ทำเนียบ Forbes 30 Under 30 Asia 2021 ตอนที่ 2 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • ทำเนียบ Forbes 30 Under 30 Asia 2021 ตอนที่ 2

ทำเนียบ Forbes 30 Under 30 Asia 2021 ตอนที่ 2

Forbes Thailand / Admin
30 Sep 2021 | 9:00 am 191

ขณะที่เอเชียเริ่มมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ในสถานการณ์โควิด-19 เหล่านักเคลื่อนไหว ผู้ประกอบการ นักวิทยาศาสตร์ และผู้นำอายุน้อย ในทำเนียบรายชื่อ Forbes 30 Under 30 Asia 2021 ก็กำลังทำงานหนักภายใต้กรอบวิถีใหม่ หลังจากปีที่หนักหน่วงที่สุดในช่วงอายุของพวกเขาผ่านพ้นไปเหล่า มิลเลนเนียลและเจน Z ทั้ง 300 คนนี้มุ่งมั่นเพื่อเอาชีวิตรอด หรือแม้กระทั่งไขว่คว้าความสำเร็จมาได้ แม้จะอยู่ในช่วงล็อกดาวน์อันยาวนาน พบดาวเด่นแห่ง 3 หมวดที่น่าสนใจ

 


Shadi Kord & Natalie Khoei
อายุ: 27, 26 ปี • ผู้ร่วมก่อตั้ง Meshki • ออสเตรเลีย

Shadi Kord และ Natalie Khoei พบกันเมื่อปี 2012 ขณะเรียนหลักสูตรศิลปศาสตร์บัณฑิต สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่ University of New South Wales และสนิทกันเพราะชอบเรื่องแฟชั่นเหมือนกัน ปีต่อมาพวกเธอจึง
ร่วมกันก่อตั้ง Meshki ซึ่งเริ่มต้นจากการเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเล็กๆ เพื่อขายเครื่องประดับ โดยลงทุนคนละ 155 เหรียญ และต้องขอบคุณผู้ติดตามเหนียวแน่นทางอินสตาแกรมที่ทำาให้กิจการของพวกเธอไปได้สวย พวกเธอจึงเริ่มออกแบบ ผลิต และขายไลน์สินค้าแฟชั่นเต็มรูปแบบในปี 2015

“เรารู้ว่าตลาดยังมีที่ว่างให้สินค้าที่มีเอกลักษณ์และดูหรู แต่เข้าถึงง่าย” Khoei กล่าว Meshki แปลว่า สีดำในภาษาฟาร์ซี ซึ่งบ่งบอกถึงเชื้อสายของทั้งสอง ผู้ร่วมก่อตั้ง ปัจจุบัน Meshki กลายเป็นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซเต็มตัว มีลูกค้ากว่า 750,000 คนทั่วโลก และมีพนักงาน 50 คน งานออกแบบที่ทันสมัยและเข้าใจเรือนร่างของ Meshki มีคนดังนำไปสวมใส่หลายคนแล้ว ซึ่งรวมถึง Ariana Grande และ Jennifer Lopez และยังเป็นที่นิยม
ในหมู่โซเชียลมีเดียอินฟลูเอนเซอร์ด้วย สิ่งยืนยันถึงจุดแข็งด้านการตลาดผ่านสื่อโซเชียลซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของแบรนด์นี้คือ การที่ยอดขายประมาณ 50% ของ Meshki ยังคงมาจากอินสตาแกรม ซึ่งปัจจุบันมีผู้ติดตาม
เกือบ 2 ล้านคนแล้ว — Rana Wehbe Watson รายงาน

 

Martin Reyhan Suryohusodo & Joseph Alexander Ananto
อายุ: 23, 26 ปี • ผู้ร่วมก่อตั้ง Otoklix • อินโดนีเซีย
หมวด:
อุตสาหกรรม การผลิต และพลังงาน

ในช่วงเวลา 2 ปี Otoklix เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดซ่อมรถของอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่ผู้เล่นยังกระจัดกระจาย สตาร์ทอัพจาก Jakarta รายนี้พัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลและแอปมือถือที่ช่วยเชื่อมโยงเจ้าของรถกับอู่ซ่อมรถอิสระ Martin Reyhan Suryohusodo ซีอีโอของบริษัทกล่าวว่า แพลตฟอร์มของ Otoklix มีอู่ประมาณ 1,000 แห่ง ให้บริการซ่อมรถรวม 10,000 คันต่อเดือน และเขาตั้งเป้าจะดึงอู่เข้ามาร่วมงานกับแพลตฟอร์มนี้ให้ได้รวม 4,000 แห่งภายในเดือนมิถุนายน แต่แม้จำนวนผู้ให้บริการบนแอปจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

Suryohusodo กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมาธุรกิจก็ยังซบเซาเนื่องจากโรคระบาด “พอคนทำงานอยู่บ้านก็ไม่ต้องเดินทางมากเหมือนแต่ก่อน” เขาอธิบาย “พอรถไม่ค่อยได้วิ่งก็เข้าอู่น้อยลงด้วย” แต่ Suryohusodo ไม่กังวลมากนัก “ถึงจะมีโรคระบาดเราก็ยังอยู่รอดได้เพราะมีเงินสดสำรองมากพอสมควร” เขากล่าว เมื่อเดือนธันวาคม Otoklix ประกาศว่า บริษัทได้เงินมา 2 ล้านเหรียญในรอบการระดมทุนที่นำโดย Surge ซึ่งเป็นโครงการช่วยเร่งการเติบโตให้สตาร์ทอัพของ Sequoia Capital India “ผมเลยไม่ต้องตื่นมานั่งคิดมากทุกเช้าว่า พรุ่งนี้ผมจะยังอยู่รอดไหม” เขากล่าว — John Kang รายงาน

 

Rijve Arefin & Shomy Chowdhury
อายุ: 26, 26 ปี • ผู้ร่วมก่อตั้ง Awareness 360 • บังกลาเทศ
หมวด: ผลลัพธ์ทางสังคม

หลังจากแม่ของ Shomy Chowdhury เสียชีวิตเมื่อปี 2014 ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคท้องร่วงอย่างรุนแรง เธอก็ลงมือสร้างความตระหนักเรื่องน้ำสะอาด การสุขาภิบาล และสุขอนามัย Chowdhury และ Rijve Arefin ซึ่งรู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเรียนเศรษฐศาสตร์ที่ Universiti Putra Malaysia ร่วมกันก่อตั้ง Awareness 360 เพื่อนำคนหนุ่มสาวที่อยากช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้ผู้อื่นมาร่วมกันทำงาน ปัจจุบันองค์การไม่แสวงกำไรจาก Kuala Lumpur แห่งนี้มีอาสาสมัคร 1,500 คนใน 23 ประเทศ ซึ่งช่วยกันจัดงานเสวนาและการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่องการล้างมือ วิธีกรองน้ำ และสุขอนามัยส่วนบุคคล รวมทั้งการริเริ่มดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ด้วย พวกเขาทำโครงการต่างๆ ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับคนมากกว่า 150,000 คนแล้ว “เราช่วยให้ชุมชนหลุดพ้นจากความยากจน มีความยั่งยืน และมีฐานะดีขึ้น” Chowdhury กล่าว

เมื่อโควิดระบาดทั่วโลก Awareness 360 มุ่งสร้างความตระหนักเรื่องการป้องกันโรคโควิด-19 รวมทั้งจัดหาอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยให้ชุมชนกลุ่มเปราะบาง เช่น กลุ่มผู้ขายบริการทางเพศ และผู้อพยพชาวโรฮิงญาในบังกลาเทศงานของสองคนนี้ได้รับการยกย่องจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) และองค์การนานาชาติอื่นๆ — Rana Wehbe Watson รายงาน

 

Haseung Jeon, Munhwi Jeon, Seyeob Kim & Howook Shin
อายุ: 26, 24, 25, 25 ปี • ผู้ร่วมก่อตั้ง selectstar • เกาหลีใต้
หมวด: เทคโนโลยีสำหรับองค์กร

ขณะเรียนระดับปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมไฟฟ้าที่ Korea Advanced Institute of Science and Technology นั้น Seyeob Kim ก็ตระหนักว่า อุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) คือ การจัดเก็บและบันทึกข้อมูลจำนวนมหาศาลซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้เวลามาก เขากล่าวว่า งานนี้กินเวลา 80% ของนักพัฒนา AI ดังนั้น Kim จึงได้เกณฑ์เพื่อนร่วมชั้นของเขา 3 คน ได้แก่ Haseung Jeon, Munhwi Jeon และ Howook Shin มาร่วมกันตั้ง SelectStar และแก้ไขปัญหาเรื่องข้อมูล

ทางออกของบริษัทคือ ใช้ระบบจัดการ Crowdsource โดย SelectStar ได้ก่อตั้ง เมื่อปี 2018 ทำธุรกิจพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือและเว็บที่จ่ายเงินผู้ใช้ให้อัปโหลดรูปภาพที่มีการบันทึกข้อมูลของตนเอง โดยที่ SelectStar จะนำภาพเหล่านี้ไปใช้สอนคอมพิวเตอร์ให้จดจำสิ่งที่อยู่ในนั้น นี่เป็นเทคโนโลยีที่บริษัทนำไปเสนอขายแก่บรรดาธุรกิจ ถึงตอนนี้คนกว่า 90,000 ในเกาหลีใต้ได้อัปโหลดรูปของตัวเองแล้วและ Kim คาดว่าจะมีคนถึง 200,000 คนบนแพลตฟอร์มของเขาภายในสิ้นปีนี้

ขณะที่ SelectStar ขายงานจากสิ่งที่คิดค้นให้กับ LG, Samsung, Naver และลูกค้าอีก 130 รายแล้ว ปีที่ผ่านมาบริษัทสตาร์ทอัพแห่งนี้สามารถระดมทุนได้ 4 ล้านเหรียญจากบริษัทร่วมลงทุนในเกาหลี รวมทั้งหน่วยธุรกิจการร่วมลงทุนของ Kakao ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตยักษ์ใหญ่ จากข้อตกลงธุรกิจที่ได้มีการประเมิน มูลค่าของ SelectStar อยู่ที่เกือบ 22 ล้านเหรียญ — John Kang รายงาน

 

เรียบเรียง: ธรรดร โสตถิอำรุง, เอมวลี อัศวเปรม และ บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP