Fenbi จ่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านการศึกษาในจีน - Forbes Thailand

Fenbi จ่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ท่ามกลางแรงกดดันจากกฎระเบียบด้านการศึกษาในจีน

FORBES THAILAND / ADMIN
16 Mar 2022 | 03:30 PM
READ 907

Fenbi แพลตฟอร์มด้านการศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรเตรียมสอบราชการพลเรือนของจีนเป็นหลัก ยื่นเอกสารเบื้องต้นสำหรับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หลังเผชิญการปิดกั้นกฎระเบียบจากทางการปักกิ่ง ซึ่งกำหนดให้โรงเรียนกวดวิชาจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงกำไร 

Fenbi

แม้ว่า Fenbi จะเป็นสถาบันการศึกษาสำหรับผู้ผู้ใหญ่ซึ่งไม่ได้ตกเป็นเป้าของการปราบปรามของภาครัฐ ทว่าก็ยังถูกเพ่งเล็งเช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมการศึกษาออนไลน์ที่เหลือของประเทศ

ล่าสุด CB Insights จากนิวยอร์ก รายงานว่า ปัจจุบันบริษัทแห่งนี้มีมูลค่ากิจการน้อยกว่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือลดลงเกือบร้อยละ 40 จากเดิมที่แตะ 3 พันล้านเหรียญในเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ครั้นระดมทุนได้ 390 ล้านเหรียญในรอบ Series A นำโดย IDG Capital และ Trustbridge Partners ซึ่งนับเป็นครั้งแรกและครั้งที่เดียวที่มีการจัดหาเงินทุนนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ในฐานะหน่วยธุรกิจของบริษัทกวดวิชาออนไลน์ Yuan Inc. ก่อนที่จะแยกตัวออกมาในปี 2020 

ปัจจุบัน นักลงทุนจำนวนมากต่างระมัดระวังและกำลังประเมินความเสี่ยงด้านกฎระเบียบโดยรวมอีกครั้ง หลังจากที่ทางการจีนเดินหน้าปราบปราม สถาบันการศึกษาจนกวาดล้างมูลค่าตลาดหลายหมื่นล้านเหรียญ ส่งผลให้ผู้ก่อตั้งหลายรายมีรายได้ลดลงจนหลุดจากทำเนียบมหาเศรษฐี อาทิ Larry Chen แห่ง Gaotu ไปจนถึง Zhang Bangxin แห่ง TAL Education 

และเมื่อไม่นานมานี้ สถาบัน New Oriental ก็ได้ประกาศเลิกจ้างพนักงานกว่า 60,000 ราย หลังมีรายได้จากการดำเนินงานลดลงกว่าร้อยละ 80 จนเป็นเหตุให้ Yu Minhong ผู้ก่อตั้งบริษัท ต้องพยายามหารายได้จากช่องทางอื่นเพิ่มเติมอย่างการไลฟ์สดเพื่อขายผักและผลไม้ เป็นต้น 

"การเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบในภาคการศึกษาของจีนทำให้ต้องมีการประเมินมูลค่าบริษัทใหม่อีกครั้งในปีที่แล้ว" Kenya Watson นักวิเคราะห์จาก CB Insights กล่าวในอีเมล

เมื่อถามเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าและแผนการเสนอขายหุ้น IPO โฆษกของ Fenbi อ้างถึงหนังสือชี้ชวนเบื้องต้นของบริษัท ซึ่งระบุว่ามีมูลค่า 3 พันล้านเหรียญเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ขณะที่ China International Capital Corporation ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ธนาคารเพื่อการลงทุนที่มีรายชื่ออยู่ในหนังสือชี้ชวนดังกล่าว ควบคู่ไปกับ Citi และ BofA Securities ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม 

ด้าน Zhang Yi ซีอีโอ iiMedia บริษัทวิจัยตลาดในกวางโจวกล่าวว่า การตัดสินใจรุกเข้าตลาดหลักทรัพย์ในเวลานี้ อาจเป็นผลสืบเนื่องมาจากแรงกดดันของนักลงทุน รวมถึงความจำเป็นเร่งด่วนของบริษัทในการระดมทุนท่ามกลางจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้น 

โดยปัจจุบันธุรกิจหลักของ Fenbi คือ การขายคอร์สออนไลน์ให้ผู้ใหญ่ในจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในโอกาสไม่กี่อย่างที่จะเป็นแหล่งเงินทุนให้บริษัทด้านการศึกษาฟื้นตัว เช่นเดียวกับบริษัทต่างๆ เช่น Gaotu, TAL Education และ New Oriental ที่พยายามเจาะตลาดในส่วนนี้

“Fenbi กำลังเผชิญการแข่งขันที่รุนแรง” Zhang กล่าว

ด้าน Frost & Sullivan รายงานโดยอ้างอิงจากหนังสือชี้ชวนว่า บริษัทเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่อันดับ 3 ในอุตสาหกรรมการเตรียมสอบวิชาชีพของจีน ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดราวร้อยละ 2.9 หรือ 1 หมื่นล้านเหรียญในปี 2020 ขณะที่คู่แข่งอันดับ 1 (ไม่ประสงค์ออกนาม) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซินเจิ้นนั้นมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ร้อยละ 17.2

ทั้งนี้ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2021 บริษัทสร้างรายได้ 417 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้นร้อยละ 80 จากปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 195 ล้านเหรียญ จากการเปลี่ยนแปลงมูลค่าของหนี้สินทางการเงินบางประเภท และการใช้จ่ายเงินจำนวนมากขึ้นเพื่อจ่ายให้กับครูและส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของบริษัท

Tommy Wong นักวิเคราะห์จากฮ่องกงที่ China Merchants Securities กล่าวว่า นักลงทุน “พยายามหลีกเลี่ยงบริษัทที่ขาดทุนหรือมีกระแสเงินสดอ่อนแอ” ขณะที่ Kenny Ng นักยุทธศาสตร์ด้านหลักทรัพย์ในฮ่องกงของ Everbright Securities International มองว่า แรงกดดันด้านกฎระเบียบและการแข่งขันที่ดุเดือดอาจส่งผลต่อการประเมินมูลค่าของบริษัท

“นักลงทุนยังคงระมัดระวังหุ้นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา และอาจไม่ได้รับการตอบสนองจากตลาดมากนัก” Ng กล่าว “การระดมทุนเพิ่มเติมยังคงช่วยให้ Fenbi เติบโตได้ และการประเมินมูลค่าก็มีแนวโน้มสูงขึ้นหากความเชื่อมั่นจากนักลงทุนเปลี่ยนเป็นบวกในช่วง 2 หรือ 3 ปี”

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Chinese Education Sector Faces Testing Times Based On Fenbi’s Falling Valuation ผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Kicks Crew แพลตฟอร์มรองเท้าผ้าใบไฮเอนด์ ระดมทุน 6 ล้านเหรียญฯ ในรอบ Series A