3 มหาเศรษฐีญี่ปุ่น ที่ธุรกิจทะยานท่ามกลางสถานการณ์โควิด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • 3 มหาเศรษฐีญี่ปุ่น ที่ธุรกิจทะยานท่ามกลางสถานการณ์โควิด

3 มหาเศรษฐีญี่ปุ่น ที่ธุรกิจทะยานท่ามกลางสถานการณ์โควิด

Forbes Thailand / Admin
08 Sep 2021 | 12:44 pm 311

ในปีแห่งโรคระบาด มหาเศรษฐี 50 อันดับของญี่ปุ่นมีทรัพย์สินสุทธิรวมเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 โดยในจำนวน 50 รายชื่อมีมหาเศรษฐี 3 รายได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดในประเทศญี่ปุ่นและทั่วโลกทำให้มูลค่าทรัพย์สินและรายได้ของพวกเขาพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์


Shigenobu Nagamori

อายุ: 76 ปี
อันดับที่ 5
มูลค่าทรัพย์สิน:  9 พันล้านเหรียญ
แหล่งที่มา: NIDEC

เมื่อผู้คนทำงานอยู่บ้านมากขึ้นในช่วงโรคระบาด ยอดขายของ Nidec ผู้ผลิตมอเตอร์ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจึงหมุนเร็วตลอดปีที่ผ่านมาด้วยมาตรการตัดค่าใช้จ่ายและการส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้นจากมอเตอร์ขนาดเล็กความแม่นยำสูงซึ่งมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานถึงร้อยละ 15.1 ทำให้บริษัทจากเมือง Kyoto แห่งนี้คาดว่า จะรายงานกำไรสุทธิได้สูงเป็นประวัติการณ์คือ 1.3 พันล้านเหรียญ จากรายได้ 1.47 หมื่นล้านเหรียญ

สำหรับทั้งปีในรอบบัญชีที่ผ่านมาจนถึงเดือนมีนาคม ปี 2021 ผลประกอบการดังกล่าวบวกกับการรุกธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า (EV) อย่างหนักทำให้หุ้น Nidec โดดขึ้น 150% ในปีที่ผ่านมาและช่วยให้ทรัพย์สินสุทธิของผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Shigenobu Nagamori วัย 76 ปีเพิ่มขึ้นราว 5.3 พันล้านเหรียญ เป็น 9 พันล้านเหรียญ

กลยุทธ์ของ Nagamori คือ การวางตำแหน่งให้ Nidec เป็นซัพพลายเออร์มอเตอร์ลากจูงและชุดขับเคลื่อนรายหลักสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ขณะที่ยอดขายรถ EV พุ่งทั่วโลก Nagamori ได้ ประกาศกับสาธารณชนว่า ชิ้นส่วน EV เป็นหนึ่งในเสาหลักที่จะช่วยให้บริษัทของเขาบรรลุเป้าหมายรายได้ 10 ล้านล้านเยน (9.1 หมื่นล้านเหรียญ) ภายในปี 2030 และเขายังใช้ประโยชน์จากฝ่ายวิจัยและพัฒนาของ Nidec เพื่อออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ทั้งยังใช้เงิน 4.6 พันล้านเหรียญที่เก็บสะสมไว้เข้าซื้อกิจการต่างๆ

ปีที่แล้ว Nidec จ้าง Jun Seki อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Nissan Motor มาเป็นประธานกรรมการ เพราะเขามีประสบการณ์ด้านยานยนต์ การผลิต และธุรกิจระดับโลกและในเดือนกุมภาพันธ์ Nidec เข้าซื้อกิจการ Mitsubishi Heavy Industries Machine Tool ด้วยราคาที่ไม่เปิดเผย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการผลิตเฟืองสำหรับชุดเกียร์ของรถยนต์ไฟฟ้า ~ James Simms รายงาน



Akio Nitori

อายุ: 77 ปี
อันดับที่ 8
มูลค่าทรัพย์สิน: 5.2 พันล้านเหรียญ
แหล่งที่มา: Nitori Holding

มาตรการล็อกดาวน์ทั่วญี่ปุ่นตั้งแต่ฤดูใบไม้ผลิปีที่แล้วทำาให้ยอดขายเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านของ Nitori Holdings พุ่งขึ้น เพราะผู้บริโภคที่ออกไปไหนไม่ได้พากันซื้อของมารองรับการทำางานอยู่บ้าน บริษัทจาก Tokyo แห่งนี้รายงานว่า มีกำไรสุทธิโดดขึ้น 29% เป็น 9.21 หมื่นล้านเยน (853 ล้านเหรียญ) จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเกือบ 12% เป็น 7.169 แสนล้านเยน (6.6 พันล้านเหรียญ)

ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ บริษัทนี้มีทั้งกำไรและรายได้เพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 34 แล้ว และเมื่อหุ้นของ Nitori วิ่งขึ้นก็ช่วยให้ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Akio Nitori มีทรัพย์สินสุทธิเพิ่มขึ้น 30% เป็น 5.2 พันล้านเหรียญในช่วงหลายปีมานี้

Nitori ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นร้านขายเฟอร์นิเจอร์เมื่อปี 1967 ขยายเครือข่ายร้านทั้งในตลาดญี่ปุ่นและต่างประเทศ ขณะเดียวกันก็ต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ๆ อย่างฟาสต์แฟชั่นและสินค้าเด็ก รวมทั้งลงทุนในเครือข่ายกระจายสินค้าของบริษัทด้วย Nitori ตั้งเป้าหมายจะมีร้าน 3,000 สาขา และรายได้ 3 ล้านล้านเยน (2.7 หมื่นล้านเหรียญ) ภายในปี 2032 เมื่อเดือนพฤศจิกายน Nitori ยื่นข้อเสนอขอซื้อกิจการโดยที่ผู้ขายไม่ได้ประกาศขายซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในญี่ปุ่น โดยเข้าซื้อเครือร้านขายอุปกรณ์ปรับปรุงบ้าน Shimachu ด้วยราคา 2.14 แสนล้านเยน (1.9 พันล้านเหรียญ) ~ James Simms รายงาน

 


Yoichi & Keiko Erikawa

อายุ: 70, 72 ปี
อันดับที่ 18
มูลค่าทรัพย์สิน: 3.3 พันล้านเหรียญ
แหล่งที่มา: Koei Tecmo Holdings

Koei Tecmo Holdings ไม่ได้เป็นเพียงยักษ์ใหญ่ในธุรกิจวิดีโอเกมเท่านั้น แต่ยังข้ามมายังธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ด้วย บริษัทครองสินทรัพย์ประมาณ 1.1 พันล้านเหรียญทั่วทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ Keiko Erikawa ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานกรรมการบริษัทเปิดเผยขณะให้สัมภาษณ์กับ Nikkei เมื่อไม่นานมานี้ว่า กลยุทธ์การลงทุนของเธอได้รับแรงบันดาลใจมาจากคำแนะนำของคุณยายให้เน้นการลงทุนระยะยาว Erikawa ยังบอกด้วยว่า เธอนิยมลงทุนในบริษัทที่รู้สึกว่าอยากจะร่วมงาน หรือเข้าไปบริหารจัดการ

หุ้นของ Koei Tecmo ทะยานกว่าเท่าตัวในปีที่ผ่านมา โดยบริษัทคาดว่าจะมีกำไรสุทธิมากกว่า 2.5 หมื่นล้านเยน (231 ล้านเหรียญ) หรือเติบโตกว่า 60% สำหรับปีงบการเงินที่สิ้นสุดเมื่อเดือนมีนาคม

อานิสงส์จากความต้องการเล่นเกมที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากโรคระบาดทำให้หลายคนต้องอยู่บ้าน Hyrule Warriors: Age of Calamity ซึ่งเป็นเกมทาง Nintendo Switch มียอดขายทั่วโลกกว่า 3.5 ล้านหน่วยในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว หรือเพียง 1 เดือนเศษๆ หลังจากที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน Erikawa มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิร่วมกับ Yoichi สามีของเธออยู่ที่ 3.3 พันล้านเหรียญ หรือเพิ่มขึ้นถึง 144% ~ James Simms รายงาน

อ่านเพิ่มเติม: “กลุ่มทุนญี่ปุ่น” พันธมิตรคู่ค้า ลงทุนไทยระยะยาวในหลายอุตสาหกรรม


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกรกฎาคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP