Warren Buffett ส่งไม้ต่อเก้าอี้ CEO ให้ Greg Abel หลังสร้างตำนานบริหาร Berkshire Hathaway นานกว่า 60 ปี ด้วยผลตอบแทนเฉลี่ยทบต้น 19.9% ต่อปี ระหว่างปี 1964–2024 สูงเกือบสองเท่าของ S&P 500 การก้าวลงจากตำแหน่งของเขา ไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนผู้นำ แต่กำลังทิ้งคำถามใหญ่ให้ตลาดว่า “อะไรจะหายไปพร้อมกับ Buffett”
ดาวเหนือของโลกการลงทุนกำลังเริ่มส่องแสงริบหรี่ลง
Warren Buffett ได้ส่งมอบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ให้กับ Greg Abel หลังจากดำรงตำแหน่งมายาวนานถึง 6 ทศวรรษ เส้นทางที่เขาเปลี่ยนบริษัทสิ่งทอธรรมดาๆ ให้กลายเป็นหนึ่งในเครื่องจักรสร้างผลตอบแทนแบบทบต้นที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดทุน ทำให้นักลงทุนทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามว่า ความสำเร็จในระดับนี้เป็นสิ่งที่ “เกิดขึ้นได้เพียงครั้งเดียว” มากเพียงใด แม้ Buffett จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของ Berkshire Hathaway ก็ตาม
เมื่อครั้งที่ Buffett เข้าควบคุม Berkshire ในช่วงกลางทศวรรษ 1960 หุ้นของบริษัทมีการซื้อขายกันอยู่ที่ประมาณ 19 เหรียญสหรัฐฯ แต่เมื่อสิ้นปี 2025 หุ้น Class A เพียงหุ้นเดียวกลับมีมูลค่าสูงกว่า 750,000 เหรียญไปแล้ว
นับตั้งแต่ปี 1964 ซึ่งเป็นปีก่อนที่ Buffett จะเข้ามาคุมบังเหียน Berkshire จนถึงปี 2024 กลุ่มบริษัทที่ไม่มีใครเหมือนแห่งนี้ได้สร้างผลตอบแทนทบต้นต่อปีอยู่ที่ 19.9% ซึ่งสูงกว่าดัชนี S&P 500 ที่ทำได้ 10.4% เกือบเท่าตัว ส่งผลให้มีผลตอบแทนรวมทั้งหมดมากกว่า 5.5 ล้านเปอร์เซ็นต์ ตามรายงานประจำปีล่าสุดของบริษัท และราคาหุ้นยังบวกเพิ่มขึ้นอีก 10% จากผลตอบแทนนั้นในปี 2025
สถิติอันยอดเยี่ยมนี้ถูกสร้างขึ้นบนสูตรสำเร็จที่เรียบง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือการใช้เงินสดสำรองจากธุรกิจประกันภัย (Insurance Float) มาเป็นแหล่งเงินทุนต้นทุนต่ำ เพื่อนำไปซื้อธุรกิจที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและยาวนาน จากนั้นก็ปล่อยให้เวลาทำหน้าที่ส่วนใหญ่ของมันไป แนวทางดังกล่าวได้สร้างการถือหุ้นระยะยาวในบริษัทอย่าง Coca-Cola และ American Express ในขณะที่ Berkshire ก็ได้ขยายอาณาจักรไปยังธุรกิจรถไฟ สาธารณูปโภค และการผลิต ผ่านบริษัทลูกที่ถือหุ้นทั้งหมด
“ถ้ามันง่ายขนาดทำซ้ำได้อีก คงมีใครสักคนทำไปแล้ว” Bill Stone ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Glenview Trust Company และผู้ถือหุ้น Berkshire กล่าว “แค่คิดถึงการได้มี Charlie Munger เป็นคู่คิด ก็แทบจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะมีการรวมตัวแบบนั้นเกิดขึ้นอีกในเร็วๆ นี้”
เมื่อ Buffett ถอยออกจากตำแหน่งผู้นำ นักลงทุนเริ่มโฟกัสมากขึ้นว่า “อะไรจะหายไปพร้อมกับเขา” Seth Klarman ผู้ก่อตั้ง Baupost Group เรียก Buffett ว่า “แบบอย่างของชาวอเมริกัน” และกล่าวว่าการเกษียณครั้งนี้มีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งบริหาร
“โลกของการลงทุนจะไม่เหมือนเดิม หากไม่มี Warren Buffett อยู่ที่หางเสือของ Berkshire” Klarman กล่าวในข้อความยกย่อง
‘การก้าวสู่ความเงียบ’
Buffett กล่าวว่าเขากำลัง “ก้าวสู่ความเงียบ” เมื่อถอยบทบาทลง สะท้อนถึงการลดการปรากฏตัวต่อสาธารณะ แม้ยังดำรงตำแหน่งประธานกรรมการก็ตาม
โดย Abel จะเข้ามารับหน้าที่เขียนจดหมายถึงผู้ถือหุ้นประจำปีแทน ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ Buffett เริ่มต้นในปี 1965 และกลายเป็นเอกสารที่นักลงทุนวอลล์สตรีทรออ่าน ด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมาเกี่ยวกับตลาด การบริหาร และการจัดสรรเงินทุน อย่างไรก็ตาม Buffett จะยังคงเขียนสารวันขอบคุณพระเจ้า (Thanksgiving message) ต่อไป
จดหมายประจำปีถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของอิทธิพลของ Buffett อีกเสาหลักหนึ่งคือการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของ Berkshire ซึ่งมักถูกเรียกว่า “Woodstock for Capitalists” งานนี้ดึงดูดนักลงทุนหลายหมื่นคนให้เดินทางไปยังเมืองโอมาฮา รัฐเนบราสกา ในแต่ละปี เพื่อฟังการถาม-ตอบแบบสดยาวหลายชั่วโมง และตอกย้ำบทบาทของ Buffett ในฐานะไม่เพียงผู้ดูแลเงินทุน แต่เป็นเสียงที่มั่นคงซึ่งนักลงทุนไว้วางใจให้ช่วยตีความความผันผวนของตลาด
Buffett ยังปฏิเสธขนบธรรมเนียมของวอลล์สตรีทหลายประการ Berkshire ไม่เคยแตกพาร์หุ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็งกำไรและปลูกฝังฐานผู้ถือหุ้นที่มองระยะยาวเป็นทศวรรษ ไม่ใช่รายไตรมาส บริษัทไม่ให้คาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้า และให้อิสระกับผู้บริหารหน่วยธุรกิจอย่างกว้างขวาง ขณะที่การตัดสินใจจัดสรรเงินทุนยังคงรวมศูนย์อยู่ที่โอมาฮา
“Warren ในฐานะประธาน จะเป็นที่ปรึกษาของ Greg เป็นหลักยึดทางวัฒนธรรม และเป็นนักคิดระยะยาวอย่างแท้จริง” Ann Winblad หุ้นส่วนผู้จัดการของ Hummer Winblad Venture Partners และผู้ถือหุ้น Berkshire กล่าวในรายการ CNBC “บริษัทจะเปลี่ยนกลยุทธ์หลักหรือไม่? ไม่เลย วัฒนธรรมของ Berkshire Hathaway ที่เน้นความอดทน การมองระยะยาว ความรอบคอบ และการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด น่าจะยังคงอยู่”
ณ สิ้นเดือนกันยายน บริษัทถือเงินสดในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 3.82 แสนล้านเหรียญ สะท้อนทั้งอำนาจทางการเงินและความระมัดระวังของ Buffett ท่ามกลางตลาดที่มีมูลค่าสูง Berkshire ยังขายหุ้นสุทธิต่อเนื่องถึง 12 ไตรมาสติดกัน ซึ่งเป็นการถอยออกจากตลาดอย่างยาวนานและไม่ค่อยพบเห็น บ่งชี้ถึงโอกาสการลงทุนที่จำกัดในระดับขนาดของบริษัท
ความสนใจของผู้ถือหุ้นกำลังหันไปยังส่วนที่ยังไม่ชัดเจนของแผนสืบทอดตำแหน่ง นั่นคืออนาคตของพอร์ตหุ้นมูลค่า 300,000 ล้านเหรียญ เนื่องจากยังไม่มีผู้สืบทอดที่มีผลงานโดดเด่นในหุ้นจดทะเบียนเทียบเท่า Buffett นักวิเคราะห์บางรายมองว่า Berkshire อาจลดบทบาทการคัดเลือกหุ้นเชิงรุกลงในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพอร์ตมีขนาดใหญ่และกระจุกตัว
Buffett ยังเตือนผู้ถือหุ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ให้เข้าใจความผันผวนผิดว่าเป็นความล้มเหลว
“ราคาหุ้นของเราจะเคลื่อนไหวอย่างคาดเดาไม่ได้ และบางครั้งอาจร่วงลงราว 50% อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วสามครั้งในรอบ 60 ปีภายใต้การบริหารชุดนี้” เขาเขียนไว้ “อย่าสิ้นหวัง อเมริกาจะฟื้นกลับมา และหุ้น Berkshire ก็จะเช่นกัน”
ภาพ: AFP
แปลและเรียบเรียงจาก A 5 million percent return in 60 years leaves Warren Buffett’s legacy unmatched
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : Beyoncé ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีพันล้านเหรียญ! เมื่อการพลิกแนวดนตรี พาเธอเป็นศิลปินรวยที่สุดอันดับ 5 ของโลก
ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

