ฉกาจ แสนจัน ส่งรถขุดซูมิโตโม “เจาะ” ตลาดเพื่อนบ้าน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • ฉกาจ แสนจัน ส่งรถขุดซูมิโตโม “เจาะ” ตลาดเพื่อนบ้าน

ฉกาจ แสนจัน ส่งรถขุดซูมิโตโม “เจาะ” ตลาดเพื่อนบ้าน

บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์

เรื่อง: บำรุง อำนาจเจริญฤทธิ์ ภาพ: สุภชัย รอดประจง

การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทยและการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้านกำลังหยิบยื่นโอกาสให้กับบริษัทน้องใหม่อย่าง ลีดเวย์ เฮฟวี่ แมชชีนเนอรี่ ภายใต้การนำของ ฉกาจ แสนจัน ผู้มุ่งมั่นปั้นรถขุดซูมิโตโมจากแดนซามูไร กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำในไทยและอาเซียน ทั้งยังหาทางเข้าตลาดหลักทรัพย์ระดมทุนเพื่อขยายงาน

บริษัท ลีดเวย์ เฮฟวี่ แมชชีนเนอรี่ จำกัด ถูกแต่งตั้งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถขุดและรถปูยางยี่ห้อซูมิโตโมจาก บริษัท ซูมิโตโม คอนสตรัคชั่น แมชชีนเนอรี่ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทยในปี 2555 ปิดฉากบริษัทจำหน่ายรถมือสองในอดีตที่ก่อตั้งเมื่อปี 2539 สมัยที่ ลีดเวย์ กรุ๊ปทำธุรกิจส่งออกรถขุดมือสองภายใต้แบรนด์ต่างๆ เข้าไปจำหน่ายในเมียนมาและได้รับการตอบรับจากตลาดดีมาก และเป็นที่มาของความเชื่อมั่นจาก ซูมิโตโมฯ ในการเป็นตัวแทนจำหน่าย

เพียงแค่ 3 ปี บริษัทมีผลงานที่โดดเด่น เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด สามารถจำหน่ายรถขุดภายใต้แบรนด์ ซูมิโตโมทะลุ 300 คันในปี 2557 และฉลองครบ 500 คันในปี 2558 ทำให้กลายเป็นบริษัทน้องใหม่ในตลาดเครื่องจักรกลหนักของประเทศไทยที่น่าจับตามอง

ในช่วงเวลา 3 ปี บริษัทเติบโตขึ้นมากทั้งตัวองค์กร จำนวนพนักงาน ส่วนแบ่งการตลาด รวมถึงรายได้และกำไรที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เขาวาดแผนธุรกิจให้ใหญ่โตขึ้นและมองไกลไปในประเทศเพื่อนบ้าน แต่เขาก็ไม่รีบร้อนมากนัก เพราะเข้าใจดีว่ากว่าจะไปถึงจุดหมายนั้น ตลาดเมืองไทยต้องแข็งแกร่งก่อน ดังนั้นเขาจึงวางรากฐานเติบโตของลีดเวย์ฯ ในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นทรัพยากรคน ทีมการตลาด ทีมขาย จำนวนสาขา

ปี 2559 ฉกาจ ตั้งเป้าว่าจะขายรถขุดในไทยได้ถึง 250 คัน ขณะที่ตั้งเป้าในการขายรถปูยาง 25 คันจากเดิมขายได้ 2 คันในปี 2557 ในปี 2559 บริษัทคาดว่าจะมียอดขายรวมราว 2 พันล้านบาท เพิ่มจาก 1.35 พันล้านบาทในปี 2558 (งบปีสิ้นสุดเดือนมีนาคม) โดยรวมอีก 3 ปีข้างหน้าพยายามรักษาการเติบโตให้ได้ 12.5% ต่อปี นอกจากนี้ สาเหตุการเติบโต ยังมาจากยอดขายจากการจำหน่ายอะไหล่รถ รวมไปถึงบริการหลังการขายต่างๆ

“ตอนนี้เรามาครึ่งทางแล้ว…เป้าหมายของเราคือ อย่างน้อยเป็นท็อป 3 แต่เป้าหมายสูงสุดคือเป็นอันดับหนึ่ง…ซึ่งการเข้าสู่อันดับหนึ่งน่าจะใช้เวลา 7 ปี” ฉกาจกล่าวด้วยความมั่นใจ

ฉกาจบอกอย่างมั่นใจว่า เขายังไม่เคยทำธุรกิจล้มเหลวเลยสักครั้ง ซึ่งเขามีการวางแผนงานอย่างไตร่ตรองและรอบคอบเสมอ แม้โลกธุรกิจจะเต็มไปด้วยอุปสรรค แต่ก็ตั้งรับอย่างมีสติ โดยอุปสรรคที่พบเจอมากที่สุดคือ การเข้าถึงแหล่ง “เงินทุน” เพื่อใช้สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้บริษัทเติบโตอย่างที่คาดหวัง โดยตั้งเป้านำลีดเวย์ฯ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในอนาคตที่จะถึง


คลิ๊กอ่าน “ฉกาจ แสนจัน ส่งรถขุดซูมิโตโม “เจาะ” ตลาดเพื่อนบ้าน” ฉบับเต็ม ได้ที่ Forbes ThailandJANUARY 2016 ในรูปแบบ E-Magazine 

 

BACK TO TOP