นักลงทุนจับตา 2 สตาร์ทอัพยูนิคอร์นอินเดีย เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • นักลงทุนจับตา 2 สตาร์ทอัพยูนิคอร์นอินเดีย เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์

นักลงทุนจับตา 2 สตาร์ทอัพยูนิคอร์นอินเดีย เดินหน้าเข้าตลาดหลักทรัพย์

Forbes Thailand / Admin
15 Jul 2021 | 6:30 pm 407

2 สตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์นจากอินเดีย เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

Info Edge
Sanjeev Bikhchandani ผู้ก่อตั้งและรองประธานบริหาร Info Edge เจ้าของ Naukri.com

สตาร์ทอัพแห่งแรก ได้แก่ Zomato เว็บค้นหาร้านอาหาร ซึ่งก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2008 โดยเริ่มจากการเป็นเว็บไซต์รวบรวมรายชื่อร้านอาหารใน 41 เมืองของอินเดีย ก่อนที่จะขยายไปสู่บริการสั่งอาหารและจองโต๊ะอาหาร

โดย Zomato จะเข้าตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 14 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะระดมทุนให้ได้ราว 9.375 หมื่นล้านรูปี (ประมาณ 1.25 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ผ่านการออกหุ้นใหม่และหุ้นที่เสนอขายโดย Info Edge บริษัทแม่ ที่ราคาระหว่าง  72 ถึง 76 รูปีต่อหุ้น

Info Edge ซึ่งมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 18.6 ในแพลตฟอร์มส่งอาหาร ก่อตั้งโดย Sanjeev Bikhchandani ผู้ประกอบการด้านอินเทอร์เน็ตชาวอินเดีย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 3.1 พันล้านเหรียญในการจัดอันดับมหาเศรษฐีแบบเรียลไทม์

นักลงทุนรายอื่นๆ ของ Zomato ได้แก่ Uber B.V., Alipay Singapore, Antfin Singapore, Tiger Global, Sequoia Capital, D1 Capital Partners, Temasek, Kora Management, VY Capital และ Glade Brook Capital อ้างอิงตามข้อมูลที่จัดทำโดย Venture Intelligence ซึ่งติดตามข้อมูลการเงินของบริษัทเอกชน

Paytm
Vijay Shekhar Sharma ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Paytm กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม SoftBank World 2019 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ลำดับถัดไปคือ Paytm แพลตฟอร์มการชำระเงินผ่านมือถือ ซึ่งเพิ่งปรับโครงสร้างคณะกรรมการบริษัท และมีแผนเสนอขายหุ้น IPO ประมาณ 1.66 แสนล้านรูปี (2.23 พันล้านเหรียญ)

Paytm ก่อตั้งโดย Vijay Shekhar Sharma ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 2.3 พันล้านเหรียญ โดยได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนรายใหญ่อย่าง Alibaba, SoftBank, SAIF (ปัจจุบัน คือ Elevation Capital), Berkshire Hathaway, T Rowe Price และ MediaTek

อย่างไรก็ดี แม้ว่าทั้ง 2 บริษัทจะยังไม่สามารถทำกำไรได้ แต่การจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ดังกล่าวนับเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นโอกาสสำหรับพนักงานในการสร้างรายได้ด้วยการขายหุ้นที่ตนได้มาในราคาต่ำ

“ยุคสมัยของสตาร์ทอัพอินเดียกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ” Mohit Bhatnagar กรรมการผู้จัดการ Sequoia India ซึ่งเป็นนักลงทุนรายแรกใน Zomato กล่าว “การเข้าทำ IPO ถือเป็นก้าวสำคัญ และที่สำคัญกว่านั้น ยังบ่งบอกถึงความทะเยอทะยานและความกล้าหาญของทีมผู้ก่อตั้งและความปรารถนาที่จะสร้างบริษัทที่ยืนหยัดเหนือกาลเวลา”

“ปีนี้ เราได้เห็น Indigo Paints, Appier, Stovecraft จากพอร์ตโฟลิโอของ Sequoia Capital India เดินหน้าเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เช่นเดียวกับบริษัทสตาร์ทอัพรายอื่นๆ อีกหลายรายที่กำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า” Bhatnagar กล่าวเสริม 

ปัจจุบัน Zomato ระดมทุนได้มากกว่า 2 พันล้านเหรียญจากธุรกิจเงินร่วมลงทุนในหลายรอบ ขณะที่ Paytm ระดมทุนได้ประมาณ 4.1 พันล้านเหรียญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ข้อมูลที่มีอยู่บนเว็บไซต์ของ Zomato ระบุว่าบริษัทมีมูลค่าการขาดทุนลดลงอยู่ที่ 8,164 ล้านรูปีในปีงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2021 จาก 23,856 ล้านรูปีในปีก่อน 

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานลดลงเหลือประมาณ 19,938 ล้านรูปีจาก 26,047 ล้านรูปีในปี 2019-2020 ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 21,184 ล้านรูปีในปี 2020-21 เทียบกับ 27,427 ล้านรูปีเมื่อปีที่แล้ว

ด้าน One 97 Communications ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Paytm (ซึ่งย่อมาจาก Pay through mobile) มีรายได้ 31,150 ล้านรูปีในปีงบประมาณสิ้นสุด ณ เดือนมีนาคม 2020 โดยมีบริษัทจดทะเบียนเป็นบริษัทโฮลดิ้ง บริษัทย่อย และบริษัทร่วม 39 แห่ง รวมทั้งกิจการร่วมค้า

แปลและเรียบเรียงโดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค จากบทความ Two Indian Unicorns Plan Mega IPOs เผยแพร่บน Forbes.com

BACK TO TOP