Cameron และ Tyler Winklevoss คู่แฝดพันล้าน Gemini แห่งวงการคริปโต - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • Cameron และ Tyler Winklevoss คู่แฝดพันล้าน Gemini แห่งวงการคริปโต

Cameron และ Tyler Winklevoss คู่แฝดพันล้าน Gemini แห่งวงการคริปโต

Forbes Thailand / Admin
26 Sep 2021 | 12:02 pm 539

หลังจากที่มหากาพย์การต่อสู้กับ Mark Zuckerberg เรื่องความเป็นเจ้าของ Facebook จบลงด้วยความพ่ายแพ้ วันนี้ Cameron และ Tyler Winklevoss กลับมาแล้วในฐานะฝาแฝดเศรษฐีพันล้านแห่ง Gemini

Cameron และ Tyler Winklevoss คู่แฝดเศรษฐีพันล้าน แห่ง Gemini บริษัทอายุ 7 ปีของพวกเขาที่ดำเนินกิจการซื้อขายเงินคริปโต ภายใต้ชื่อ Gemini ไม่เพียงแต่จะเป็นสัญลักษณ์ราศีของสองพี่น้อง แต่ยังเป็นชื่อโครงการอวกาศลำดับที่ 2 ของ NASA ก่อนการกำเนิดของ Apollo 11 ที่พามนุษย์คนแรกไปเหยียบดวงจันทร์

“จริงๆ แล้วเราเรียกพนักงานของเราว่า นักบินอวกาศ Cameron กล่าว พวกเราทุกคนคือนักบินอวกาศที่อยู่บนสิ่งก่อสร้างที่เป็นพรมแดนของเงิน พรมแดนศิลปะ และพรมแดนทางการเงินขณะที่ Tyler ซึ่งมักจะเป็นผู้กล่าวปิดท้ายความคิดของคู่แฝดกล่าวขึ้นว่า เรารู้สึกเหมือนกับว่ากำลังอยู่บนยานอวกาศสำรวจพรมแดนใหม่ๆ

Tyler Winklevoss

หลายคนทั่วโลกยังคงจดจำคู่แฝดเจ้าของส่วนสูง 6 ฟุต 5 นิ้วในภาพนักพายเรือทึ่มๆ ที่รับบทโดย Armie Hammer ในเรื่อง The Social Network ภาพยนตร์เกี่ยวกับ Facebook ที่โด่งดังเมื่อปี 2010 ย้อนกลับไปสมัยยังเรียนที่ Harvard นั้น Mark Zuckerberg เพื่อนร่วมชั้นเรียนของพวกเขาขโมยไอเดียสื่อสังคมออนไลน์นี้ไปสร้างอาณาจักรที่มีผู้ใช้งาน 2.8 พันล้านคนทั่วโลก จนสะสมสินทรัพย์ส่วนบุคคลได้ถึง 9.7 หมื่นล้านเหรียญ 12 ปี

หลังจากที่ Zuckerberg ปิดปากฝาแฝดด้วยหุ้นของ Facebook และเงินสดรวมมูลค่า 65 ล้านเหรียญได้แล้วนั้น “Winklevii” (ชื่อเรียกของคู่แฝด) ก็กลายเป็นผู้นำความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยี ซึ่งมีหลักการดำเนินกิจการสำคัญคือ ทำให้บันทึกสินทรัพย์ทั้งหมดทั่วโลกอยู่ในรูปแบบดิจิทัล กระจายการควบคุมออกจากศูนย์กลางและกำจัดคนเฝ้าประตู ซึ่งรวมถึง Facebook ด้วย

Tylor Winklevoss

เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ยานอวกาศลำนี้กำลังเดินทางด้วยความเร็วสูง บิตคอยน์กำลังจะบันทึกราคาสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 58,000 เหรียญสหรัฐฯ (จาก 8 เหรียญในปี 2012 ช่วงที่สองพี่น้องเริ่มลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลจำนวน 10 ล้านเหรียญ) ทำให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของทั้งคู่รวมกันเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันล้านเหรียญ

พร้อมทั้งยังลงทุนในหลากหลายกธุรกิจที่ช่วยพาให้พวกเขาท่องไปทั่วโลกการเงินแห่งอนาคต หนึ่งในนั้นคือ BlockFi ผู้ให้กู้ยืมบิตคอยน์รายใหญ่ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเพิ่งประกาศการระดมทุนได้ 350 ล้านเหรียญ จากการประเมินมูลค่าบริษัทที่ 3 พันล้านเหรียญ

กิจการที่ร้อนแรงที่สุดอีกแห่งหนึ่งเป็นแพลตฟอร์มประมูลผลงานศิลปะทางดิจิทัลชื่อ Nifty Gateway ซึ่งในเวลานี้กำลังดื่มด่ำกับการเสนอขายรายการหนึ่งที่ Christie’s โดยกำลังจะมีการเคาะราคาขายผลงานศิลปะ “NFT Artwork” ซึ่งเป็นไฟล์คอมพิวเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร และสามารถติดตามได้ทางบัญชีดิจิทัลแยกประเภทที่เรียกว่าบล็อกเชนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 255 ปีของร้านประมูลแห่งนี้ Nifty Gateway คือ เวทีแจ้งเกิดของ Mike Winkelmann

ตลาดศิลปะ NFT

ตลาดศิลปะ NFT โด่งดังเป็นพลุแตก ข้อมูลที่ได้รวบรวมจาก CryptoArt.io แสดงให้เห็นว่า ในเดือนกุมภาพันธ์ Nifty Gateway มีผลงานศิลปะ NFT ที่ประมูลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ 7 อันดับแรกคิดเป็นสัดส่วน 75 ล้านเหรียญ จากทั้งสิ้น 91 ล้านเหรียญ เมื่อถึงปลายเดือนมีนาคมพวกเขาขายผลงานได้ 132 ล้านเหรียญ จากผลงานที่ขายให้แก่บรรดานักสะสมทั้งสิ้น 188 ล้านเหรียญ ตอนที่ Cock Fosters เปิดตัว Nifty Gateway เมื่อ 1 ปีก่อน ยอดขายรายเดือนไม่ยังถึง 100,000 เหรียญด้วยซ้ำ

ท่ามกลางกระแสความคลั่งไคล้นี้ ไม่มีศิลปิน NFT คนใดจะร่ำรวยไปกว่า Mike Winkelmann หรือที่รู้จักในชื่อ Beeple Crap เขาคือ คุณพ่อลูกสองวัย 39 ปี อาศัยอยู่ที่ Charleston ใน South Carolina เขาจบการศึกษาจาก Purdue University ด้วยปริญญาด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ และไม่เคยเรียนศิลปะเลยนับตั้งแต่จบชั้นมัธยมศึกษา

เขาใช้ซอฟต์แวร์กราฟิก 3 มิติ สร้างงานศิลปะแนวรุนแรงและน่าสะอิดสะเอียน ผลงานชิ้นหนึ่งเป็นภาพเปลือยของ Donald Trump กำลังกินแฮมเบอร์เกอร์ขณะนั่งอยู่บนซากรถไฟที่กำลังโดนไวรัสโคโรนาเขมือบ อีกภาพเป็น Kim Jong-un ในชุด Buzz Lightyear จากเรื่อง Toy Story พร้อมกับติดนมปลอม

Beeple สร้างสรรค์ภาพดิจิทัลเป็นงานอดิเรกทุกวันเป็นเวลากว่า 10 ปี เขาจะโพสต์ภาพชุด Everydaysทางสื่อสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และอินสตาแกรม ภาพของเขาสะท้อนให้เห็นด้านเลวร้ายของการเมืองและวัฒนธรรมประชานิยมจนมีกลุ่มผู้ติดตามทางอินเทอร์เน็ต แต่เขาก็ไม่สามารถทำเงินได้อยู่ดีเพราะเพียงคลิกขวาใครๆ ก็ก๊อปปี้ผลงานของเขาไปได้แล้ว

ในฤดูใบไม้ร่วงปีที่แล้ว Nifty Gateway เริ่มติดต่อศิลปินเพราะต้องการให้แพลตฟอร์มพิเศษแห่งใหม่นี้อุดมไปด้วยผลงานศิลปะดิจิทัลที่มีมูลค่าและน่าสนใจ Beeple มีผู้ติดตามทางอินสตาแกรม 1 ล้านคน เขาจึงเป็นตัวเลือกอย่างไม่ต้องสงสัยบรรดาวิศวกรของ Nifty Gateway อธิบายให้ Winkelmann เข้าใจเกี่ยวกับ NFT ในตอนนั้นเขากำลังทำธีมการเมืองในชุด Everydays อยู่แล้ว และเห็นว่าการเลือกตั้งในปี 2020 เป็นโอกาสดีที่จะได้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง

คุณต้องเลือกตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างแท้จริง ถ้ามัวแต่ต้มน้ำในมหาสมุทรมันไม่มีวันเดือดหรอก” Cameron กล่าว

ในที่สุดแล้วสองพี่น้องก็ได้เห็นตลาดกลางของตัวเอง 2 แห่งคือ Gemini และ Nifty Gateway ประสานรวมเข้าด้วยกันเป็นระบบเดียว มีการใช้ NFT เป็นหลักประกันเงินกู้ ทำให้เจ้าของสามารถนำสินทรัพย์ดิจิทัลของตนมาแลกเป็นเงินโดยไม่ต้องนำออกขาย Tyler และ Cameron ยังมองเห็นภาพอนาคตที่จะนำการตรวจสอบพิสูจน์ยืนยันตัวตนผู้ใช้มาออกเป็นเหรียญ NFT เป็นการพิสูจน์ว่าผู้ใช้ผ่านข้อกำหนดอันเข้มงวดมาแล้วเหมือนกับ Facebook แต่เป็นการยืนยันตัวตนที่โต้แย้งไม่ได้

ย้อนกลับไปในรอบการระดมทุนครั้งหนึ่งเมื่อปี 2014 Winklevoss Capital จับมือกับ Protocol Labs ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาแบบโอเพนซอร์ซใน San Francisco เข้าลงทุนในโครงการทางการเงินต่างๆ ที่จะสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตขึ้นมาใหม่ โดยไม่ต้องพึ่งพาเซิร์ฟเวอร์กลางอีกต่อไป หนึ่งในความพยายามครั้งนั้นคือ Filecoin ซึ่งต้องการเสริมกำลังเครือข่ายการจัดเก็บในระบบคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้ทั่วโลกจะสามารถนำพื้นที่ว่างในฮาร์ดไดรฟ์ที่ไม่มีการใช้งานออกมาปล่อยเช่า แลกกับค่าเช่าที่จะจ่ายเป็นเหรียญ Filecoin ซึ่งเป็นโทเคนใน Ethereum บล็อกเชน

ปัจจุบันคอมพิวเตอร์ในลักษณะดังกล่าวมีอยู่ด้วยกัน 250,000 เครื่องเรียกว่า “Node” เชื่อมโยงเข้ากับคอมพิวเตอร์ระบบคลาวด์ที่มีการกระจายการควบคุมออกจากศูนย์กลาง Filecoin กำลังมีช่วงเวลาที่น่าตื่นตาตื่นใจ หลังจากที่โทเคนของพวกเขาเติบโต 350% แล้วในปีนี้ และมีมูลค่าตามราคาตลาดสูงกว่า 6 พันล้านเหรียญ

Artie ซึ่งเป็นการลงทุนล่าสุดของทั้งคู่ สร้างวิดีโอเกมที่ไม่จำเป็นต้องดาวน์โหลด มาพร้อมกับสินทรัพย์ดิจิทัลในตัวที่สามารถส่งออก ซื้อขายแลกเปลี่ยนในตลาดเสรี หรือแม้กระทั่งนำเข้ามาเพื่อแข่งขันในเกมได้ เกมของ Artie ไม่ต้องใช้แอปพลิเคชัน แต่ใช้สินทรัพย์ที่ออกบน Ethereum บล็อกเชน และยังสามารถสตรีมได้จากที่ไหนก็ได้ คล้ายกับที่ YouTube มีรหัสวิดีโอแบบฝัง ทำให้สามารถเล่นวิดีโอจากเว็บไซต์ใดก็ได้

Mark Pincus มหาเศรษฐีซึ่งเป็นทั้งผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Zynga เป็นหนึ่งในผู้ลงทุนใน Artie เช่นเดียวกับ Chad Hurley ผู้ร่วมก่อตั้ง YouTube “เราเห็นว่าผู้บริโภคอยากทลายกำแพงระบบนี้ลงเสีย” Armando Kirwin ผู้ร่วมก่อตั้ง Artie กล่าว พวกเขาอยากมีตัวเลือกมากขึ้น ไม่ได้ต้องการระบบผูกขาด พวกเขาอยากได้เว็บไซต์ที่ทั้งฟรีและเสรีกลับคืนมา นั่นคือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งสุดท้ายที่เรามีอยู่

แน่นอนว่าทุกความอุตสาหะพยายามที่จะสร้าง Metaverse ที่มีการกระจายอำนาจควบคุมออกจากศูนย์กลางนั้นจะจบลงที่หัวหน้าสถาปนิกไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป แต่ดูเหมือนว่า Tyler และ Cameron Winklevoss จะไม่มีอะไรให้ต้องกังวล เมื่อไม่นานมานี้ Goldman Sachs ทำนายว่า บิตคอยน์จะทำราคาถึง 300,000 เหรียญภายใน 5 ปีข้างหน้าได้อย่างไม่ยากเย็น

การกระจายอำนาจควบคุมมีได้หลายรูปแบบ” Cameron กล่าว เขามองออกนอกหน้าต่างไปยังตึก Chrysler Building ของ New York “เป้าหมายของเราคือ เราจะไม่เป็นคนเฝ้าประตู

เรื่อง: MICHAEL DEL CASTILLO, SUSAN ADAMS และ ANTOINE GARA เรียบเรียง: รัน-รัน
ภาพ: MICHAEL PRINCE ภาพประกอบ: YOSHI SODEOKA

 


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

 

 

BACK TO TOP