มูลค่าทรัพย์สินขึ้น-ลงคละเคล้า มหาเศรษฐีฮ่องกง ต้องเผชิญกับปีที่ท้าทาย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • มูลค่าทรัพย์สินขึ้น-ลงคละเคล้า มหาเศรษฐีฮ่องกง ต้องเผชิญกับปีที่ท้าทาย

มูลค่าทรัพย์สินขึ้น-ลงคละเคล้า มหาเศรษฐีฮ่องกง ต้องเผชิญกับปีที่ท้าทาย

Forbes Thailand / Admin
14 Apr 2020 | 9:30 am 1377

สถานการณ์ประท้วงที่ยืดเยื้อและสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจฮ่องกงในปีที่ผ่านมา มูลค่าสินทรัพย์ของบุคคลในทำเนียบ 50 มหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกงมีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลง โดย 24 รายมีสินทรัพย์เพิ่มขึ้น ขณะที่อีก 22 รายมีสินทรัพย์ลดลง ซึ่งในขณะที่ดัชนีตลาดหุ้น Hang Seng แทบไม่เปลี่ยนแปลงจากตอนที่เราประเมินมูลค่าทรัพย์สินของมหาเศรษฐีฮ่องกงในเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว แต่มูลค่าสินทรัพย์รวมของ มหาเศรษฐีฮ่องกง 50 อันดับแรกยังคงเพิ่มขึ้น 7% เป็น 3.08 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ

ในปีนี้ Li Ka-shing ผู้ยึดแท่นมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของฮ่องกงอย่างเหนียวแน่นมาอย่างยาวนานต่อเนื่องถึง 12 ปี นับตั้งแต่เริ่มจัดอันดับ มหาเศรษฐีฮ่องกง ถูก Lee Shau Kee ผู้ก่อตั้งกิจการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ Henderson Land แซงหน้าไปได้ โดยมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของเขาอยู่ที่ 3.04 หมื่นล้านเหรียญ เฉือนแชมป์เก่าไปอย่างหวุดหวิดเพียงแค่ 1 พันล้านเหรียญ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางภาวะตลาดที่ผันผวนในปัจจุบัน Li Ka-shing มีโอกาสกลับมาทวงตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของฮ่องกงคืนได้จากการจัดอันดับมหาเศรษฐีฮ่องกงแบบเรียลไทม์โดย Forbes.com ตลอดเวลา

Lee Shau Kee

มูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เป็นของมหาเศรษฐีอันดับ 3 ได้แก่ ครอบครัวของ Henry Cheng ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลแทนบิดา Cheng Yu-tung เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ที่เสียชีวิตไป

การประเมินมูลค่าทรัพย์สินในรอบนี้ เราได้รวมมูลค่ามรดกของตระกูลที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้นับรวมด้วย ทำให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิของตระกูลอยู่ที่ 2.07 หมื่นล้านเหรียญ โดยทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงที่สุดของตระกูลคือหุ้นใน Chow Tai Fook Jewellery Group และกิจการอสังหาริมทรัพย์ New World Development ซึ่งมี Adrian Cheng หลานชายของผู้นำตระกูลเป็นผู้กุมบังเหียนอยู่

หนึ่งในบรรดามหาเศรษฐีฮ่องกงที่มีมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นมากที่สุดได้แก่คู่สามีภรรยา Yeung Kin-man และ Lam Wai Ying เจ้าของกิจการผลิตแก้ว Biel Crystal ซึ่งหลังจากมูลค่าทรัพย์สินตกฮวบไปกว่าครึ่งในปี 2019 มูลค่าทรัพย์สินของพวกเขาในปีนี้ดีดกลับขึ้นมาถึง 70% เป็น 8 พันล้านเหรียญ ทำให้อันดับของพวกเขาขยับขึ้นจากอันดับ 10 มาเป็นอันดับ 9

ทั้งนี้ Biel Crystal ซึ่งป้อนวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตสมาร์ทโฟนอย่าง Apple, Huawei และ Samsung ได้อานิสงส์จากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของแก้ว 3D ที่ใช้ทำปลอกเครื่องมือถือ 5G

มหาเศรษฐีอีกรายที่มูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมากในปีนี้คือ Wong Man Li ซึ่งมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของเขาเพิ่มขึ้นถึง 65% เนื่องจากราคาหุ้นของ Man Wah กิจการผลิตเฟอร์นิเจอร์ของเขาพุ่งขึ้นจากยอดขายที่แข็งแกร่งในจีนแผ่นดินใหญ่ และการย้ายฐานการผลิตไปยังเวียดนาม

มีมหาเศรษฐีรายใหม่เพียงรายเดียวเท่านั้นที่เพิ่มเข้ามาในทำเนียบของเราในปีนี้ คือ Zhuo Jun ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้เข้ามาอยู่ในทำเนียบเศรษฐีที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิเกินพันล้านเหรียญไปแล้ว เธอถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 46 ของมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในฮ่องกง หลังจากที่ราคาหุ้น Shenzhen Kinwong Electronic ซึ่งเป็นกิจการผลิตแผ่นวงจรพิมพ์ของเธอพุ่งสูงขึ้นจากข่าวการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรอรับการเติบโตของระบบ 5G ทั่วโลก

สำหรับมหาเศรษฐี 22 รายในทำเนียบของเราที่มีมูลค่าสินทรัพย์ลดลงนั้น 14 รายเป็นมหาเศรษฐีในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งรวมถึง Fong Yun Wah แห่ง Hip Shing Hong และ Thomas Lau แห่ง Lifestyle International ซึ่งโด่งดังจากห้างสรรพสินค้า Sogo ด้วย

แต่เนื่องจากตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ชะลอตัวลง และอัตราการเข้าพักโรงแรมก็ลดลง จึงทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของพวกเขาลดลง 30% และ 24% ตามลำดับ ทั้งนี้ มหาเศรษฐีที่หลุดจากทำเนียบของเราไปในปีนี้คือ Lo Siu-tong เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์ซึ่งเพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อเดือนมกราคม และทรัพย์สินของเขาก็ยังจัดแบ่งมรดกไม่เรียบร้อย

ทั้งนี้ มูลค่าทรัพย์สินสุทธิขั้นต่ำของมหาเศรษฐีที่ติดอันดับของเราในปีนี้ลดลงเล็กน้อยจาก 1.27 พันล้านเหรียญ เหลือ 1.2 พันล้านเหรียญ

รายงานโดย Shu-Ching Jean Chen, Muhammad Cohen, Russell Flannery, Jane Ho, Joyce Huang, Sean Kilachand, Suzanne Nam, Robert Olsen, Jessica Tan และ Yue Wang

วิธีการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน

ในการจัดอันดับทำเนียบมหาเศรษฐีรอบนี้ เราใช้ข้อมูลที่รวบรวมมาจากบุคคลต่างๆ ตลาดหลักทรัพย์ นักวิเคราะห์ ฐานข้อมูลในภาคเอกชน หน่วยงานของภาครัฐ และแหล่งข้อมูลอื่นๆ โดยในการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ อิงจากราคาหุ้น และอัตราแลกเปลี่ยนตอนปิดตลาดของวันที่ 24 มกราคม และมูลค่าสินทรัพย์สุทธิแบบเรียลไทม์โดย forbes.com อาจจะสะท้อนมูลค่าทรัพย์สินที่แตกต่างออกไป ส่วนการคำนวณมูลค่าของกิจการที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ ใช้การเปรียบเทียบสัดส่วนทางการเงินกับของบริษัทที่ทำธุรกิจคล้ายกันที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์เป็นตัวอ้างอิง โดยในการประเมินมูลค่าทรัพย์สินสุทธิจะรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองโดยคู่สมรส และหากผู้ที่ถูกประเมินเป็นผู้ก่อตั้งกิจการ ก็จะรวมถึงมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของบุตรชายและธิดาในบริษัทนั้นๆ ด้วย

 

 

เรื่อง: Grace Chung และ Naazneen Karmali เรียบเรียง: พิษณุ พรหมจรรยา, ธรรดร โสตถิอำรุง และปาริชาติ ชื่นชม


คลิกอ่านการจัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีฮ่องกง ประจำปี 2020 ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับ มีนาคม 2563 ในรูปแบบ e-magazine

สรพหล นิติกาญจนา

BACK TO TOP