Forrest Li เศรษฐีสิงคโปร์ผู้เข้าร่วมชมรมพันล้าน - Forbes Thailand
X

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • Forrest Li เศรษฐีสิงคโปร์ผู้เข้าร่วมชมรมพันล้าน

Forrest Li เศรษฐีสิงคโปร์ผู้เข้าร่วมชมรมพันล้าน

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
13 Oct 2019 | 10:00 am 0

หนึ่งปีหลังจากเขาเริ่มเข้ามาติดในทำเนียบคนรวยที่สุดของสิงคโปร์เป็นครั้งแรก Forrest Li ยังคงโดดเด่นในฐานะมหาเศรษฐีเกมออนไลน์คนเดียวในโผของปีนี้

Forrest Li โดดขึ้น 21 อันดับ ขึ้นมาเป็นอันดับที่ 21 ด้วยทรัพย์สินสุทธิมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว จาก 738 ล้านเหรียญเป็น 1.57 พันล้านเหรียญ หลังจากเราวัดมูลค่าทรัพย์สินของเขาครั้งสุดท้ายเมื่อกรกฎาคม 2018

Li ถือหุ้น 15.5 % ใน Sea ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ หุ้นของกลุ่มทะยานขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์หลังจากกลุ่มแจ้งยอดขายซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ราว 1 พันล้านเหรียญในปี 2018 และทำกำไรในไตรมาส 4 เหนือกว่าความคาดหมาย ราคาหุ้นยังขึ้นต่อในปี 2019 และเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่านับตั้งแต่เดือนมกราคม จนราคาอยู่ที่ประมาณ 34.50 เหรียญ

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูล App Annie กล่าวว่า สิ่งที่อยู่เบื้องหลังราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นอย่างน่าทึ่งคือเกมแนว battle royale (เกมที่ผู้เล่นต่อสู้กันเพื่อเอาชีวิตรอด) ชื่อ Free Fire ของ Sea ซึ่งมียอดดาวน์โหลดเป็นอันดับ 4 ในปีที่แล้วทั้งในร้านของ Apple และ Google รวมกัน โดยปัจจุบัน Free Fire คุยอวดว่า มีผู้เล่นลงทะเบียนถึง 350 ล้านคน และในขณะเดียวกัน Shopee ซึ่งเป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ Sea ที่ทำยอดขายให้กลุ่มมากกว่า 25% ก็มีจำนวนผู้ซื้อที่ประจำเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีที่แล้วจนเกือบถึง 50 ล้านคน

ผลประกอบการของ Sea แข็งแกร่งพอจะส่งให้ Gang Ye ผู้ร่วมก่อตั้ง Sea ซึ่งถือหุ้นในบริษัทไม่ถึง 9% เข้ามาอยู่ในทำเนียบการจัดอันดับของเราด้วยทรัพย์สินสุทธิประมาณ 900 ล้านเหรียญ ทั้งสองร่วมกันก่อตั้ง Sea ในปี 2009 ซึ่งในตอนนั้นใช้ชื่อว่า Garena และภายในไม่ถึงปีโอกาสครั้งใหญ่ก็มาถึงเมื่อพวกเขาได้เป็นหุ้นส่วนกับบริษัทพัฒนาเกมในสหรัฐฯ ชื่อ Riot Games (ซึ่งอยู่เบื้องหลังเกม League of Legends ที่ขายให้ Tencent ของจีนไปเมื่อปี 2011)

แม้จะประสบความสำเร็จหลายอย่าง แต่ Sea ก็ยังไม่ทำกำไร และผลขาดทุนก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกับยอดขาย โดยผลขาดทุนสุทธิปี 2018 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 70% เป็น 961 ล้านเหรียญ

โฆษกของบริษัทกล่าวว่า สาเหตุหลักของการขาดทุนมาจากการลงทุนใน Shopee ซึ่งยังขยายกิจการอยู่นับตั้งแต่เปิดตัวมาได้ 3 ปีครึ่ง แต่รายงานฉบับเดือนพฤษภาคมของ Piper Jaffray กล่าวว่า จีดีพีที่เพิ่มขึ้นและการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าจะช่วยสร้างการเติบโตให้ Sea ต่อไปได้อย่างแข็งแกร่ง และผลกำไรยังมีแนวโน้มสดใสอีกด้วยGrace Chung

 

อ่านเพิ่มเติม

 

ภาพ: Nicky Loh/Bloomberg


คลิกอ่านเรื่องราวของ 50 อันดับเศรษฐีสิงคโปร์ ประจำปี 2019 ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2562 ได้ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP