CHAYADI KARIM ภารกิจขยายพอร์ตอสังหาฯ 1 พันล้านเหรียญฯ ใน 5 ปี - Forbes Thailand

CHAYADI KARIM ภารกิจขยายพอร์ตอสังหาฯ 1 พันล้านเหรียญฯ ใน 5 ปี

FORBES THAILAND / ADMIN
25 Oct 2023 | 11:00 AM
READ 1370

Chayadi Karim ลูกชายวัย 31 ปี เจ้าพ่อน้ำมันปาล์มชาวอินโดนีเซีย Bachtiar Karim กำลังสร้างอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นกิจการโรงแรมให้มีมูลค่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลา 5 ปี  เพื่อช่วยแตกกิ่งก้านสาขาให้กับทรัพย์สินของตระกูล

    

    House of Tan Yeok Nee คือ อาคารที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ คฤหาสน์หลังเตี้ยแบบจีนที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1885 นี้ประกอบไปด้วยโครงสร้างคานไม้ขนาดใหญ่ และลวดลายแกะสลักประณีตบรรจง ตัวอาคารล้อมรอบลานเปิดตรงกลางที่ตกแต่งด้วยบ่อปลาคาร์ฟ ที่นี่เปรียบได้กับอนุสรณ์ประจำชาติของสิงคโปร์ ซึ่งอยู่ในทำเลชั้นยอดที่สามารถเดินไปถึง The Istana ทำเนียบประธานาธิบดีสิงคโปร์ได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

    แม้ว่าอาคารแห่งนี้จะมีประวัติอันยาวนานและผ่านมือเจ้าของมาแล้วหลายต่อหลายคน​ แต่ปัจจุบันที่นี่อยู่ภายใต้การครอบครองของ Bachtiar Karim เจ้าพ่อกิจการน้ำมันปาล์มชาวอินโดนีเซีย ซึ่งครอบครองทรัพย์สินกว่า 4 พันล้านเหรียญ ร่วมกับน้องชาย​ผ่าน Invictus Developments บริษัทอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลในสิงคโปร์

    การซื้อ House of Tan Yeok Nee เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ครอบครัวนี้ใช้สร้างขยายธุรกิจให้หลากหลายจากเดิมที่มีเพียงน้ำมันปาล์มเป็นแหล่งรายได้หลัก และเป็นตัวสร้างรายได้ใหม่ให้กับกลุ่มอสังหาฯ ที่เฟ้นหามาอย่างดีทั่วเอเชีย-แปซิฟิก ระหว่างนั่งอยู่ภายในห้องที่มองเห็นบ่อปลาคาร์ฟด้านนอก Chayadi Karim ลูกชายวัย 31 ปีของ Bachtiar บอกถึงวิสัยทัศน์ของ Invictus ว่า ต้องการสร้างพอร์ตที่มีการตอบแทนสูง และสร้างสินทรัพย์ที่เป็นที่พักด้วยการออกแบบเพื่อตอบโจทย์และสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าพักในรูปแบบเฉพาะในเมืองระดับนานาชาติทั้งในสิงคโปร์ ออสเตรเลีย และญี่ปุ่น โดยเน้นอุตสาหกรรมการบริการเป็นสำคัญ​

    Chayadi ทุ่มเทน้ำพักน้ำแรงทำอะไรไปแล้วหลายอย่างเพื่อปูทางไปสู่เป้าหมายที่ว่านี้ หลังก่อตั้ง Invictus ขึ้นเมื่อปี 2018 และนับตั้งแต่ปลายปี 2019 ทางบริษัทได้ใช้เงินทุนไปแล้วราว 236 ล้านเหรียญ ปัจจุบันมีการครอบครองทั้งโรงแรมเก่าแก่ใน Sydney เซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ใน Brisbane และกำลังจะมีโรงแรมเปิดใหม่เร็วๆ นี้ในสิงคโปร์ ซึ่งนอกจาก House of Tan Yeok Nee ทาง Invictus ยังมีอสังหาฯ อื่นๆ ในสิงคโปร์​ซึ่งเป็นฐานการบริหารงานของบริษัทอีก ทั้ง KINN Capsule Hotel อาคารพาณิชย์ และพื้นที่เชิงอุตสาหกรรมต่างๆ 

    ตระกูลนี้ถือหุ้น Invictus แยกออกจากบริษัทน้ำมันปาล์ม Musim Mas Holdings ที่บริหารงานโดย Bachtiar กับน้องชายอีก 2 คนคือ Burhan และ Bahari ซึ่ง Chayadi กล่าวว่า เวลานี้ Invictus มีสินทรัพย์คิดเป็นมูลค่าประมาณ 500 ล้านเหรียญ และเขาตั้งเป้าจะสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวให้ได้ 1 พันล้านเหรียญภายในเวลา 5 ปีนับจากนี้และเพื่อมองหาลู่ทางสร้างรายได้จากอสังหาฯ เหล่านี้ 

    “ผมชื่นชอบการแสวงหาอสังหาฯ เก่าๆ และแน่นอนว่าชอบเป็นเจ้าของด้วย” Chayadi กล่าว “แต่ในแง่ของการลงทุนปลายทางย่อมต้องคำนึงถึงผลตอบแทนจากสินทรัพย์นั้นๆ” เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว Invictus ซื้ออาคารเก่าแก่อีกแห่งคือ Harbour Rocks Hotel ใน Sydney จาก Robert Magid นักพัฒนาอสังหาฯ ชาวออสเตรเลียเป็นเงิน 40 ล้านเหรียญออสเตรเลีย (26 ล้านเหรียญ) โรงแรมนี้ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1887 ตั้งอยู่ห่างจาก Sydney Harbour Bridge ในระยะที่ใช้เวลาเดินถึงเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

    Invictus ซื้ออสังหาฯ ต่างๆ โดยใช้เงินของครอบครัวกับสินเชื่อธนาคารปะปนกันไปโดยไม่ได้เปิดเผยสัดส่วนที่ชัดเจน ตามคำบอกเล่าของ Chayadi  ซึ่งเขาเป็นผู้ดูแลการปฏิบัติงานรายวันของธุรกิจนี้ และเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องการลงทุนในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดของบริษัท เขากล่าวว่า Invictus กำลังมองหาอสังหาฯ แบบพักอาศัยร่วม (co-living) ทั้งในสิงคโปร์และที่อื่นๆ และยังเตรียมจะบุกตลาดธุรกิจบริการที่พักในญี่ปุ่นกับสหราชอาณาจักรด้วย “เราเริ่มวางข้อเสนอซื้ออสังหาฯ ในออสเตรเลียกับญี่ปุ่นแล้ว” Chayadi ให้ข้อมูลเพิ่มเติมภายหลังผ่านอีเมล

    เมื่อสัญญาเช่าที่ทำไว้กับ Amity Global Institute ซึ่งเป็นสถาบันด้านการศึกษาสิ้นสุดลง ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยกำหนดวัน Chayadi วางแผนจะเปลี่ยน House of Tan Yeok Nee ให้กลายเป็นพื้นที่ค้าปลีกและสำนักงาน โดยอาศัยผู้เช่าหลักที่เป็นกิจการชั้นนำมาเป็นแม่เหล็ก “เรากำลังมองหาคาเฟ่ระดับบนที่มีแนวคิดเหนือกาลเวลา” เขากล่าว “จะเป็นแบรนด์ที่มีในสิงคโปร์อยู่แล้วและอยากหาที่ตั้งสาขาเรือธง หรือจะเป็นแบรนด์หน้าใหม่ที่อยากมาปักหมุดที่นี่ก็ย่อมได้ เราพร้อมเปิดกว้างรับแนวคิดเหล่านี้” นอกจากนี้ ที่นี่ยังจะเป็นที่ตั้งสำนักงานของ Invictus กับธุรกิจบันเทิงและไลฟ์สไตล์ของ Cindy Karim วัย 32 ปี พี่สาวของ Chayadi รวมถึงสำนักงานของ Harrison Asset Management ธุรกิจของครอบครัว Bachtiar อีกด้วย

    Chayadi เปิดเผยความฝันของตนเองที่จะเลือกเส้นทางที่แตกต่างจากอาณาจักรธุรกิจน้ำมันปาล์มของตระกูลมานานแล้ว หลังจบการศึกษาสาขาบริหารธุรกิจจาก Singapore Management University ในปี 2015 เขาเคยเข้าทำงานที่บริษัทสตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยวในช่วงสั้นๆ ก่อนเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจอสังหาฯ 

    ในวัยเด็กราวช่วงทศวรรษที่ 1990 บรรดาพี่น้องตระกูลนี้ต่างมีโอกาสได้ช่วยงาน Anwar Karim คุณปู่ผู้ล่วงลับ ด้วยการทำงานห่อสบู่ที่โรงงานสบู่ของเขาในเมือง Medan ที่อินโดนีเซีย ซึ่งในเวลาต่อมาพัฒนาขึ้นเป็นบริษัท Musim Mas Holdings ในช่วงต้นยุค 2000 ทั้ง Bachtiar และภรรยาคือ Dewi Sukwanto เปิดกิจการ Mikie Holiday Resort ซึ่งมีทั้งโรงแรม โรงละคร และสวนสนุกขึ้นในเมือง Berastagi ซึ่งตั้งอยู่ห่างจาก Medan ประมาณ 2 ชั่วโมงหากเดินทางโดยรถ 

    “ไม่ช้าก็เร็วทั้งผมและพี่สาวก็จะต้องเข้าสู่เส้นทางการเป็นเจ้าของกิจการนี้อยู่แล้ว” Chayadi กล่าว ตระกูลของเขามีประสบการณ์บริหารโรงแรมและทราบดีว่า “จะประเมินการลงทุนในโรงแรมอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ ดังนั้น เราเลยคิดว่าน่าจะเหมาะสมและเป็นธรรมชาติที่สุดหากจะเข้าสู่ธุรกิจ [อสังหาฯ] ประเภทนี้เป็นอย่างแรก”

    อสังหาฯ แห่งแรกที่ Invictus ซื้อหามาครอบครองอาจเป็นหนึ่งในเครื่องพิสูจน์ถึงความชำนาญได้เป็นอย่างดี เมื่อเดือนตุลาคมปี 2019 Invictus ซื้อ Darby Park Executive Suites ในราคา 160 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (117 ล้านเหรียญ) จาก Royal Group ของ Asok Kumar Hiranandani เศรษฐีพันล้านชาวสิงคโปร์ ราคานี้สูงกว่าที่ Royal Group ซื้อมาจาก Sime Darby เมื่อปี 2018 ถึง 72% 

    แม้จะต้องจ่ายแพงลิบลิ่ว แต่ทำเลอันงดงามเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจ Chayadi ที่นี่ตั้งอยู่เลขที่ 12 ถนน Orange Grove Road ตรงข้ามกับโรงแรม Shangri-La Singapore และเดินไปถึงแหล่งช็อปปิ้งอย่าง Orchard Road ได้ภายในไม่กี่นาที “อาคารที่ใหญ่ขนาดนี้และมีทำเลที่ตั้งตรงนี้ไม่ใช่จะหลุดมาถึงมือได้ง่ายๆ” เขากล่าว “เราสามารถประเมินมูลค่าและโอกาสทางธุรกิจของอาคารนี้ในแง่บวกได้โดยไม่ประมาท”

    ช่วงปลายปี 2019 ที่โควิด-19 ยังไม่อุบัติขึ้น ธุรกิจโรงแรมต่างๆ ในสิงคโปร์กำลังไปได้สวย Chayadi มองว่าโรคระบาดใหญ่นี้ช่วยป้องกันไม่ให้ Invictus ต้องตกอยู่ในสภาวะขาดทุนในช่วงปีถัดๆ มา

    “เรายังอยู่ในช่วงการออกแบบจึงไม่ได้รับผลกระทบในตอนนั้น” เขากล่าว Invictus รื้ออาคารเดิมออกและกำลังสร้างโรงแรมบูติกขนาด 143 ห้องขึ้นใหม่ภายใต้แบรนด์​ The Standard ซึ่งจะเป็นโรงแรมแห่งแรกของแบรนด์นี้ในสิงคโปร์ และคาดว่าจะเปิดบริการได้ต้นปี 2024 นี้

    ส่วนทรัพย์สินในครอบครองของ Invictus Developments ที่ออสเตรเลียยังมีเซอร์วิสอะพาร์ตเมนต์ Quest Woolloongabba ใน Brisbane ซึ่งเพิ่งซื้อไว้เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาในราคา 43.8 ล้านเหรียญออสเตรเลียจาก Pellicano Group อาคารขนาด 132 ห้องแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสนามแข่งคริกเก็ต Brisbane Cricket Ground ซึ่งเป็นหนึ่งในสนามกีฬาที่จะจัดแข่งขันโอลิมปิกในปี 2032 ด้วยBachtiar วัย 65 ปี กล่าวว่า เขาดีใจที่สามารถผลักดันลูกๆ ให้บุกเบิกธุรกิจอื่นนอกเหนือจากกิจการน้ำมันปาล์มได้ “สำหรับผมสิ่งสำคัญคือ ต้องลดความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของลงและเพิ่มความรู้สึกรับผิดชอบให้มากขึ้น”​ ประธานกรรมการและซีอีโอของ Musim Mas Holdings กล่าวผ่านอีเมล “ผมใช้วิธีเปิดพื้นที่ให้พวกเขาทำตามความฝันและสิ่งที่ปรารถนาควบคู่ไปกับการคอยชี้แนะให้ตัดสินใจเรื่องต่างๆ ในทางธุรกิจอย่างรับผิดชอบ”

    

    อ่านเพิ่มเติม : วิทวัส วิภากุล - อมรินทร์ นฤหล้า นำทัพ GRAND คว้าโอกาสที่ท้าทาย

    คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2566 ในรูปแบบ e-magazine 

    ​