Ginza Nishikawa ส่งโชกุปังดังไกลจากกินซ่าสู่อเมริกา - Forbes Thailand

Ginza Nishikawa ส่งโชกุปังดังไกลจากกินซ่าสู่อเมริกา

FORBES THAILAND / ADMIN
12 May 2023 | 12:39 PM
READ 669

Ginza Nishikawa ขนมปังเนื้อนุ่มสไตล์ญี่ปุ่นโด่งดังไกลสร้างรายได้ระดับพรีเมียมจากย่านกินซ่า เมืองโตเกียว สู่สหรัฐอเมริกา


    คุณอาจจะรู้สึกผิดเล็กน้อยและเสียดายเงินนิดหน่อยหากจะต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินไป 18 เหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 600 บาท เพื่อให้ได้ขนมปังที่ดูภายนอกแสนจะธรรมดาเพียง 1 ก้อนนั้นมา

    แต่ทว่าในขณะเดียวกัน...คุณก็คงรู้สึกโชคดีไม่น้อยเช่นกัน ที่ได้ครอบครอง “ขนมปัง” สุดแสนหายากที่เหล่าลูกค้ามักจะหาซื้อจนหมดเกลี้ยงในทันทีที่วางขาย

    เรากำลังพูดถึงขนมปังเนื้อนุ่มตามสไตล์ญี่ปุ่นที่เรียกว่าโชกุปัง (Shokupan) จากร้าน Ginza Nishikawa ในนครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา


    Ginza Nishikawa เปิดกิจการครั้งแรกปี 2018 ที่กินซ่า ซึ่งถือเป็นย่านเก่าแก่สุดหรูหราย่านหนึ่งของโตเกียวเพื่อขาย “โชกุปัง” คุณภาพสูง ร้านเบเกอรี่แห่งนี้ได้รับคำชื่นชมมากมายในเวลาอันรวดเร็ว 

    ในปัจจุบันแบรนด์ดังกล่าวได้ขยับขยายไปกว่า 130 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปไกลถึงสหรัฐอเมริกา ทางบริษัทได้เปิดสาขานอกประเทศครั้งแรกที่ลอสแองเจลิสในเดือนกรกฎาคม 2022 ที่ผ่านมา แต่ Ginza Nishikawa ก็เป็นเพียงแค่หนึ่งในผู้ผลิตโชกุปังพรีเมียมในญี่ปุ่น แล้วเหตุใดผู้คนจึงพากันคลั่งไคล้โชกุปังราคาแพงถึงเพียงนี้?

    

    “โชกุปัง” ก็คือขนมปังปอนด์แบบก้อนเนื้อนุ่มๆ ตามสไตล์ญี่ปุ่นที่ยังไม่ได้มีการหั่นสไลด์ให้เป็นแผ่นหรือเป็นแถว หลายคนอาจจะคุ้นเคยดีหรือเป็นที่รู้จักในอีกชื่อที่เรียกง่ายๆ ว่า ขนมปังนม (Milk Bread) 

    ขนมปังชนิดนี้ยังมีรสชาติที่หวานกว่าและเนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่าอย่างเห็นได้ชัดเจนแตกต่างจากขนมปังนุ่มธรรมดาอย่าง Wonder Bread ที่มีขายในสหรัฐฯ ตามทั่วไป

    คุณอาจจะหาซื้อโชกุปังตามซูเปอร์มาร์เก็ตที่ญี่ปุ่นได้ในราคา 1 เหรียญหรือราวๆ นั้น อย่างไรก็ตามโชกุปังพรีเมียมกลายเป็นที่นิยมโดยฉับพลันในปี 2013 เมื่อหลายแบรนด์เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในราคาประมาณ 2 เหรียญต่อขนมปัง 1 ก้อน

    

    Ginza Nishikawa รวมถึงร้านเบเกอรี่อื่นๆ ต่างก็ผลักราคาของโชกุปังให้สูงขึ้นไปเรื่อยๆ และเริ่มขายในราคา 7 เหรียญหรือแพงกว่านั้น โดยการเลือกใช้วัตถุดิบส่วนผสมคุณภาพสูง ได้แก่ เนย ครีม น้ำผึ้ง รวมถึงการบรรจงคัดเลือกสรรสายพันธุ์ของยีสต์ในการบ่มขนมปังให้ฟูนุ่มได้ตามต้องการ

    ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นรวมทั้งสื่อต่างก็กระตือรือร้นที่จะมีส่วนในการตอบรับรสชาติที่ถูกขัดเกลามาอย่างดีเยี่ยมและความหอมละมุนของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ก่อนที่โชกุปังจะกลายเป็นปรากฏการณ์ไปทั่วประเทศ

    ณ เวลานี้ปรากฏการณ์ความคลั่งไคล้โชกุปังอาจเบาบางลงจากช่วงก่อนหน้า แต่โชกุปังในระดับซูเปอร์พรีเมียมเหล่านี้ดูคล้ายจะสถาปนาสถานะของตนเองขึ้นมาใหม่ นั่นคือการเป็นอาหารระดับสุดพิเศษในหมู่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นและผู้คนอีกมากมาย

    

    เหตุใดโชกุปังซูเปอร์พรีเมียมเหล่านี้จึงยังคงเป็นที่นิยมแม้ว่าช่วงเวลาแห่งยุครุ่งเรื่องเฟื่องฟูได้ผ่านพ้นไปแล้ว? นอกเหนือจากความเป็นเลิศในเรื่องของรสและกลิ่น ยังมีเหตุผลอีกสองประการเบื้องหลังความอร่อยอันตราตรึงของโชกุปังพรีเมียมในญี่ปุ่น


    ประการแรก เบเกอรี่สไตล์ตะวันตกเป็นที่นิยมอย่างมากในญี่ปุ่น แม้ขนมปังจะเพิ่งเข้าถึงสาธารณชนทั่วไปหลังปลายทศวรรษที่ 19 นี้เอง

    ร้านเบเกอรี่ในญี่ปุ่นมีมากถึง 12,116 ร้านทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นจำนวนเกือบครึ่งของร้านราเมงกว่า 26,500 ร้านที่พบได้แทบทุกหนทุกแห่งในญี่ปุ่น และแม้ทั่วโลกจะมีกระแสแอนตี้คาร์บหรือรณรงค์ให้ลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตลง แต่สำหรับชาวญี่ปุ่นก็ยังคงหลงใหลในสินค้าเบเกอรี่คุณภาพดี

    นอกจากนี้ ชาวญี่ปุ่นยังเลือกรับประทานโชกุปังเป็นอาหารจานหลักในแบบที่ไม่ใช่แค่เป็นส่วนเติมเต็มอาหารจานอื่นๆ ยกตัวอย่างเช่น โชกุปังโทสต์ (Shokupan Toast) หรือการนำโชกุปังมาหั่นเป็นแผ่น ปิ้ง และตกแต่งหน้าด้วยท็อปปิ้งต่างๆ ถือว่าเป็นหนึ่งในเมนูสุดโปรดปรานของ Kissaten ร้านกาแฟสไตล์คลาสสิกของญี่ปุ่น


    อาจกล่าวได้ว่า ตัวตนของโชกุปังนั้นมีนัยสำคัญมากกว่าขนมปังธรรมดาอย่าง Wonder Bread

    เหตุผลอีกประการที่โชกุปังราคาแพงยังคงเป็นที่นิยมคือการที่สังคมญี่ปุ่นให้คุณค่ากับของขวัญ หากคุณไปเที่ยวพักผ่อนในวันหยุด การซื้อของฝากมาให้เพื่อนร่วมงานที่ออฟฟิศแทบจะเป็นข้อต้องปฏิบัติเลยก็ว่าได้ และหากคุณไปเยี่ยมเยือนใครสักคน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว การนำกล่องใส่ขนมหวานหรืออาหารว่างติดไม้ติดมือไปฝากด้วยถือเป็นมารยาทที่ไม่ควรละเลย

    ขนมปังสุดพิเศษในราคา 10 เหรียญต่อ 1 ก้อนใหญ่ สามารถเป็นของขวัญอันน่าประทับใจยิ่งกว่ากล่องใส่คุกกี้หรือข้าวเกรียบธรรมดาๆ ในราคาเดียวกันหรือมากกว่า

    “บรรจุภัณฑ์ของเราถูกออกแบบมาเพื่อเป็นของขวัญให้คนที่คุณรัก” Noriko Okubo ผู้เป็นหุ้นส่วนบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Ginza Nishikawa แห่งสหรัฐฯ กล่าว


โชกุปังพรีเมียมคุ้มค่าสมราคาหรือไม่?

    หากไม่ได้ซื้อไปเป็นของขวัญให้ใคร โชกุปังซูเปอร์พรีเมียมเหล่านี้ยังคงคุ้มค่าสมราคาหรือเปล่า? เรามาลองสัมผัสขนมปังราคา 18 เหรียญต่อก้อนจาก Ginza Nishikawa กันดีกว่า

    เมื่อคุณเปิดกล่อง กลิ่นเนยหอมหวานก็พลันลอยขึ้นมาแตะจมูก แล้วคุณจะตระหนักได้ในทันทีว่านี่คงไม่ใช่ประสบการณ์การรับประทานขนมปังที่แสนธรรมดาทั่วๆ ไป


ทางบริษัทยังแนบอธิบายวิธีการดื่มด่ำไปกับขนมปังอย่างเต็มที่ ดังนี้



    วันที่ 1: ฉีกขนมปังออกมาและลองลิ้มรสสัมผัสอันอ่อนนุ่มละมุน

    วันที่ 2: ขนมปังจะมีรสชาติหวานขึ้นในวันที่ 2 ให้หั่นเป็นแผ่นบางโดยไม่ต้องปิ้ง แต่งหน้าด้วยท็อปปิ้งสุดโปรด หรือทานแบบเปล่าๆ ได้เลย

    วันที่ 3: หั่นขนมปังให้เป็นแผนบางแล้วปิ้งเพื่อให้ได้ผิวนอกที่อร่อยกรุบกรอบ นำส่วนที่เหลือห่อเก็บไว้และนำไปแช่ตู้เย็น


    อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญในการหั่นขนมปังเนื้อนุ่มชนิดนี้ มีการแนะนำให้ใช้มีดที่คมกริบสำหรับหั่นอาหารอันละเอียดอ่อนอย่าง เช่น ซาชิมิ ดีกว่า และไม่ควรใช้มีดสำหรับหั่นขนมปังทั่วไปที่มีซี่ฟันขรุขระ เพราะมีดดังกล่าวจะทำลายเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนของโชกุปังได้

    เนื้อสัมผัสอันบางเบาดุจอากาศของโชกุปังทำให้ยากจะหยุดรับประทานเมื่อคุณไม่อยากให้ความรู้สึกเหล่านี้จางหาย โดยรสหวานของขนมปังนั้นอยู่ในระดับที่กลมกล่อมพอดีและไม่หวานเกินไป ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติตามความนิยมของขนมหวานในญี่ปุ่น อีกทั้งเนื้อขนมปังที่ผ่านการเก็บและปิ้งสำหรับรับประทานในวันที่ 3 แล้ว แต่เนื้อสัมผัสความนุ่มและชุ่มชื้นภายในของโชกุปังก็ยังคงอยู่


    David Schlosser เชฟระดับมิชลินสตาร์และเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นแท้ๆ ในลอสแองเจลิสอย่าง Shibumi ก็เป็นหนึ่งในบรรดาคนอยากรู้อยากเห็นที่ได้ลิ้มลองขนมปังของ Ginza Nishikawa สาขาลอสแองเจลิส

    “โชกุปังสุดคลาสสิกนี้เป็นแบบเดียวกับที่คุณจะหาได้ในญี่ปุ่น ความหวานเล็กน้อย เนื้อฟูบางเบา เคี้ยวนุ่ม ยอดเยี่ยม ในความคิดของผมจะทำขนมปังแบบนี้ไม่ได้เลยหากไม่ใช้แป้งที่โม่แบบญี่ปุ่น”

    แน่นอนว่า ขนมปังแบบก้อนเนื้อแน่นของ Ginza Nishikawa ผลิตโดยใช้แป้งแคนาเดียนสุดพิเศษที่โม่ในประเทศญี่ปุ่น “เราต้องการให้เม็ดแป้งของเราเนียนละเอียดที่สุด และไม่มีร้านขนมปังเจ้าไหนในที่นี่ที่สามารถโม่แป้งให้ได้ขนาดเล็กสมบูรณ์แบบตามอุดมคติของเรา” Okubo กล่าว

    นอกจากนี้ ทางบริษัทยังใช้น้ำด่างผลิตจากเครื่องไอออไนเซอร์ (Ionizer) เฉพาะของตน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างผิวสัมผัสนุ่มละมุน ในขณะที่ผู้ผลิตขนมปังเพื่อการค้าส่วนใหญ่จะใช้นมและมาการีน ทางบริษัทจะใช้เพียงครีมสด เนย และน้ำผึ้งโดยไม่ใส่สารกันเสียเท่านั้น


    ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมราคาของ “โชกุปัง” จึงตกอยู่ที่ 18 เหรียญต่อก้อน

    งั้นเราลองคิดแบบนี้ดูแล้วกัน ในเมื่อชาวญี่ปุ่นมากมายเลือกจะให้ของขวัญตนเองเป็นโชกุปังสุดพิเศษและเรียกมันว่า “Puchi Zeitaku” (ความหรูหราเล็กๆ ที่จับต้องได้) ดังนั้น เราทุกคนต่างก็คู่ควรกับโชกุปังสุดพิเศษระดับพรีเมียมนี้บ้างเป็นครั้งคราวแม้ราคาอาจจะสูงกว่าขนมปังทั่วไปอยู่บ้างก็ตาม



แปลและเรียบเรียงโดย พรรณราย ดวงดีเด่น จากบทความ Why Is $18-A-Loaf Japanese ‘Shokupan’ Milk Bread So Popular? ซึ่งเผยแพร่บน forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Takuya Tsutsumi กับ “แลคเกอร์เคลือบเงา Urushi” ศาสตร์แห่งศิลป์จากอดีตสู่ความร่วมสมัย


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine