10 อันดับบริษัทมหาชนชั้นยอดแห่งเอเชีย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • 10 อันดับบริษัทมหาชนชั้นยอดแห่งเอเชีย

10 อันดับบริษัทมหาชนชั้นยอดแห่งเอเชีย

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
19 Dec 2016 | 2:41 pm 467

บริษัทมหาชนที่ติดอันดับ Fabulous 50 ของเรานั้น ล้วนเป็นบริษัทชั้นยอดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งในปีนี้ มีหนึ่งบริษัทที่ทำผลงานโดดเด่นเหนือบริษัทอื่นๆ และเพิ่งเข้าสู่ทำเนียบของเราเป็นปีแรก หลังจากผ่านข้อกำหนดที่ต้องเป็นบริษัทที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มาอย่างน้อยหนึ่งปี

Alibaba ไม่ใช่เพียงติดอันดับเป็นปีแรกเท่านั้น แต่ยังมีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในบรรดาบริษัททั้ง 50 แห่งแถมยังเหนือกว่าในอีกหลายด้าน Tencent ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดเมื่อปีก่อนตกมาอยู่อันดับสองในปีนี้

ก่อนจะมาเป็นอันดับ Fab 50 เราเริ่มต้นสืบค้นจากข้อมูลบริษัทมหาชน 1,524 แห่งที่มีรายได้ต่อปีอย่างน้อย 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ จากนั้นจึงคัดบริษัทที่ขาดทุนหรือทำรายได้น้อยกว่าเมื่อห้าปีก่อนออก บริษัทที่มีรัฐถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 ถูกคัดออกเป็นลำดับถัดมา เพื่อเน้นบริษัทที่ประกอบธุรกิจแบบกล้าได้กล้าเสียจริงๆ และไม่ใช่บริษัทที่อยู่ได้เพราะมีรัฐบาลค้ำจุน บริษัทที่มีอัตราส่วนหนี้มากกว่าร้อยละ 50 หรือมีบริษัทแม่ในตลาดหลักทรัพย์ถือหุ้นมากกว่าร้อยละ 50 ถูกคัดออกเช่นกัน

สุดท้ายจึงได้บริษัทที่เข้ารอบที่จะถูกนำมากลั่นกรองด้วยเกณฑ์ด้านการเงินอีกนับสิบเพื่อให้ได้บริษัทชั้นนำที่มีผลการดำเนินงานดีเยี่ยม และเป็นที่สุดของที่สุดในภูมิภาคอย่างแท้จริง

 

พบ 10 อันดับบริษัทมหาชนที่ดีเด่นแห่งเอเชีย


Alibaba Group (จีน)

ค้าปลีกออนไลน์
มูลค่าตลาด: 2.425 แสนล้าน

หลังเข้าจดทะเบียนหลักทรัพย์กว่าหนึ่งปี บริษัทจึงได้รับการพิจารณาเข้าสู่อันดับ Fab 50 กำไรของ Alibaba Group ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงถึง 11,200 ล้านเหรียญนั้น สูงกว่าบริษัทไหนๆ ในทำเนียบของเรา Jack Ma ซึ่งปัจจุบันร่ำรวยเป็นอันดับที่สองของจีน ก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 1999 ใน Hangzhou ดำเนินธุรกิจตลาดซื้อขายสินค้าออนไลน์ บริการ cloud computing และ Alipay ระบบชำระเงินออนไลน์

 


Tencent (จีน)
บริการอินเทอร์เน็ต
มูลค่าตลาด: 2.332 แสนล้านเหรียญ

แปดปีติดต่อกันแล้วที่ Tencent ยืนหยัดอยู่ในอันดับ Fab 50 บริษัทอ้างว่า WeChat แอพพลิเคชั่นให้บริการส่งข้อความและข้อความเสียงทางโทรศัพท์มือถือที่มีผู้ใช้

 


Taiwan Semiconductor Manufacturing (ไต้หวัน)

ธุรกิจ: เซมิคอนดัคเตอร์ส
มูลค่าตลาด: 1.481 แสนล้านเหรียญ

บริษัทผู้ผลิตชิพคอมพิวเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกทำยอดขายสูงสุดในอันดับของเราในปีนี้ และติดอันดับของเราเป็นครั้งที่สามแล้ว โดยปรากฏตัวครั้งล่าสุดตั้งแต่เมื่อปี 2007

เมื่อครั้งที่ Morris Chang ก่อตั้งบริษัทขึ้นเมื่อปี 1987 เขาวางคอนเซปต์ให้เป็นโรงงานที่มุ่งผลิตเฉพาะชิพวงจรรวมให้กับบรรดาบริษัทออกแบบวงจร (Dedicated IC Foundry) ในปี 2012 Chang ได้รับเลือกเป็นนักธุรกิจแห่งปีของ FORBES ASIA เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาบริษัทลงนามกับรัฐบาลมณฑล Nanjing ในข้อตกลงสร้างโรงงานผลิตไมโครชิพมูลค่า 3,000 ล้านเหรียญขณะที่อุตสาหกรรมการผลิตชิพกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศจีน

 


Baidu (จีน)

บริการอินเทอร์เน็ต
มูลค่าตลาด: 4.7 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัทผู้นำด้านอินเทอร์เน็ตติดอันดับเป็นครั้งที่ 5 โดยที่รายได้สุทธิพุ่งขึ้นถึงร้อยละ 149 ภายในเวลาหนึ่งปี Robin Li ผู้ก่อตั้งและ CEO ตำแหน่งบุคคลที่รวยที่สุดอันดับที่ 4 ของจีน แผนที่ Baidu Map ซึ่งมีผู้ใช้มากกว่า 500 ล้านคน ตั้งเป้าเพิ่มประเทศที่แสดงในแผนที่เป็น 150 ประเทศจากปัจจุบัน 50 ประเทศภายในสิ้นปีนี้ เพื่อให้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสำหรับชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศในแต่ละปีกว่า 140 ล้านคน เดือนมิถุนายน

 


HDFC Bank (อินเดีย)
การธนาคาร
มูลค่าตลาด: 4.66 หมื่นล้านเหรียญ

ธนาคารเอกชนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของอินเดียอยู่ยงใน Fab 50 มาเป็นครั้งที่ 10 ซึ่งมากที่สุดในบรรดาบริษัททั้งหมด มีเพียงปีเดียวในช่วงระหว่างปี 2006 ถึง 2011 ที่ธนาคาร HDFC ไม่ติดอันดับของเรา ในปีงบประมาณที่ผ่านมา กำไรสุทธิของธนาคารพุ่งเกือบแตะระดับ 2 พันล้านเหรียญ ด้วยจำนวนสาขากว่า 4,500

 


Sun Pharmaceutical Industries (อินเดีย)

เภสัชภัณฑ์
มูลค่าตลาด: 2.89 หมื่นล้านเหรียญ

บริษัทเภสัชภัณฑ์อันดับหนึ่งของอินเดียจาก Mumbai เข้าสู่ทำเนียบ Fab 50 เป็นปีที่ห้าติดต่อกันแล้ว เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทเพิ่งเปิดตัวยารักษามะเร็งพร้อมฉีดที่ได้รับใบอนุญาตชนิดแรกของโลกในยุโรป Dilip Shanghvi ซึ่งเป็นเจ้าของหุ้นกว่าครึ่งและเป็นมหาเศรษฐีอันดับสองของอินเดีย เพิ่งได้รับรางวัล Padma Shri ซึ่งมอบแก่พลเรือนผู้ทรงเกียรติ ประจำปีนี้

 


NetEase (จีน)

บริการอินเทอร์เน็ต
มูลค่าตลาด: 2.78 หมื่นล้านเหรียญ

กลับมาเป็นครั้งที่สองหลังจากเข้าอันดับครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว ยอดขายของบริษัททะยานขึ้นถึงร้อยละ 91 ในปี 2015 โดยเมื่อเดือนพฤษภาคม ได้นำเกม Minecraft จากสตูดิโอ Mojang ของสวีเดน ไปเปิดตัวในจีน บริษัทมองเห็นศักยภาพของเกมเสมือนจริง จึงได้ทุ่มเทพัฒนาเกม Twilight Pioneers สำหรับแพลตฟอร์มของ Google ที่มีชื่อว่า Daydream บริษัทเปิดกิจการเมื่อปี 1997 ที่เมือง Guongzhou ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่ที่ Beijing

 


AmorePacific (เกาหลีใต้)
เครื่องสำอาง
มูลค่าตลาด: 2.43 หมื่นล้านเหรียญ

ผู้ผลิตเครื่องสำอางยักษ์ใหญ่ติดทำเนียบ Fab 50 เป็นปีที่สองติดต่อกัน เครื่องสำอางของ Amore Pacific เกาะติดกระแสเกาหลี โดยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และเมื่อเร็วๆ นี้ Suh Kyung-Bae ประธานบริษัท ได้รับการจัดให้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดเป็นอันดับสองของเกาหลีใต้ รวมทั้งได้รับเลือกให้เป็น Forbes Asia’s Businessman of the Year ประจำปี 2015

 


Ctrip.com International (จีน)

บริการท่องเที่ยว
มูลค่าตลาด: 2.17 หมื่นล้านเหรียญ

เข้าสู่ทำเนียบ Fab 50 เป็นครั้งแรกในปีนี้ จากที่ไปรอท่าติดอันดับอยู่ใน Waiting in the Wings ในปีที่ผ่านมา

ปี 1999 James Liang Jianzhang ร่วมกับเพื่อนสามคนก่อตั้งบริษัทขึ้นที่ Shanghai ก่อนเปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชนเมื่อปี 2003 Ctrip.com ให้บริการจองห้องพักโรงแรม สายการบิน และแพ็คเกจทัวร์ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทควบรวมกิจการกับ Qunar ผู้ขายตั๋วเครื่องบินอันดับหนึ่งของจีน ทำให้ตอนนี้ Ctrip.com ครองส่วนแบ่งตลาดท่องเที่ยวออนไลน์ของจีนถึงร้อยละ 80

Liang ซึ่งปัจจุบันรับตำแหน่งประธานและ CEO เขาเคยร่วมเขียนหนังสือเล่มหนึ่งและตีพิมพ์เมื่อปี 2012 เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว หลังจากได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับตลาดแรงงานที่หดตัวของจีน ระหว่างทำปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัย Stanford

 


Naver (เกาหลีใต้)
บริการอินเทอร์เน็ต
ยอดขาย: 2.9 พันล้านเหรียญ
มูลค่าตลาด: 2.09 หมื่นล้านเหรียญ

search engine อันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ปรากฏตัวในอันดับของเราเป็นครั้งที่ 7 หลังจากห่างหายไปในปี 2015

เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Line บริการส่งข้อความบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นบริษัทลูกที่มีสำนักงานใหญ่ที่ญี่ปุ่น ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สองแห่ง ได้แก่ ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กและตลาดหลักทรัพย์โตเกียว Line สามารถระดมทุนได้ 1,000 ล้านเหรียญ นับเป็นการเสนอขายหุ้น IPO ของบริษัทเทคโนโลยีที่ทำเงินได้มากที่สุดในปีนี้จนถึงขณะนี้

เดือนกันยายนปีที่แล้ว Naver เปิดตัวแอพพลิเคชั่นโคลนนิ่ง Snapchat ชื่อว่า Snow ให้บริการส่งข้อความวิดีโอ ซึ่งมีผู้ใช้แล้วมากกว่า 40 ล้านคนในเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม นอกจากนี้ยังได้ส่วนแบ่งผู้ใช้ไม่น้อยจากจีนซึ่งรัฐบาลไม่อนุญาตให้ใช้ Snapchat ซึ่งเป็นแอพฯ จากสหรัฐฯ

 


กรุงเทพดุสิตเวชการ (ไทย)

บริการทางการแพทย์
ยอดขาย: 9.9 พันล้านเหรียญ

ติดอันดับเป็นปีที่สองสำหรับกรุงเทพดุสิตเวชการซึ่งยังคงได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวจากประเทศเพื่อนบ้านที่เดินทางมารับบริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพกว่า ปัจจุบันบริษัทบริหารงานเครือโรงพยาบาล6 แห่งที่มีสาขารวมกัน 43 แห่ง จำนวนเตียงคนไข้มากกว่า 7,000 เตียง หลังจากเปิดดำเนินงานเมื่อปี1969 และมีแผนจะขยายโรงพยาบาลเป็น 50 แห่งเพิ่มจำนวนเตียงเป็น 9,000 เตียง ภายในระยะเวลาสี่ปี

 


คลิกอ่านฉบับเต็ม “50 สุดยอดบริษัทมหาชน” ได้ที่ Forbes Thailand ฉบับ NOVEMBER 2016 ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP