Nyrika Holkar ปลดล็อกการเติบโต GODREJ & BOYCE

Nyrika Holkar ปลดล็อกการเติบโต GODREJ & BOYCE

FORBES THAILAND / ADMIN
05 Mar 2026 | 01:39 PM
READ 228

Nyrika Holkar ทายาทรุ่นที่ 4 กำลังเข้ารับหน้าที่แปลงโฉมบริษัทยักษ์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของ GODREJ & BOYCE เพื่อเพิ่มจุดสนใจและแรงจูงใจดึงดูดกลุ่มลูกค้าวัยหนุ่มสาวที่เต็มไปด้วยความฝันของอินเดีย


    เมื่อยาน Chandrayaan-3 ลงจอดอย่างสง่างามบนขั้วใต้ของดวงจันทร์ในเดือนสิงหาคม ปี 2023 อินเดียได้จารึกชื่อเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่สามารถส่งยานลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จ เบื้องหลังภารกิจแห่งความภาคภูมิใจขององค์การวิจัยอวกาศอินเดีย (ISRO) นั้น มีเครือข่ายบริษัทเอกชนที่ทำงานอยู่เบื้องหลังความสำเร็จ หนึ่งในนั้น คือ Godrej Aerospace หน่วยธุรกิจภายใต้ Godrej & Boyce Manu-facturing บริษัทเรือธงของกลุ่ม Godrej Enterprises Group จาก Mumbai ตลอดเวลากว่า 40 ปี Godrej Aerospace มีบทบาทสำคัญในโครงการอวกาศของอินเดีย ตั้งแต่ดาวเทียมเชิงพาณิชย์หลายร้อยดวงไปจนถึงภารกิจสู่ดาวอังคารในปี 2014

    "เรามีส่วนร่วมในแทบทุกภารกิจด้านอวกาศของอินเดียตั้งแต่วันแรก ซึ่งถือเป็นเกียรติอย่างยิง" Nyrika Holkar กรรมการบริหารของ Godrei & Boyce กล่าว Holkar วัย 43 ปี ทายาทรุ่น 4 ของตระกูลธุรกิจที่ดำเนินการมาร้อยกว่าปีให้สัมภาษณ์กับ Forbes Asia ในเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ณ สำนักงานใหญ่ของกลุ่มในย่าน Vikhroli ทางตะวันออกเฉียงเหนือของ Mumbai ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางผืนป่าชายเลน เธอถูกจับตามองว่าน่าจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Jamshyd Godre ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ วัย 76 ปี ผู้เป็นลุงของเธอ โดย Jamshyd หัวเรือหลักของตระกูลและ Smita Godrej Crishna มารดาวัย 74 ปี มีทรัพย์สินรวมกันกว่า 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ และติดอันดับที่ 20ในทำเนียบ 100 ของบุคคลที่รวยที่สุดของอินเดีย


    แม้ชื่อ Godrej จะเป็นที่คุ้นหูชาวอินเดียมายาวนานแต่ไม่ใช่เพราะจรวดหรือเทคโนโลยีอวกาศ หากเพราะผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่บ้านคนอินเดียมานานหลายชั่วอายุตั้งแต่กุญแจ เฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงตู้เย็นและเครื่อง ซักผ้า ตู้เหล็กแบบประตู 2 ชั้นของ Godrej เคยเป็น สัญลักษณ์ของบ้านคนชนชั้นกลางอินเดีย ใช้เก็บเสื้อผ้าเครื่องประดับ และเอกสารต่างๆ ในเวลาเดียวกัน วันนี้สินค้าอุปโภคบริโภคเหล่านั้นยังคงเป็นหัวใจหลักของธุรกิจอยู่ราวๆ 60% ของรายได้รวม 2.3 พันล้านเหรียญในปีงบประมาณ 2025 และเป็นพื้นที่ที่ Holkar เลือกจะขับเคลื่อนแบรนด์ให้ก้าวสู่อนาคต

    "ความท้าทายคือ การเปลี่ยนแบรนด์ที่มีตำนาน อันยาวนานมาสร้างเรื่องราวใหม่ที่เน้นลูกค้าเป็น ศูนย์กลาง และพร้อมบอกเล่าเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา" ผู้บริหารวัย 43 ปี ผู้มีหน้าที่ดูแลการบริหารแบรนด์ กฎหมาย และการควบรวมกิจการกล่าว ทั้งนี้เธอกำลังนำกลุ่มเข้าสู่ช่วงการลงทุนครั้งใหญ่ด้วยมูลค่ากว่า 530 ล้านเหรียญ เพื่อขยายกำลังการผลิตของโรงงาน 2 แห่งของ Godrej & Boyce จากเดิมที่มีอยู่ 8 แห่ง รวมทั้งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียมรุกตลาด ต่างประเทศและยกระดับการพัฒนา "ตอนนี้เรามุ่งไป ที่ R&D การพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีดิจิทัล" เธอกล่าว การขยับขยายงานที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อนตอนนี้เริ่มออกดอกผลอย่างชัดเจน รายได้ต่อปีของบริษัทเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และกำไรหลังหักภาษีพุ่งขึ้นกว่า 4 เท่า ในปีงบประมาณ 2025 เป็น 67 ล้านเหรียญจากจุดตำสุดช่วงโควิดในปี 2021


    หนึ่งในหัวหอกสำคัญคือ Interio แบรนด์ร้านขายเฟอร์นิเจอร์สำหรับตกแต่งบ้านและสำนักงานที่คนอินเดียคุ้นเคยกันดีได้ตั้งเป้าเพิ่มรายได้เกือบ 3 เท่าจาก 410 ล้านเหรียญในปี 2025 ให้เป็น 1.2 พันล้านเหรียญ ภายในปีงบประมาณ 2029 โดยบริษัทเตรียม ทุ่มเงิน 35 ล้านเหรียญเพื่อเปิดร้านใหม่อีก 500 แห่ง ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองรองอันดับ 2 และ 3 ขยายเครือข่ายรวมเป็น 1,500 สาขาทั่วประเทศ การรุกตลาดครั้งนี้สะท้อนการเติบโตของตลาดเฟอร์นิเจอร์อินเดียที่คาดว่าจะขยายตัวเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น 7.6% ในอีก 5 ปีข้างหน้าไปจนถึงมูลค่า 43 พันล้านเหรียญ ภายในปี 2030 ตามรายงานของบริษัทที่ปรึกษา Mordor Inte/-ligence จากเมือง Hyderabad ได้คาดการณ์ไว้ โดย ปัจจัยขับเคลื่อนหลักก็คือ ชนชั้นกลางที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว และกระแสการขยายตัวของเมืองทั่วประเทศ

    แบรนด์เฟอร์นิเจอร์ Interio พยายามที่จะดึงดูดใจคนรุ่นใหม่ทั้งกลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z ด้วยการเปิดไลน์สินค้าใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ที่ออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์สำหรับเกมเมอร์ เฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งอะลูมิเนียม หรือชุดตกแต่งห้องสำหรับเด็ก ส่วนตู้เหล็กที่เป็นเอกลักษณ์ของ Godrej ซึ่งยังคงสร้างยอดขายราวครึ่งหนึ่งของรายได้ให้กับแบรนด์ Interio ก็ได้รับการปรับปรุงให้ทันสมัยจากเฉดสีเทาในอดีตสู่เฉดสีใหม่อย่างสีแอปเปิ้ลอบและสีชมพูหม่นที่สะท้อนรสนิยมคนรุ่นใหม่มากขึ้น และเพื่อจับตลาดนักช็อปออนไลน์


    Holkar ได้ขยายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของ Interio จากเพียง 4,000 แห่งในปี 2022 จนครอบคลุมกว่า 18,000 รหัสไปรษณีย์ทั่วประเทศ (ณ วันที่ 31 มีนาคม ปี 2025) ในส่วนของหน้าร้าน เธอได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการ จัดแสดงสินค้าใหม่ทั้งหมด โดยใช้พื้นที่เกือบ 1,900ตารางเมตร เพื่อสร้างรูปแบบร้านที่ส่งมอบประสบการณ์ระดับเรือธง เน้นการจัดห้องอย่างมีสไตล์ "เราเลิกใช้โมเดลการโชว์แบบคลังสินค้าแล้ว เรารู้แล้วว่าผู้คนต้องการคำแนะนำในการจัดวางสิ่งต่างๆให้เข้ากัน" Holkar กล่าว

    ผู้บริหารหญิงรายนี้ยังนำเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ามาใช้เพิ่มเติม เช่น การติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตา การวิเคราะห์ความสนใจด้วยความร้อนในร่างกายและการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ เพื่อจับพฤติกรรมว่าอะไรดึงดูดความสนใจลูกค้าขณะที่เดินชมสินค้าในโชว์รูม ขณะเดียวกันเธอก็ยังใช้วิธีการแบบดั้งเดิมโดยเดินทางไปเยี่ยมชมบ้านของผู้คนในหลายเมืองทั่ว อินเดียตลอดปี 2024 เพื่อเรียนรู้วิธีการที่ผู้คนใช้พื้นที่ภายในบ้าน "โควิดได้เปลี่ยนจิตวิทยาของผู้บริโภคไปอย่างมาก" เธอกล่าว "ก่อนหน้านั้นเราแทบไม่ได้ใส่ใจ บ้านของตัวเอง เพราะเราไม่ได้อยู่บ้านกันมากนัก แต่หลังโควิดผู้คนกลับกังวลแม้แต่เรื่องเล็กๆ เช่น ที่จับประตูก็ต้องเข้ากับบานประตู"



    ตามรายงานของ Mordor Intelligence แบรนด์ Interio ซึ่งครองยอดขายอันดับ 1 ในตลาดเฟอร์นิเจอร์อินเดีย ซึ่งมีผู้เล่นในตลาดอยู่อย่างกระจัดกระจายบริษัทจึงต้องเผชิญการแข่งขันรุ่นแรงจากทั้งผู้ผลิตราย ย่อยนับพันรายและแบรนด์ใหญ่ๆ อย่าง Nilkamal และ Durian Industries ซึ่งมีฐานอยู่ที่ Mumbai รวมถึงยักษ์ใหญ่จาก IKEA ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ใน Netherlands และร้านค้าออนไลน์อย่าง Pepperfry ที่เพิ่งถูกบริษัทอสังหาริมทรัพย์ TCC Concept จาก Ahmedabad เข้าซื้อกิจการเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา แต่กระนั้น Holkar เชื่อว่า Interio มีความได้เปรียบจาก "การมีบริการที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การออกแบบ วิศวกรรม ห่วงโช่อุปทาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย" ซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ Devarshi Mehta นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Mordor Intelligence ก็เห็นด้วย โดยระบุในอีเมลว่า "Godrej สั่งสมความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาหลายทศวรรษ จากการส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพมาโดยตลอด และขนาดการบริการที่สามารถรองรับกับความต้องการได้ทั่วประเทศจากเครือข่ายการกระจาย สินค้าขนาดใหญ่"

    ความมุ่งมั่นของ Holkar ในการผลักดันแบรนด์ให้ทันสมัยยังถูกมองว่าเป็นจุดได้เปรียบ Swapneel Nagarkar หัวหน้าธุรกิจของ Interic ซึ่งทำงานร่วมกับเธอมานานกว่า 7 ปี กล่าวถึง Holkar ว่า เป็นคนที่ "เอาใส่ใจลูกค้าอย่างเต็มที่...เธอคิดอยู่เสมอว่าจะทำให้สินค้าทันสมัยและร่วมสมัยยิ่งขึ้นได้อย่างไร" แรงขับเคลื่อนที่ช่วยหนุนยอดขายเฟอร์นิเจอร์ให้โต ขึ้นยังมาจากความต้องการสินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน ที่เพิ่มมากขึ้นด้วย ตามรายงานร่วมปี 2024 ของ Con-federation of Indian Industries Wa. EY Parthenon ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทที่ปรึกษาด้านบัญชีระดับโลก


    EY ได้ระบุว่า อินเดียเป็นตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคประเภทคงทนที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะขยายตัวเฉลี่ยต่อปีแบบทบต้น 11% จนแตะ 35 พันล้านเหรียญภายในปีงบประมาณ 2029 สำหรับฝั่งเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านของ Godrej & Boyce นั้นมียอดรายได้ 820 ล้านเหรียญในปีการเงิน 2025 และตั้งเป้าการเติบโตเพิ่มอีก 30% ในปีการเงิน 2026

    แม้รายงานจาก ICRA บริษัทจัดอันดับเครดิตใน Mumbai เมื่อเดือนกันยายน ปี 2025 ได้ระบุว่า Godrej เป็นหนึ่งในแบรนด์ใหญ่ที่สุดในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าใน อินเดีย แต่การแข่งขันก็เต็มไปด้วยความเข้มข้นอย่างยิ่งโดยต้องเผชิญกับคู่แข่งรายใหญ่จากเกาหลีอย่าง LG และ Samsung รวมถึงผู้ผลิตในประเทศอย่าง Havells ในตลาดตู้เย็น ขณะที่กลุ่มเครื่องปรับอากาศต้องชิง ส่วนแบ่งกับ Blue Star และ Voltas ของเครือ Tata Group ส่วนตลาดเครื่องชักผ้าก็มีคู่แข่งสำคัญอย่าง Whirpool of India ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของยักษ์ใหญ่จากสหรัฐฯ "เรายังอยู่ในช่วงเร่งเครื่องเพื่อไล่ทันแบรนด์เกาหลี" Holkar ยอมรับ "พวกเขารุกเข้าในทุกมุมของตลาดอินเดีย และขยายสู่เมืองเล็กๆ ได้อย่างรวดเร็วกว่ามาก"

    อันที่จริง Godrej & Boyce เคยเป็นผู้บุกเบิกตลาดตู้เย็นในประเทศมาก่อน โดยเป็นบริษัทแรกของอินเดียที่เปิดตัวตู้เย็นที่ผลิตภายในประเทศเมื่อปี 1958 และในช่วงทศวรรษ 1990 ก็มีความร่วมมือ กับบริษัท General Electric ซึ่งทำให้กลายเป็นผู้นำตลาดในเวลานั้น ทว่าความร่วมมือดังกล่าวก็สิ้นสุดลงในปี 1999 ช่วงเวลาเดียวกับที่กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่จากเกาหลีใต้เริ่มรุกตลาดอินเดียอย่างหนัก "ความเป็น ผู้นำ (ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน) ขึ้นอยู่กับพลังของแบรนด์เป็นสำคัญ และอินเดียมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่หลายรายที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ" Ankur Bisen หุ้นส่วนอาวุโสแห่ง The Knowledge Company บริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการจากเมือง Gurgaon กล่าว

    แต่บริษัทซึ่งจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านร้านค้า 40,000 แห่ง ซึ่งรวมไปด้วยร้านขายส่ง ร้านขายปลีกและจำนวนอีก 150 แห่งที่เป็นร้านจำหน่ายเฉพาะแบรนด์ภายใต้ชื่อ Godrej Inspire Hubs กำลังสู้กลับ "ในอดีตเราพึ่งพากับตลาดขนาดใหญ่ แต่เมื่อเกิดโควิดบางส่วนของตลาดนี้ได้หยุดการซื้อสินค้า" Holkar กล่าว "เราจำเป็นต้องปรับตัวและหันไปสู่สินค้าที่มีระดับมากขึ้น" เธอกล่าว พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้ AI เป็นหัวใจหลัก ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ที่สั่งงานผ่านเสียงและแอปพลิเคชัน ตู้เย็นที่ปรับระดับความเย็นและการใช้พลังงานอย่างชาญฉลาด ไปจนถึงเครื่องซักผ้าที่คำนวณปริมาณน้ำตามจำนวนของผ้าโดย อัตโนมัติ กลยุทธ์นี้ดูจะได้ผลดี รายงานจาก ICRA ในเดือนกันยายนที่ผ่านมาเผยว่า กำไรของแผนกนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวในรอบปีการเงิน 2025 โดยพุ่งจาก 2.2% เป็น 4% จากปีก่อนหน้า

    หนึ่งในหัวใจสำคัญของการพลิกโฉมธุรกิจที่ Holkar ขับเคลื่อนก็คือ การปรับองค์กรสู่ความเป็ดิจิทัลด้วยงบลงทุนกว่า 140 ล้านเหรียญ เพื่อรวบรวม ข้อมูลลูกค้าจากทุกแผนกสินค้าอุปโภคบริโภคของบริษัทเข้าสู่แพลตฟอร์มเดียว "เรารวมข้อมูลด้านการขาย การตลาด และบริการไว้ทั้งหมด เพื่อให้เห็นภาพรวมทั้งหมดของลูกค้า Holkar กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่า "เราต้องเป็นเจ้าของบริการหลังการขาย เพราะนั่นคือวิธีที่สำคัฐในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว"

    แม้ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคจะเป็นเป้าหมายหลักของ Holkar แต่ขณะเดียวกัน บริษัทก็ยังเดินหน้าขยายกำลังการผลิตในธุรกิจอวกาศยาน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของคุณลุงด้วยเช่นกัน โดยล่าสุดได้เปิดโรงงานผลิตชิ้นส่วนอากาศยานแห่งใหม่ในเมือง Khalapur ห่างจาก Mumbai ไปทางใต้ราว 70 กิโลเมตร Holkar ระบุว่า Godrej Aerospace กำลังมองหาความร่วมมือกับสตาร์ทอัพด้านอวกาศ ทั้งในด้านการวิจัยและการทดสอบ ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่องค์การอวกาศแห่งอินเดีย (ISRO) กำลังเตรียมภารกิจปล่อยดาวเทียมหลายชุด รวมถึงภารกิจส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศ และการกลับไปสำรวจดาวอังคารอีกครั้ง

    Holkar ผู้มีความรู้กฎหมายผ่านการเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย ร่วมงานกับ Godrej & Boyce ในปี 2015 ในตำแหน่งรองกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกิจการองค์กร ก่อนจะก้าวขึ้นเป็นกรรมการบริหารในปี 2018 ซึ่งทำให้เธอกลายเป็นสมาชิกเพียงคนเดียวจากรุ่นที่ 4 ของตระกูลที่ดำรงตำแหน่งบริหารในปัจจุบัน (ขณะที่ Freyan Crishna Bieri น้องสาวของเธอ และ Navroze บุตรชายของ Jamshyd ดำรงตำแหน่งกรรมการที่ไม่ใช่ผู้บริหาร)

    ภารกิจแรกของ Holkar คือ การเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโซลูชันด้านพลังงานของ Godrej & Boyce ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการออกแบบและสร้างระบบการจ่ายกำลังไฟฟ้า โดยเธอได้ปรับปรุง สัญญาให้รัดกุมขึ้นผ่านการตรวจสอบความเสี่ยงอย่างเข้มงวดพร้อมทั้งเจรจาเรื่องการจัดการด้านการขนส่งและประกันภัยให้ได้เงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัท จากนั้นเธอก็รับหน้าที่ปรับโครงสร้างด้านเทคโนโลยีขององค์กร โดยกล่าวว่า "เรามีเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นเองจำนวนมาก ซึ่งดูแลและยกระดับยาก จึงเริ่มเปลี่ยนไปใช้โซลูชันสำเร็จรูปที่เป็นมาตรฐานแทน"

    บททดสอบครั้งใหญ่ที่สุดของเธอเกิดขึ้นในปี 2024 เมื่ออาณาจักร ธุรกิจของตระกูล Godrej ถูกแบ่งออกเป็น 2 สาย หลังจากเจรจา กันยาวนานถึง 5 ปี โดย Holkar เป็นผู้นำการเจรจาในฝั่งของครอบครัวของเธอจนสามารถบรรลุข้อตกลงที่นำไปสู่การจัดตั้งและแบ่งแยกสายการดำเนินงานออกจากกัน โดย Godrej Enterprises Group จัดตั้งขึ้นสำหรับสายตระกูลที่นำโดย Jamshyd Godrej และ Smita Godrej Crishna ซึ่งรวมถึงบริษัท Godrej & Boyce โดยกลุ่มนี้ยังถือครองที่ดินขนาด 405 เฮกตาร์ในย่าน Vikhroli ซึ่งมีแผนจะพัฒนาเป็นเมืองใหม่แบบบูรณาการขนาดใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    ส่วนอีกหนึ่งสายธุรกิจของตระกูลคือ Godrej Industries Group ซึ่งนำโดยสองพี่น้อง Adi Godrei วัย 83 ปี และ Nadir Godrej วัย 74 ปี โดยมีทรัพย์สินรวมกันกว่า 1.02 หมื่นล้านเหรียญ กลุ่มนี้ประกอบด้วยบริษัทจดทะเบียน 5 แห่ง รวมถึง Godrej Consumer Products ซึ่งผลิตสบู่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และยากำจัดแมลงโดยมี Nisaba ลูกสาวของ Adi วัย 47 ปี เป็นประธานกรรมการและ Godrej Properties ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ Proisha ลูกชาย วัย 44 ปี

    "มันมีความเห็นที่แตกต่างกันในเรื่องของแนวทางการบริหาร" Holkar กล่าวถึงการแยกสายธุรกิจ "แต่โดยรวมฉันคิดว่าเราบรรลุข้อตกลงที่ยุติธรรม" Srinath Sridharan ผู้เขียนหนังสือด้านการวางแผนสืบทอดธุรกิจระบุว่า ข้อตกลงนี้ช่วยให้เกิด "ความต่อเนื่องความมั่นคง และอิสรภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจของแต่ละสายตระกูลตามเป้าหมายของตนเอง"



    Zia Mody ผู้ร่วมก่อตั้งและหุ้นส่วนผู้จัดการของสำนักงานกฎหมาย AZB & Partners ใน Mumbai ซึ่งเป็นที่ที่ Holkar เคยทำงานมาก่อนจะเข้าร่วมธุรกิจครอบครัวก็มีบทบาทในการเจรจาครั้งนี้ด้วย และได้กล่าวถึงความเด็ดขาดของ Holkar ว่า "ทุกครั้งที่ฉันเสนอทางเลือก 2 ทางให้ Nyrika จะตัดสินใจอย่างกล้าหาญโดยเข้าใจผลกระทบรอบด้านอย่างถ่องแท้" ขณะเดียวกัน Nagarkar แห่ง Interio ก็กล่าวด้วยว่า "ถึงเธอจะตัดสินใจอย่างเด็ดขาด แต่เธอก็เปิดใจรับฟังและเปิดโอกาสให้คุณอธิบาย มุมมองของตัวเองได้" พร้อมนิยามสไตล์การทำงานของเธอว่า "เน้นการมีส่วนร่วมและการทำงานร่วมกัน" 

    Holkar ยืนยันว่าเธอและ Jamshyd ผู้เป็นลุงสามารถทำงานร่วม กันได้อย่างราบรื่น โดยกล่าวว่า "ฉันมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง กับผู้บริโภคโดยตรงมากกว่า" ขณะที่ "คุณลุงดูแลงานทุกด้านของบริษัทด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน การได้ทำงานร่วมกันเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าเสมอ"

    Holkar เติบโตในเมือง Mumbai และเข้าเรียนที่โรงเรียน Cathedral and John Connon School ซึ่งมีชื่อเสียงระดับประเทศ โดยเธอมีผลการเรียนโดดเด่นควบคู่ไปกับความสามารถ ด้านกีฬาในฐานะสมาชิกทีมสควอช ว่ายน้ำ และกรีฑาของโรงเรียนเธอบอกว่า แม้เธอจะอยากจะเรียนด้านกฎหมาย แต่ก็ยอมทำตามคำแนะนำของพ่อแม่ เธอเลือกเรียนปริญญาตรีด้านปรัชญาและเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมที่ Colorado College สหรัฐฯ ก่อนจะ ศึกษาต่อด้านกฎหมายทั้งระดับปริญญาตรีและโทที่ University College London เธอเริ่มต้นอาชีพนักกฎหมายที่สำนักงาน White & Case ใน London เมื่อปี 2008 ก่อนจะกลับมาร่วมงาน กับบริษัท AZB ในเมือง Mumbai ในปี 2009 โดยเน้นงานด้านการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A)

    Holkar กล่าวว่า เธอรู้มาตลอดว่าจะเข้าร่วมธุรกิจครอบครัวและเชื่อว่าความรู้ด้านกฎหมายจะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก "แทบทุกเรื่องมีแง่มุมทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสัญญาทรัพย์สินทางปัญญา หรือกระทั่งการพัฒนาพอร์ตโฟลิโอด้าน สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ หรือแม้แต่การทำงานร่วมกับพันธมิตร" 

    ในวัยเด็ก Holkar ใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ร่วมกับครอบครัวใหญ่ของตระกูล Godre; ที่เมืองชายทะเล Alibag ทางตอนใต้ของ Mumbai ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านของคุณตาฝ่ายแม่ Naval Pirojsha Godrej บุตรชายของ Piroisha ผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักร Godrej "รอบตัวเรามีบทสนทนาเรื่องธุรกิจอยู่เสมอ ทั้งจากคุณตาคุณยายรวมถึงคุณพ่อคุณแม่" Holkar เล่าถึงบรรยากาศในครอบครัวโดยคุณพ่อของเธอ Vijay Crishna วัย 80 ปี เป็นนักแสดงละครเวทีชื่อดัง และเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในหลายบริษัทของ Godrej "ในวังวนของธุรกิจครอบครัว เรื่องต่างๆ ไม่ได้จบแค่ในออฟฟิศ" เธอกล่าว


เรื่อง: ANURADHA RAGHUNAT

ภาพ: HARSHITH DAMBEKO




เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : “ดีโน่-เดชจุฑา สุโกศล แคลปป์” เจนใหม่ไฟแรงเชื่อมต่อยุคดิจิทัล

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ในรูปแบบ e-magazine