“Lemonade” ประกันภัยยุคใหม่นำ AI ประเมินค่าสินไหม - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • “Lemonade” ประกันภัยยุคใหม่นำ AI ประเมินค่าสินไหม

“Lemonade” ประกันภัยยุคใหม่นำ AI ประเมินค่าสินไหม

Forbes Thailand
Forbes Thailand / Admin
31 Oct 2019 | 11:33 am 9077

คนนอกแวดวงอุตสาหกรรม 2 คนกำลังใช้ปัญญาประดิษฐ์และการทำการตลาดเพื่อสังคมสร้าง “Lemonade” ทำธุรกิจการประกันภัยทรัพย์สินอายุหลายร้อยปีให้เป็นมิตรกับชาวมิลเลนเนียล และยังช่วยทำให้พวกเขาร่ำรวยขึ้นอีกด้วย

ชายวัย 20 กลางๆ คนหนึ่งจากเมือง Los Angeles สวมสร้อยคอ ใส่วิกผมบลอนด์ แต่งหน้า และถ่ายวิดีโอผ่านมือถือในช่วงฤดูร้อนของปี 2017 เขาอธิบายว่ากล้องและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ของเขาถูกขโมยไปได้อย่างไร แล้วส่งวิดีโอนั้นไปให้ Lemonadeผู้ให้บริการประกันภัยสำหรับผู้เช่าของเขา ซึ่งจ่ายค่าสินไหม 677 เหรียญสหรัฐฯ ภายในเวลา 2 วัน

อีก 3 เดือนต่อมาชายคนเดียวกันนี้ใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ และใช้ชื่อ อีเมล รวมถึงเบอร์โทรศัพท์ ที่ต่างจากคราวก่อน ได้ส่งวิดีโอไปอีกเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมสำหรับกล้องที่โดนขโมยไปราคา 5,000 เหรียญ แต่ในครั้งนี้ อัลกอริทึมที่เป็นส่วนสำคัญยิ่งของระบบอัตโนมัติขั้นสูงของ Lemonadeปักธงเตือนว่า คำขอเคลมค่าสินไหมนั้นน่าสงสัย นักต้มตุ๋นจอมตื๊อเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งหนนี้ใส่เดรสสีชมพูลงมือซ้ำ แต่ก็ถูกสกัดไว้ได้อีกครั้งอย่างไม่คาดคิดด้วยคอมพิวเตอร์ของ Lemonade

การใช้ปัญญาประดิษฐ์ แอปพลิเคชันบนมือถือ และวิธีการที่มีเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อน Daniel Schreiber และ Shai Wininger ผู้ก่อตั้ง Lemonadeกำลังเปลี่ยนให้ธุรกิจการประกันภัยทรัพย์สินอายุร่วมหลายร้อยปีให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับชาวมิลเลนเนียล

ในปี 2018 ปีที่ 2 ที่บริษัทให้บริการประกันภัยกับผู้เช่าและเจ้าของบ้านตลอดทั้งปี Lemonadeมีรายได้จากเบี้ยประกันภัย 57 ล้านเหรียญจากลูกค้า 425,000 ราย โดย 75% ของคนกลุ่มนี้อายุต่ำกว่า 35 ปี และ 90% เพิ่งซื้อประกันประเภทนี้เป็นครั้งแรก

Lemonade

สตาร์ทอัพใน New York แห่งนี้ มีพนักงาน 170 คน และให้บริการแล้วใน 22 รัฐ คาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในปีนี้ และขยายธุรกิจไปยังทั้งหมด 50 รัฐและในยุโรป ตามการเปิดเผยของแหล่งข่าวคนหนึ่ง กล่าวว่า Lemonadeระดมทุนได้ 300 ล้านเหรียญในเดือนเมษายน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต จากมูลค่าบริษัทที่กว่า 2 พันล้านเหรียญ นั่นทำให้หุ้นที่รวมกันอยู่ 20% ของผู้ก่อตั้งมีมูลค่าเกิน 400 ล้านเหรียญ นับว่าไม่เลวเลยสำหรับชายวัยกลางคน 2 คน ซึ่งแทบไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยจนกระทั่งปี 2015

ไม่น่าแปลกใจเลยว่า การที่สองผู้ก่อตั้งวางสถานะตัวเองเป็นคนนอกแวดวงธุรกิจประกันภัยถือเป็นข้อได้เปรียบ เนื่องจากทำให้ทั้งคู่มีอิสระในการคิดอย่างแตกต่าง ซีอีโอ Schreiber วัย 48 ปี เกิดในอังกฤษ แล้วมาเติบโตที่อิสราเอล คว้าปริญญาด้านกฎหมายใน London และเริ่มทำงานด้านการควบรวมธุรกิจเทคโนโลยีที่บริษัทในเมือง Tel Aviv เมื่ออายุ 26 ปี เขาลาออกจากงานด้านกฎหมาย เพื่อมาร่วมก่อตั้งบริษัทความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ต

ภายในปี 2015 เขาได้ ข้อสรุปว่า การประกันภัยพร้อมเต็มที่แล้วที่จะได้รับการพลิกโฉมจากเทคโนโลยี เขากล่าวว่า “ทุกคนในชาติหรือในโลกนี้ ต้องการประกันภัย” แต่กลายคนก็ยังไม่ไว้วางใจบริษัทประกันภัยแบบดั้งเดิม บริษัทร่วมลงทุนแนะนำ Schreiber ให้รู้จักกับ Wininger เซียนเขียนโปรแกรมและการออกแบบชาวอิสราเอลที่ศึกษาด้วยตัวเอง

ผู้ร่วมก่อตั้งธุรกิจแล้ว 4 แห่ง ที่รวมถึง Fiverr ตลาดประกาศงานฟรีแลนซ์ในอิสราเอล Wininger ซึ่งตอนนี้อายุ 45 ปี ลงชื่อร่วมด้วยอย่างรวดเร็วในฐานะผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งนำทีมด้านเทคโนโลยีและการออกแบบผลิตภัณฑ์ “เมื่อคุณเป็นผู้ประกอบการ และคุณพบบางสิ่งแบบนั้น นี่เป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิตที่คุณต้องไปไขว่คว้ามา” เขากล่าว

เหล่าผู้ก่อตั้งขลุกอยู่ในห้องพร้อมกระดานไวท์บอร์ด เพื่อวาดภาพคร่าวๆ ว่าผู้ให้บริการประกันภัยในอุดมคติจะดูเป็นแบบไหนในสายตาชาวมิลเลนเนียล ซึ่งจะต้องเป็นแบบออนไลน์เพียงอย่างเดียว (ไม่มีกระดาษเอกสารหรือโบรกเกอร์ประกัน) ต้นทุนต่ำจัดการง่าย และ “เชื่อ

ในเดือนพฤษภาคม 2015 บริษัทรับ Ty Sagalow วัย 36 ปี ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมเข้ามาโดยแต่งตั้งให้เป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายประกันภัย ทั้งสามได้ร่วมกันตัดสินใจครั้งสำคัญอย่างกล้าหาญคือ แทนที่จะขายกรมธรรม์ที่ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทประกันภัยดั้งเดิม (แบบที่บริษัทฟินเทคคู่แข่งอย่าง Hippo และ Jetty ทำ) Lemonade จะกลายเป็นผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาตเองซึ่งรับความเสี่ยงเรื่องสินไหมทดแทนมาไว้ในงบดุลของบริษัท

นั่นหมายความว่า Lemonade สามารถจ่ายค่าสินไหมทดแทนได้เร็วกว่าและดำเนินงานภายใต้โมเดลธุรกิจอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งกลายเป็นแกนหลักของการทำการตลาด บริษัทเอา 25% ของรายได้จากเบี้ยประกันภัยไว้เป็นค่าใช้จ่ายด้านการบริหารและยังเป็นกำไรที่คาดว่าจะได้รับ ส่วนอีก 75% ใช้เพื่อจ่ายค่าเคลมสินไหมของลูกค้า ซื้อประกันภัยต่อ (ตัดความเสี่ยงบางอย่าง) และจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมบางส่วน โดยส่วนที่เหลือใช้สำหรับการกุศลตามที่ลูกค้าเลือก

ถือได้” พวกเขาไม่ได้ไร้เดียงสาเกี่ยวกับเรื่องที่ว่าต้องมีความเชี่ยวชาญด้านประกันภัย

Daniel Schreiber และ Shai Wininger ผู้ก่อตั้ง Lemonade

ปัจจุบันเงินทุนยังไหลเข้ามาจากบริษัทรายใหญ่บางแห่ง ตลอดปี 2017 Lemonade ระดมทุนได้ 180 ล้านเหรียญในการระดมทุน 4 รอบ ในปี 2019 บริษัทระดมทุนได้ 300 ล้านเหรียญ นำโดยบริษัท Softbank ของมหาเศรษฐีพันล้าน Masayoshi Son ด้วยการมีส่วนร่วมจาก GV (หน่วยธุรกิจร่วมลงทุนของ Alphabet) Thrive Capital ของ Josh Kushner บริษัทประกัน Allianz จากเยอรมนี General Catalyst และ OurCrowd Lemonade ออกกรมธรรม์แรกในเดือนกันยายน 2016 ใน New York

ภายในเดือนมกราคม Schreiber ผู้เป็นนักการตลาด คุยโวในการแถลงข่าวและในบล็อกว่า Lemonade ได้สร้างสถิติโลกด้วยการจ่ายเงินขอเคลมค่าสินไหมให้ชายชาว New York รายหนึ่งสำหรับเสื้อคลุมขนสัตว์แบรนด์ Canada Goose ที่ถูกขโมยไปภายในเวลา 3 วินาที ซึ่งเป็นเวลาที่โปรแกรมบอทเคลมสินไหมของ Lemonade กำกับให้อัลกอริทึมป้องกันการโกง 18 ตัวเริ่มทำงาน และส่งคำสั่งไปยังธนาคารให้ฝากเงิน 729 เหรียญเข้าไปในบัญชีของชายคนดังกล่าว

ระบบอัตโนมัติยังช่วยให้ Lemonade เสนอขายกรมธรรม์ได้ในราคาต่ำมาก โดยประกันภัยสำหรับผู้เช่าเริ่มต้นที่ 5 เหรียญต่อเดือน และเจ้าของบ้านเริ่มที่ 25 เหรียญต่อเดือน บน Clearsurance เว็บไซต์รีวิวประกันภัย Lemonade ติดอันดับ 2 ในด้านความพึงพอใจของลูกค้าในส่วนประกันภัยสำหรับผู้เช่า ตามหลังเพียง USAA

ขณะที่การเติบโตของ Lemonade สูงชันยิ่งขึ้น เส้นโค้งแห่งการเรียนรู้ที่แสดงถึงพัฒนาการของบริษัทก็สูงขึ้นเช่นกัน ณ สิ้นปี 2017 อัตราส่วนค่าสินไหมทดแทนซึ่งหมายถึงการจ่ายค่าสินไหมให้กับเบี้ยประกันภัยที่จัดเก็บ อยู่ในระดับที่ไม่ยั่งยืนที่ 166% เมื่อเทียบกับ 65% ถึง 70% สำหรับบริษัทประกันขนาดใหญ่กว่า

อย่างไรก็ตาม บริษัทขนาดใหญ่ในวงการได้เริ่มหันมาสนใจบ้างแล้ว ในเดือนตุลาคม 2018 State Farm ปล่อยโฆษณาชวนหัวเกี่ยวกับโปรแกรมบอทประกันภัยราคาประหยัดที่มีคนดังร่วมแสดง และสื่อว่า โปรแกรมบอทไม่อาจสู้เจ้าหน้าที่ที่เป็นคนได้ ส่วนการตอบโต้แบบกวนๆ ของ Lemonade นั้นหรือ บริษัททวิตโฆษณาและจ่ายเงินโปรโมทบน YouTube “นี่ปี 2019 แล้ว คุณไม่ต้องสร้างโฆษณามาล้อเลียนพลังของเทคโนโลยีหรอก” Schreiber หัวเราะเยาะ

เรื่อง: Jeff Kauflin และ Kristin Stoller เรียบเรียง: ชูแอตต์


คลิกอ่านบทความทางด้านธุรกิจได้ที่ นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2562 ได้ในรูปแบบ e-Magazine

BACK TO TOP