กำพล พลัสสินทร์ นำทัพ CHG ยึดบูรพาทิศ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Asia
  • World >
  • กำพล พลัสสินทร์ นำทัพ CHG ยึดบูรพาทิศ

กำพล พลัสสินทร์ นำทัพ CHG ยึดบูรพาทิศ

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
16 Jun 2017 | 3:28 pm 972

พลิกบทบาทอายุรแพทย์สู่ผู้บริหารมือฉกาจ จัดทัพเครือโรงพยาบาลจุฬารัตน์บุกโซนตะวันออก พร้อมทะยานสู่เป้าหมายรายได้หมื่นล้านภายใน 7 ปี

ทีมงาน Forbes Thailand เดินทางฝ่าการจราจรอันหนาแน่นบนถนนเทพารักษ์กิโลเมตรที่ 14.5 อันเป็นที่ตั้งของโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ สถานที่ที่เป็นทั้งบ้านและที่ทำงานของ นายแพทย์กำพล พลัสสินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (CHG) โรงพยาบาลขนาดกลางที่ให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ โซนตะวันออก รวมถึงจังหวัดในภาคตะวันออก เช่น ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นต้น

CHG ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 200 บริษัท “Best Under A Billion” โดย Forbes Asia เมื่อปี 2557 และ 2558 เป็นเวลา 2 ปีซ้อน อีกทั้งกำพลยังติดอันดับเศรษฐีหน้าใหม่ลำดับที่ 39 ในทำเนียบ “50 อันดับมหาเศรษฐีไทย” ด้วยมูลค่าการถือครองสินทรัพย์กว่า 2 หมื่นล้านบาท (ณ มิถุนายน 2559)

สลัดกาวน์สวมสูท

นายแพทย์กำพล พลัสสินทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) (CHG)

กว่าจะประสบความสำเร็จในวันนี้ กำพลวัย 65 ปี เปิดฉากบทสนทนาด้วยการฉายภาพชีวิตวัยเด็กที่ใช้ชีวิตยากลำบากในครอบครัวชาวจีนอพยพ คุณพ่อทำงานรับจ้าง มีพี่ชายที่ป่วยเป็นโรคโปลิโอ และครอบครัวต้องกู้หนี้ยืมสิน แต่ความลำบากที่เผชิญยิ่งผลักดันให้เด็กชายกำพลลุกขึ้นสู้ เขามุมานะแบ่งเบาภาระครอบครัว และแล้วในปี 2524 กำพลก็จบการศึกษาสาขาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หลังจากทำงานภายใต้ระบบราชการที่โรงพยาบาลตากสินราว 5 ปี กำพลเห็นโอกาสจากความไม่คล่องตัวของการให้บริการทางการแพทย์ของรัฐ ทำให้เกิดแนวคิดสร้างสถานพยาบาลเอกชนให้เป็นทางเลือกของประชาชน โดยรวบรวมเงินของตนร่วมทุนกับเพื่อนในคณะเพื่อเปิดคลินิกรักษาโรค และเวลาต่อมาได้เดิมพันครั้งสำคัญด้วยการหยิบยืมเงินจากญาติเพื่อขยายเป็นโรงพยาบาล

“เราต้องการสร้างโรงพยาบาลทางเลือกให้ประชาชนเพิ่มจากโรงพยาบาลรัฐที่มีอยู่และสร้างทางเลือกด้านการรักษาพยาบาลที่มีการให้บริการอย่างเหมาะสม” กำพลกล่าว

โรงพยาบาลจุฬารัตน์ 1 เริ่มต้นขึ้นจากเพียง 26 เตียง บนถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 12 เพื่อรองรับความต้องการจากนิคมอุตสาหกรรมและการขยายของชุมชนเมือง รวมถึงรองรับอุบัติเหตุบนท้องถนนเส้นนั้น เหตุผลดังกล่าวส่งผลให้โรงพยาบาลน้องใหม่ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมกับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม ที่ดึงแรงงานให้หลั่งไหลเข้าสู่ย่านสมุทรปราการนับ 5 แสนคน

เมื่อแรงงานมีความสำคัญยิ่ง ในช่วงนั้นรัฐบาลจึงออกพระราชบัญญัติประกันสังคม ซึ่ง CHG เข้าร่วม รวมถึงโครงการบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง) ในเวลาต่อมา กลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของเครือ

ขณะที่โรงพยาบาลกำลังขยับเข้าใกล้ความสำเร็จ กำพลได้รับข้อเสนอเงินกู้สกุลดอลลาร์สำหรับขยายสาขาอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินกู้ในประเทศ เขาตัดสินใจกู้เงินจำนวน 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว 50 ล้านบาท ทว่าเพียงชั่วข้ามคืนหลังการลอยค่าเงินบาทในปี 2540 เงินกู้จึงทะยานกลายเป็นหนี้สินจำนวนกว่า 100 ล้านบาทในพริบตา กำพลกล่าวว่าเป็นวิกฤติสาหัส แต่จุฬารัตน์ยังฝ่าฟันทยอยชำระหนี้มาได้และนับว่าเป็นความภาคภูมิใจที่สามารถประคับประคองกิจการสำเร็จ

ปูพรมโซนตะวันออก

หลังก้าวพ้นวิกฤต CHG เคลื่อนทัพครั้งใหญ่ ด้วยการนำบริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2556 เพื่อผงาดสู่โรงพยาบาลขนาดกลาง โดยมุ่งเน้นการบริการเจาะตลาดลูกค้าระดับล่าง-กลาง สามารถบริหารต้นทุนจาก economies of scale ทำให้ผลการดำเนินงานและกำไรเติบโตต่อเนื่อง

สุดขอบชายแดน-หนึ่งในคลินิกรักษาโรคทั่วไปของ CHG คลินิกเวชกรรมจุฬารัตน์โรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

อาณาจักร CHG ได้รับการต่อยอด 2 รูปแบบ ได้แก่ คลินิกเพื่อรักษาโรคทั่วไป 7 สาขา และโรงพยาบาล 7 สาขา โดยขยายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง เป็นต้น รวมจำนวนห้องตรวจทั้งสิ้น 112 ห้อง และจำนวนเตียงจดทะเบียน 582 เตียง และจำนวนแพทย์ 579 ราย

ขณะที่โครงสร้างรายได้มีการกระจายตัวจากการรักษาพยาบาลลูกค้าเงินสด ลูกค้าประกันสังคม และบัตรทองในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน และเริ่มมีรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นมาเป็น 5% รวมถึงรายได้จากธุรกิจอื่นๆ เช่น การนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ ธุรกิจสปาและเสริมความงาม คลินิกแพทย์แผนไทยจุฬารัตน์ ฯลฯ

นอกจากนั้น CHG ยังต่อยอดการลงทุนสร้างศูนย์รับรองและพักฟื้นผู้ป่วยสูงอายุขนาด 50 เตียงภายในปีนี้ เพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุของไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจาที่ดินในกรุงเทพฯ

กำพลเชื่อมั่นว่า CHG ยังมีโอกาสเติบโตสูง ด้วยกลยุทธ์การทำตลาดในทำเลที่แบรนด์แข็งแกร่ง มีปัจจัยหนุนจากการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (ECC) และแนวโน้มการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตลอดจนนโยบายภาครัฐที่ทำให้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม นโยบายรัฐอาจกลายเป็นความเสี่ยง CHG จึงเตรียมปรับธุรกิจเพิ่มคุณภาพโดยเฉพาะเรื่องความสามารถในการสื่อสารภาษาต่างประเทศเพื่อขยายฐานลูกค้า

คว้าโอกาส CLMV

ในมุมมองของกำพล โอกาสสำคัญของธุรกิจโรงพยาบาลไทยได้เริ่มต้นขึ้นหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เนื่องจากลูกค้าต่างชาตินิยมมาใช้บริการการแพทย์ในไทย โดยเฉพาะกลุ่มประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) นอกเหนือจากลูกค้าชาวจีน และกลุ่มตะวันออกกลาง เช่น ลิเบีย กาตาร์ โอมาน เป็นต้น ซึ่งกำลังซื้อต่างชาติจะเข้ามาทดแทนตลาดชาวไทยที่อัตราการขยายตัวของประชากรลดลง

มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานจาก ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ที่ระบุว่า การขยายตัวด้านรายได้ของโรงพยาบาลเอกชนในปี 2560 และในระยะข้างหน้าจะขับเคลื่อนโดยรายได้จากลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก โดยเฉพาะตลาด การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (medical tourism) ซึ่งเฉพาะค่ารักษาพยาบาลมีมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่ารายได้จากคนไข้ต่างชาติของธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 30% ของรายได้ทั้งหมดภายในปี 2560 เพิ่มจากปี 2554 ที่คิดเป็นสัดส่วน 25%

นายแพทย์นักบริหาร

“การบริหารโรงพยาบาลใช้ความรู้และทักษะทางการแพทย์อย่างเดียวไม่พอ เราต้องมีความรู้ทางด้านการบริหารด้วย เช่น นายแพทย์ที่มีความสามารถด้านโรคหัวใจต้องสามารถสื่อสารให้คนไข้รู้และเลือกทำการรักษาด้วย ซึ่งในปัจจุบันโซเชียลมีเดียมาแรงมาก การเติบโตจากการบอกต่อไม่เพียงพอ เราต้องใช้การตลาดแบบดิจิทัลสร้างการเติบโตให้ผลิตภัณฑ์”

นอกจากนี้ กำพลยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีโดยมีเป้าหมายเพื่อการรักษาที่แม่นยำ สะดวก และรวดเร็วยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างการใช้หุ่นยนต์ดูแลผู้ป่วยเพื่อป้องกัน human error เช่น กรณีการพูดไม่สุภาพกับผู้ป่วย การใช้เซนเซอร์ตรวจจับเมื่อผู้ป่วยลุกจากเตียง การใช้หุ่นยนต์ในการจัดยา

ก้าวต่อไปของ CHG มีเป้าหมายการเป็นโรงพยาบาล 4.0 ให้ได้ใน 5 ปีหรือภายในปี 2564 และสร้างการเติบโตจากรายได้ 3.6 พันล้านบาทในปัจจุบันสู่ 5 พันล้านบาทในปี 2562 และ 1 หมื่นล้านบาทในปี 2567 ด้วยภาพในอนาคตที่ต้องการเห็นเครือข่าย CHG ในอาเซียน รวมถึงการพัฒนาให้เทียบชั้นมาตรฐานสากล

“จุฬารัตน์ไม่ได้มองใครเป็นคู่แข่งแต่เราต้องการแข่งกับตนเอง รวมถึงต้องตามเทคโนโลยีให้ทัน โดยเฉพาะนโยบายภาครัฐ ประเทศไทย 4.0 แม้จะไม่ง่าย แต่ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้” กำพลกล่าวปิดท้าย

 

เรื่อง: จุฑามาศ ศรีสวัสดิ์ ภาพ: Satra P. และ CHG

BACK TO TOP