวลาส่วนใหญ่ในปี 2017 ในการพัฒนาอีกหนึ่งช่องทางที่สำคัญในการเข้าหา ผู้บริโภคทันทีที่พวกเขาได้รับเงินจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนหรือแม้แต่เงินก้อนเล็กๆ ที่หยิบยืมจากเพื่อน ช่องทางที่ว่านี้ก็คือธนาคาร Paytm Payments Bank ภายใน 10 เดือนที่เปิดดำเนินงาน ธนาคารสามารถจัดการออกบัตรเดบิตดิจิทัลให้แก่ลูกค้าเป็นที่เรียบร้อย เมื่อธนาคารออกบัตรเดบิต “เราได้รับคำขออนุมัติเงินกู้จากอีกกว่า 800 เมือง” Renu Satti กล่าว เขาดำรงตำแหน่งซีอีโอของธนาคาร โดยร่วมงานกับ Sharma มากว่า 10 ปี ซึ่งรวมถึงงานด้านทรัพยากรมนุษย์

Saurabh Tripathi หุ้นส่วนอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ Boston Consulting Group ผู้เชี่ยวชาญด้านบริการการเงินและการธนาคารให้ความเห็นไว้ว่า อินเดียยังเป็นตลาดที่สร้างความท้าทายให้ตัวเองแต่ก็เทียบไม่ได้กับจีน แม้ว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาจะเห็นความเปลี่ยนแปลงมากมายในอินเดีย แต่ก็ยังอีกนานกว่าอินเดียจะเปลี่ยนเป็นระบบดิจิทัลโดยสมบูรณ์หรือแม้แต่ในระดับที่สร้างความแตกต่าง เนื่องจากประชากรจำนวนมากยังยากจนและไม่มีความรู้ด้านดิจิทัลเลย “อินเดียแตกต่างจากจีนมาก จีนล้ำหน้าไปมากในแง่ของความเป็นดิจิทัลและความสมบูรณ์มั่งคั่ง” เขากล่าว

เรื่อง: Harichandan Arakali เรียบเรียง: เอมวลี อัศวเปรม


คลิกอ่านฉบับเต็มของ “Paytm ธุรกิจห้าง+ธนาคาร ‘เสมือน’ แห่งอินเดีย” ได้ที่ Forbes Thailand Magazine ฉบับ มิถุนายน 2561 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP