สตรีผู้อยู่เบื้องหลัง KPop Demon Hunters ภาพยนตร์ที่มียอดรับชมสูงสุดตลอดกาลของ Netflix ได้ร่วมกันสร้างหนึ่งในกระแสวัฒนธรรมที่ทรงพลังที่สุดแห่งปี 2025
เพียงไม่ถึง 10 นาทีแรกของภาพยนตร์แอนิเมชัน KPop Demon Hunters ที่กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกเมื่อปีที่ผ่านมา เหล่านางเอกจาก Huntr/x เกิร์ลกรุ๊ป K-pop แอนิเมชันผู้ปราบปีศาจก็เผยพลังของพวกเธออย่างเต็มที่พร้อมร้องอย่างมั่นใจว่า “วิ่งไปเลย วิ่งไปเมืองนี้เป็นของเรา เสียงเพลงของเราดังก้องไปทั่วทุกมุมโลก...Huntr/x จะแสดงให้เห็นว่าตัวจริงเขาทำกันอย่างไร”
แต่สำหรับนอกจอภาพยนตร์ประโยคดังกล่าวยังสะท้อนถึงกลุ่มสตรีที่ร่วมกันปลุกปั้นแอนิเมชัน KPop Demon Hunters ให้กลายเป็นผลงานที่มีชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Maggie Kang ผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วม, Michelle Wong ผู้อำนวยการสร้างจาก Sony Pictures และ Ejae นักร้องและนักแต่งเพลง พวกเธอได้ร่วมกันสร้างสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นคลื่นวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี 2025 นับตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมิถุนายนจนถึงสิ้นปี KPop Demon Hunters ทะยานขึ้นเป็นภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาลบน Netflix ด้วยยอดรับชมมากกว่า 500 ล้านครั้ง
ในเดือนสิงหาคม Huntr/x ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นเกิร์ลกรุ๊ปวงแรกที่ผงาดขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard Hot 100 ประจำสัปดาห์ของสหรัฐฯ ด้วยเพลงฮิตอย่าง Golden ซึ่งขับร้องโดยศิลปินอย่าง Ejae, Audrey Nuna และ Rei Ami นับเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีตั้งแต่ Destiny’s Child ขึ้นครองอันดับสูงสุดด้วยเพลง Bootylicious เมื่อปี 2001 ในช่วงสิ้นปี 2025 เพลง Golden มียอดสตรีมบน Spotify ทะลุ 1 พันล้านครั้ง ขณะที่เพลงประกอบภาพยนตร์ได้รับการรับรองระดับแพลทินัมจาก Recording Industry Association of America
นอกจากนี้ ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา KPop Demon Hunters ยังสามารถคว้ารางวัลลูกโลกทองคำสาขาภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม ส่วน Golden ครองรางวัลเพลงประกอบยอดเยี่ยม อีกทั้งยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Oscar ในสาขาเดียวกัน ขณะที่ Golden คว้ารางวัล Grammy ในสาขาเพลงประกอบภาพยนตร์หรือสื่อภาพยอดเยี่ยม
Kang เผยว่า เธอเขียนเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อเติมเต็มความฝันช่วงวัยเด็ก ส่วนความสำเร็จและรางวัลต่างๆ ที่ได้รับเป็นเพียงของแถมอันแสนพิเศษเท่านั้น “ฉันจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกตื่นเต้นกับสื่อบันเทิงมากขนาดนี้คือเมื่อไร” เธอกล่าวกับ Forbes “การที่ภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องหนึ่งสามารถทลายกำแพงด้านวัย ภาษา และภูมิหลังของผู้ชม...ช่างเป็นเรื่องน่าทึ่ง”
Kang เกิดที่เกาหลีใต้ก่อนจะย้ายไปเติบโตที่แคนาดา เธอเข้าศึกษาด้านแอนิเมชันตั้งแต่ระดับวิทยาลัยก่อนสั่งสมประสบการณ์ในสตูดิโอภาพยนตร์ยักษ์ใหญ่อย่าง DreamWorks และ Warner Animation Group (ปัจจุบันคือ Warner Bros. Pictures Animation ในเครือของ Warner Bros.) ซึ่งทั้ง 2 แห่งอยู่ใน California โดย KPop Demon Hunters คือผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องยาวเรื่องแรกของเธอ (Chris Appelhans ผู้กำกับจาก Sony Pictures Animation ในเครือ Sony ของญี่ปุ่นรับหน้าที่เป็นทั้งผู้เขียนบทและผู้กำกับร่วม)

ความสำเร็จแบบถล่มทลายนี้ไม่ได้เพียงสร้าง “กระแสวัฒนธรรมระดับโลก” Greg Peters CEO ร่วมของ Netflix กล่าว แต่ความคลั่งไคล้ที่เหล่าแฟน Huntr/x และ Saja Boys (วงบอยแบนด์ปีศาจที่เป็นคู่ปรับของ Huntr/x ในภาพยนตร์) ยังส่งแรงบวกทางการเงินอย่างชัดเจน ในไตรมาสที่ 3 ปี 2025 รายได้ของ Netflix เพิ่มขึ้น 17% แตะ 1.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย KPop Demon Hunters คือหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลัก
ในเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา Netflix ประกาศความร่วมมือครั้งใหญ่โดยมอบสิทธิ์ให้ Hasbro และ Mattel ผลิตและจำหน่ายสินค้าของเล่นภายใต้แบรนด์ KPop Demon Hunters อย่างเป็นทางการทั่วโลก และมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ขณะที่บริษัทอีกหลายแห่งตบเท้าเข้าร่วมกระแส อาทิ Jazwares จาก Florida ผู้ผลิตตุ๊กตานุ่มนิ่มยอดฮิตอย่าง Squishmallows ที่เพิ่งเปิดตัว “คู่หูสุดน่ารัก” ให้แฟนคลับรุ่นเยาว์ได้สั่งจองล่วงหน้า “ความสำเร็จระดับปรากฏการณ์ของ KPop Demon Hunters เปิดพรมแดนใหม่ของจินตนาการให้เราเห็นศักยภาพการต่อยอดอีกมหาศาลในอนาคต” Ted Sarandos CEO ร่วมของ Netflix กล่าวระหว่างแถลงผลประกอบการของบริษัทเมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025
ความสำเร็จไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวเลขสถิติที่ถล่มทลายของภาพยนตร์และเพลงประกอบเท่านั้น แต่ขยายตัวออกไปเป็นปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรม ข้อมูลจาก Google Trends เผยว่า ชุดจาก KPop Demon Hunters กลายเป็นเครื่องแต่งกายวันฮาโลวีนที่ถูกค้นหามากที่สุดในปี 2025 ขณะที่ศิลปิน Ejae, Nuna และ Ami พาเพลง Golden เดินสายโชว์พลังเสียงบนเวทีสำคัญ ตั้งแต่รายการ Saturday Night Live ไปจนถึงการร่วมขบวนพาเหรดวันขอบคุณพระเจ้าที่ศูนย์การค้า Macy’s ใน New York ทางด้านพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเกาหลีมีผู้เข้าชมแตะ 6.5 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์ให้สัมภาษณ์กับ Forbes ว่า “ส่วนหนึ่ง” มาจากอิทธิพลของ KPop Demon Hunters ภาพยนตร์มีการสอดแทรกศิลปะและตำนานพื้นบ้านของเกาหลีในเนื้อเรื่องจนจุดประกายความต้องการสินค้าในร้านขายของที่ระลึกของพิพิธภัณฑ์ใน Seoul
อิทธิพลในปัจจุบันและศักยภาพในอนาคตของผลงานต่อยอดจากภาพยนตร์คือแรงหนุนให้เหล่าสตรีผู้อยู่เบื้องหลังผลงานได้รับเลือกจากนิตยสาร Forbes ติดอันดับที่ 100 ในการจัดอันดับสตรีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลกประจำปี 2025 “พลังแห่งความร่วมมือ” คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ KPop Demon Hunters ไม่ได้เกิดจาก Kang และ Michelle Wong ผู้อำนวยการสร้างจาก Sony เพียง 2 คน และก็ไม่ได้มีเพียง Ejae, Nuna และ Ami ที่ถ่ายทอดเสียงร้องให้ตัวละคร Rumi, Mira และ Zoey มีชีวิตขึ้นมา (นักพากย์อย่าง Arden Cho, May Hong และ Ji-young Yoo รับหน้าที่ถ่ายทอดในส่วนบทพูด) Wong ประเมินว่า ราวครึ่งหนึ่งของทีมงานที่มีรายชื่อในเครดิตท้ายเรื่อง เป็นผู้หญิง “Michelle และฉันตั้งใจและพยายามเต็มที่ในการคัดเลือกและผลักดันศิลปินรวมถึงทีมงานที่เป็นผู้หญิง” Kang กล่าว
นับตั้งแต่ Kang เริ่มจุดประกายแนวคิดนี้เมื่อ 7 ปีก่อน กระแสการส่งออกวัฒนธรรมเกาหลีสู่เวทีโลกได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด Areum Jeong อาจารย์ด้านเกาหลีศึกษาจาก Arizona State University ชี้ให้เห็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลายช่วงเวลาที่เป็นรากฐานความสำเร็จ เช่น การคว้ารางวัล Oscar ของภาพยนตร์เรื่อง Parasite ในปี 2020 (นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม) ตามมาด้วยกระแสไวรัลระดับโลกของ Squid Game ซีรีส์แนวโลกสมมุติอันเลวร้ายเมื่อปี 2021 ไปจนถึงการที่ศิลปิน K-pop ชื่อดังอย่าง Blackpink และ BTS เพิ่มสัดส่วนเนื้อเพลงภาษาอังกฤษในผลงานมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ร่วมกันปูทางให้ภาพยนตร์แอนิเมชันเกี่ยวกับ K-pop สามารถก้าวข้ามการเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม “ฉันคิดว่าสิ่งที่ผลักดันให้ KPop Demon Hunters ประสบความสำเร็จเป็นเพราะวัฒนธรรมเกาหลีคือความเท่ในสายตาคนทั่วโลกไปแล้ว” Jeong กล่าว
เมื่อปีที่ผ่านมา Morgan Stanley ประเมินว่า “ความเท่” ในแบบฉบับ K-pop มีมูลค่าสูงถึงหลายพันล้านเหรียญ “เรามองเห็นโอกาสที่ K-pop จะเติบโตขึ้นเป็นแนวดนตรีกระแสหลักในตลาดเพลงโลกที่มีมูลค่าสูงถึง 1.3 แสนล้านเหรียญ” Seyon Park และ Dan Kim นักวิเคราะห์ของบริษัทระบุในรายงาน ทางด้าน Ejae มองว่า “KPop Demon Hunters ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมให้ K-pop ก้าวพ้นจากการเป็นตลาดเฉพาะกลุ่ม” และเสริมว่า การเห็นเพลง K-pop ติดอันดับบนชาร์ต Billboard Hot 100 ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
การผจญภัยของ Rumi, Mira และ Zoey ในฐานะนักล่าปีศาจดูเหมือนจะยังคงโลดแล่นต่อไป เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา Netflix และ Sony Pictures ได้ลงนามข้อตกลงเพื่อสร้างภาคต่อของ KPop Demon Hunters ซึ่งมีกำหนดฉายในปี 2029 สำหรับ Ejae อิทธิพลของภาพยนตร์เรื่องนี้จะแผ่ขยายไปไกลกว่าความสำเร็จทางธุรกิจ “ฉันคิดว่าเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่ค่อนข้างตึงเครียด เต็มไปด้วยปัญหาและเหตุการณ์ที่ยากลำบากมากมาย และฉันเชื่อว่า KPop Demon Hunters ได้ทำหน้าที่เป็นแสงสว่างที่ส่องถึงความหวังให้กับคนในยุคนี้”
เรื่่อง: Maggie McGrath เรื่ียบเรื่ียง: นวตา สัันติวัฒนา
เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : เสี่ยงแบบเหนือชั้น “Bryan Krug” กับศิลปะการทำเงินจากหนี้ที่คนอื่นหวาดกลัว



