Eric Schmidt อดีตซีอีโอ Google เน้นย้ำถึงความสำคัญด้านการพัฒนา AI ของสหรัฐฯ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Eric Schmidt อดีตซีอีโอ Google เน้นย้ำถึงความสำคัญด้านการพัฒนา AI ของสหรัฐฯ

Eric Schmidt อดีตซีอีโอ Google เน้นย้ำถึงความสำคัญด้านการพัฒนา AI ของสหรัฐฯ

Eric Schmidt อดีตประธานกรรมการบริหาร Google ได้ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ เพื่อสกัดกั้นการผงาดขึ้นมาเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาด AI ระดับโลกของจีน ซึ่ง Schmidt มองว่าอาจก่อให้เกิดปัญหาด้านความมั่นคงแห่งชาติและเป็ยอันตรายต่อความปลอดภัยส่วนบุคคล

Eric Schmidt

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2021 Eric Schmidt วัย 65 ปี ได้ให้สัมภาษณ์กับ Fareed Zakaria ผู้สื่อข่าวจากสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า ในทศวรรษหน้าสหรัฐฯ อาจเสียเปรียบด้านศักยภาพความเป็นผู้นำใน AI อย่างรวดเร็ว ให้กับรัฐบาลจีน ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ยุคใหม่ที่กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ ภารกิจหลัก และมาตรการส่งเสริม เพื่อให้จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน AI ภายในปี 2030 

ในที่นี้ Schmidt อดีตประธานกรรมการบริหาร Google และประธานคณะกรรมการด้านความมั่นคงแห่งชาติด้าน AI (NSCAI) กล่าวว่า สหรัฐฯ กำลังล้าหลังจีนในด้านการพัฒนาเทคโนโลยี 3 มิติ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ เทคโนโลยีจดจำใบหน้า และซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ ซึ่งล้วนเป็นความเสี่ยงต่อประเด็นด้านความมั่นคงแห่งชาติ

ปัจจุบัน รัฐบาลยังไม่มีความพร้อมสำหรับเทคโนโลยีใหม่นี้ Schmidt กล่าวพร้อมเตือนว่า การใช้ AI ในการผลิตหรือกระจายข้อมูลที่เป็นอันตรายจะเป็นภัยคุกคามต่อประชาธิปไตย และในกรณีร้ายแรงที่สุดอาจถูกใช้ในฐานะอาวุธสงครามได้

ด้วยเหตุนี้ เพื่อที่จะทำให้สหรัฐฯ มีศักยภาพเทียบเทียม Schmidt จึงแนะนำให้ทางการสหรัฐฯ เพิ่มงบประมาณด้านการวิจัยและพัฒนา AI จาก 1.5 พันล้านเหรียญเป็น 2 พันล้านเหรียญในปี 2022 และค่อยๆ ทยอยเพิ่มงบประมาณขึ้นปีละ 2 เท่าจนกระทั่งถึง 3.2 หมื่นล้านเหรียญในปี 2026

นอกจากนี้ Schmidt ระบุเพิ่มเติมว่า ผู้กำหนดนโยบายควรส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน AI อาทิเช่น การใช้ประโยชน์จากศักยภาพของกระทรวงพลังงานที่สามารถใช้เทคโนโลยีในการควบคุม ตรวจจับปัญหา และเสนอแนวทางแก้ไขประเด็นโครงสร้างสาธารณูปโภค เช่น การแจ้งเตือนล่วงหน้าเกี่ยวกับปัญหาด้านสภาพอากาศหรือการป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์

ไม่เพียงเท่านี้ การเพิ่มงบประมาณการลงทุนด้าน AI ยังสามารถช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนในด้านอวกาศทั้ยังช่วยประหยัดเงินให้กับผู้ที่ต้องเสียภาษีในระยะยาว ด้วยการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคของรัฐบาลให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยในที่นี้ Schmidt คาดว่า ในอีก 20 ปีข้างหน้า อุตสาหกรรมดังกล่าวจะมีมูลค่ามากถึง 5 ล้านล้านเหรียญ

เราเชื่อว่านี่เป็นเหตุฉุกเฉินแห่งชาติและอาจขยายเป็นภัยคุกคามได้หากทุกฝ่ายไม่ร่วมมือกันยกระดับความสำคัญของ  AI” Schmidt กล่าวกับ Zakaria พร้อมยกตัวอย่างว่าหากจีนสามารถพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้สำเร็จ พวกเขาคงไม่ปฏิบัติตามกฎด้านการรักษาความเป็นส่วนตัวหรือกฎเกณฑ์ด้านศีลธรรม ดังนั้นเราต้องทำให้มั่นใจว่าเราจะเป็นผู้ชนะในการแข่งขันครั้งนี้

อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามกันต่อไปว่างบประมาณข้างต้นจำดำเนินไปในทิศทางใด เนื่องจากในสัปดาหา์ที่ใกล้จะถึงนี้  รัฐบาลภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี Joe Biden กำลังอยู่ระหว่างการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีก 2 ล้านล้านเหรียญ ขณะที่ในช่วงที่ผ่านมา ประธานาธิบดีก็เคยกล่าวว่าจะหันมาให้ความสำคัญด้านการพัฒนาโครงสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของรัฐ โดยเฉพาะพลังงานสะอาด และอาจลงทุนเพิ่มอีกราว 3 แสนล้านเหรียญในเทคโนโลยียุคใหม่อย่าง AI, 5G และบรอดแบรนด์

ทั้งนี้ นอกจาก Schmidt แล้ว คณะกรรมการ NCSAI ยังประกอบไปด้วย Safra Catz ซีอีโอ Oracle และ Andy Jassy ซีอีโอ Amazon คนใหม่

ล่าสุด Forbes รายงานว่า Schmidt มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิอยู่ที่ 1.93 หมื่นล้านเหรียญ

แปลและเรียบเรียงจากบทความ Google Billionaire Eric Schmidt Warns Of ‘National Emergency’ If China Overtakes U.S. In AI Tech เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Google ไม่ใช้ AI สร้างอาวุธ แต่กลับเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพด้านสงคราม

BACK TO TOP