เปิดแฟ้มฉาว Adani - Forbes Thailand

เปิดแฟ้มฉาว Adani

FORBES THAILAND / ADMIN
09 Sep 2023 | 11:00 AM
READ 2596

สองพี่น้อง Gautam และ Vinod Adani พากลุ่มบริษัทของตระกูลขึ้นสู่จุดสูงสุดของทุนนิยมในอินเดีย แต่มูลค่ากิจการกลับหายไปถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ใน 14 วันเมื่ออาณาจักรของพวกเขาถูกแรงกระแทกด้วยข้อกล่าวหาเรื่องฉ้อโกงครั้งมโหฬาร ต่อไปนี้คือการเจาะลึกเรื่องราวของสองพี่น้องจอมทะเยอทะยานผู้สร้างความมั่งคั่งด้วยข้อตกลงธุรกิจแบบไม่ชอบมาพากล บริษัทลับในต่างประเทศ และอาจจะมีการปั่นหุ้นด้วย พร้อมทั้งเหตุผลว่า ทำไมพวกเขาจึงยิ่งใหญ่ (และมีเส้นสายทางการเมืองดี) เกินกว่าจะล้มได้


    Gautam Adani ประกาศต่อผู้บริหารระดับสูง 450 คนในงานประชุม Global CEO Conference ของForbes ที่สิงคโปร์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้วว่า “เมื่อประชาธิปไตยจะมาย่อมไม่มีใครขวางได้ และเวลาของอินเดียมาถึงแล้ว ผมเชื่ออย่างจริงใจว่านี่เป็นสิ่งที่ดีต่อระบบของโลกนี้ อินเดียซึ่งเป็นชาติประชาธิปไตยที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจได้แสดงตัวอย่างให้เห็นแล้ว”

    

    ดูเหมือนตอนนั้นจะไม่ใช่แค่ช่วงเวลาของอินเดีย แต่เป็นช่วงเวลาของ Adani ด้วย นักอุตสาหกรรมชาวอินเดียวัย 60 ปีผู้นี้ยืนอยู่ในจุดสูงสุดของโลก หุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ 9 บริษัทที่ประกอบกันเป็น Adani Group ของเขากำลังพุ่งแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมี 4 บริษัทที่มูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวหรือมากกว่านั้นในช่วงเวลาแค่ 12 เดือน และเมื่อไม่นานมานี้มูลค่าทรัพย์สินของ Adani เพิ่มขึ้นมากกว่าเศรษฐีพันล้านคนไหนในโลก โดยทรัพย์สินสุทธิของเขาทะยานขึ้นเกือบ 7 หมื่นล้านเหรียญในช่วง 6 เดือนจนเป็น 1.58 แสนล้านเหรียญ ซึ่งมากพอจะทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นคนที่รวยที่สุดอันดับ 2 ของโลก โดยรวยมากกว่า Bill Gates, Warren Buffett หรือ Jeff Bezos

    เขาทำเช่นนี้ได้ด้วยการสร้างอินเดียให้ดีกว่าเดิม ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลก (ตามรายงานของ UN อินเดียจะมีประชากรมากที่สุดในโลกแทนจีนกลางปี 2023) จำเป็นต้องมีถนนที่ดีขึ้น สนามบินที่ทันสมัยขึ้น และโรงไฟฟ้าที่ก้าวหน้าขึ้น ซึ่ง Adani สร้างสิ่งเหล่านี้ให้อินเดีย กลุ่มบริษัทมหาชนซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 7 แห่งที่ใช้นามสกุลของเขาเป็นชื่อบริษัททำรายได้ 3.8 หมื่นล้านเหรียญในปีที่แล้ว และจ้างพนักงานกว่า 26,000 คน ทางกลุ่มมีธุรกิจหลากหลายซึ่งรวมไปด้วยท่าเรือขนส่งสินค้าที่คึกคักที่สุดของอินเดีย โรงไฟฟ้า 9 แห่ง สายไฟฟ้าที่ส่งพลังงานให้ลูกค้า 3 ล้านคน เหมืองถ่านหิน น้ำมันประกอบอาหาร ถนนทางหลวง และสนามบิน 8 แห่ง เมื่อปีที่แล้ว Adani Group ทำข้อตกลงธุรกิจที่ช่วยให้กลุ่มนี้กลายเป็นผู้ผลิตปูนซีเมนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย และเป็นเจ้าของ New Delhi Television Ltd. หนึ่งในเครือข่ายสถานีโทรทัศน์ใหญ่ที่สุดของประเทศ

    แต่แล้วทุกอย่างก็ทลายลง เมื่อวันที่ 24 มกราคม Hindenburg Research บริษัทขายชอร์ตหุ้นสัญชาติอเมริกันกล่าวหาว่า Gautam กับ Vinod พี่ชายวางแผน “กลโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทเอกชน” โดยข้อกล่าวหานี้บรรยายถึงพิษร้ายที่ผสมผสานทั้งการปลอมแปลงบัญชี การปั่นหุ้นในตลาด และการหลบเลี่ยงกฎหมายหลักทรัพย์ของอินเดีย ซึ่ง Adani Group ปฏิเสธทั้งหมด รายงานฉบับดังกล่าวทำให้มูลค่าในตลาดของบริษัทต่างๆ ใน Adani Group หายไป 1.12 แสนล้านเหรียญในช่วงเวลาแค่ 2 สัปดาห์ และทำให้ทรัพย์สินของ Gautam หายไปราว 6.5 หมื่นล้านเหรียญ (หลังจากสถานการณ์ในตลาดหลักทรัพย์ ปรับตัวเล็กน้อย ตอนนี้เขามีทรัพย์สิน 4.72 หมื่นล้านเหรียญ น้อยกว่า Michael Dell อยู่นิดหน่อย) 

    ต่อมา 1 สัปดาห์หลังจาก Hindenburg ออกรายงานดังกล่าว Forbes ก็ค้นพบรายละเอียดใหม่ๆ ซึ่งจะทำให้กลุ่มบริษัทที่ถูกปัญหารุมเร้านี้ต้องปวดหัวอีกรอบ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ Adani Enterprises บริษัทหลักของกลุ่มประกาศยกเลิกแผนการนำหุ้นมูลค่า 2.5 พันล้านเหรียญเข้าจดทะเบียนในตลาดรองอย่างกะทันหันทั้งที่วางแผนมานานแล้ว โดยเป็นการประกาศไม่กี่นาทีก่อนที่ Forbes จะลงบทความว่า ตระกูล Adani อาจจะดันราคาหุ้นของตัวเองด้วยการแอบซื้อหุ้นผ่านบริษัทในต่างประเทศ (ตอนนั้น Gautam ปล่อยวิดีโอแถลงการณ์ออกมาว่า พวกเขายกเลิกแผนเสนอขายหุ้นเนื่องจากคณะกรรมการบริษัทรู้สึกว่าการเดินหน้าต่อไปในช่วงที่ตลาดผันผวนเช่นนี้ขัดต่อหลักจรรยาบรรณ) ต่อมา Forbes แกะปมยุ่งเหยิงในอาณาจักรบริษัทต่างประเทศของ Vinod Adani แล้วพบว่า ธุรกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างพวกบริษัทเปลือก (shell company) ในต่างประเทศและ Adani Group ดูเหมือนจะช่วยดันให้ตัวเลขการเงินของกลุ่มบริษัท Adani ดูดีขึ้น พรรค Indian National Congress ซึ่งเป็นฝ่ายค้านอ้างถึงรายงานของ Forbes ในรายงานการประชุมสภา และมีกลุ่มผู้ร้องเรียนให้ศาลสูงสุดของอินเดียบันทึกรายงานของ Forbes ไว้เป็นหลักฐานด้วย (แต่ยังไม่เป็นผล) ปัจจุบัน Adani Group กำลังถูกสืบสวนโดยศาลสูงสุดและคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของอินเดีย (SEBI) ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์  

    ทั้งนี้บริษัทยังไม่ตอบคำถามในประเด็นที่ Forbes ค้นพบชาวอินเดียจำนวนมากรู้สึกเหมือนว่าข้อกล่าวหานี้คือการโจมตีประเทศอินเดีย โดยเฉพาะเมื่อ Adani มีความสนิทสนมกับนายก-รัฐมนตรี Narendra Modi ของอินเดีย (สองคนนี้รู้จักกันมานานกว่า 35 ปี) Adani ออกแถลงการณ์โต้แย้งยาว 413 หน้าโดยปฏิเสธว่า ข้อกล่าวหาของ Hindenburg เป็น “แผนการที่คิดมาเพื่อโจมตีอินเดีย เอกราชของอินเดีย ความซื่อสัตย์และคุณสมบัติของสถาบันในอินเดีย และเรื่องราวการเติบโตกับความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของอินเดีย”

    แต่ในทางกลับกัน ข้อกล่าวหาของ Hindenburg ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะมีรายงานจากหน่วยงานรัฐและสื่อที่กล่าวหาเรื่องการฟอกเงิน การโกงภาษี และกลโกงเรื่องการนำเข้าและส่งออกรุมเร้าบริษัทต่างๆ ในกลุ่มนี้มาหลายปีแล้ว “ถ้าจะทำธุรกิจในอินเดียคุณต้องคบทั้งนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐ” Adani กล่าวกับ Forbes Asia เมื่อปี 2009 “และถ้าอยากโตเร็วก็ต้องหาทางลอดผ่านกำแพงในระบบของเราให้ได้”

    Modi กับ Adani รู้จักกันมาตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1980 ในสมัยที่ชายหนุ่มทั้งสองยังไขว่คว้าความสำเร็จอยู่ในรัฐ Gujarat ทางตะวันตกของอินเดีย (ประชากร 68 ล้านคน) Adani ได้ใบอนุญาตจากคณะกรรมการเดินเรือของรัฐ Gujarat เมื่อปี 1994 ให้สร้างท่าเทียบเรือในเมือง Mundra ได้ 1 ปีต่อมาพรรค Bharatiya Janata Party (BJP) ของ Modi ก็กวาดคะแนนเสียงชนะการเลือกตั้งในระดับรัฐและในปี 2001 ที่ Modi ได้รับการแต่งตั้งเป็นมุขมนตรีของรัฐ Gujarat รัฐบาลก็ให้สัมปทาน 30 ปีแก่ Adani เพื่อให้เป็นผู้ดำเนินงานท่าเรือที่จะกลายมาเป็นท่าเรือ Mundra Port ในปัจจุบันไม่นานนัก Adani ก็โกยสัมปทานราคาถูกมากมาจากรัฐบาลได้อีกหลายอย่าง และแปลงสภาพเมือง Mundra ให้กลายเป็นเมืองหลวงสำหรับธุรกิจของเขา รวมทั้งได้รับสถานะ “เขตเศรษฐกิจพิเศษ” ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อเขาจากรัฐบาลประจำรัฐ Gujarat ท่าเรือ Adani Mundra Port ซึ่งทุกวันนี้เป็นท่าเรือที่คึกคักที่สุดในอินเดียกลายมาเป็นเพชรยอดมงกุฎของ Adani Ports and Special Economic Zone (SEZ) ด้วยบริษัทโลจิสติกส์มูลค่า 2.2 พันล้านเหรียญของกลุ่ม (วัดจากยอดขายปี 2022)  ส่วนโครงการ Mundra Thermal Power Project โรงไฟฟ้าถ่านหินที่เริ่มเปิดดำเนินงานเมื่อปี 2009 ได้เป็นแกนหลักของบริษัท Adani Power มูลค่า 4.7 พันล้านเหรียญ (วัดจากยอดขาย)

    Adani ไม่พอใจที่ใครจะคิดว่าเขาประสบความสำเร็จได้เพราะ Modi “มีคนเข้าใจผิดกันอย่างมากว่าความสำเร็จของผมเป็นผลมาจากการที่ผมสนิทกับ Narendra Modi” เขาเขียนในนิตยสารธุรกิจของอินเดียฉบับหนึ่งเมื่อปี 2012 “เขาก็แค่ช่วยผลักดันอุตสาหกรรมทุกอย่างโดยทั่วไปด้วยการใช้นโยบายที่ช่วยให้เศรษฐกิจโต”

    ในปี 2014 ศาลสูงของรัฐ Gujarat ตัดสินว่า SEZ ของ Adani ในเมือง Mundra ไม่ได้รับอนุมัติด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการดำเนินงานตามที่จำเป็นและสั่งปิด SEZ บางส่วน คำตัดสินนี้เกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลเข้าตรวจสอบผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของ SEZ ซึ่งรวมถึงความล้มเหลวในการกำจัดเถ้าลอย (จากถ่านหินบด) อย่างเหมาะสมแต่คำตัดสินนี้มีผลอยู่ไม่นาน เพราะต่อมาในปีนั้น Modi ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลกลางก็ออกใบอนุญาตด้านสิ่งแวดล้อมให้โรงงานกลับมาเปิดดำเนินการได้อีกครั้ง แต่สิ่งที่เป็นหัวใจของข้อกล่าวหาครั้งนี้อยู่ที่ผลตอบแทนจากหุ้นของ Adani ในตลาดหลักทรัพย์ซึ่งสูงจนผิดธรรมชาติ รายงานจาก Hindenburg ซึ่งปฏิเสธการให้ความเห็นสำหรับบทความนี้ชี้ว่า สองพี่น้องซุกหุ้นหลายพันล้านเหรียญไว้ในต่างประเทศในกองทุนเพื่อการลงทุนที่ไม่เปิดเผยชื่อ โดยกล่าวหาว่า บริษัทเปลือกพวกนี้น่าจะมีเป้าหมาย 2 ข้อ นั่นคือการซื้อขายหุ้นบริษัทของ Adani เพื่อสร้างสภาพคล่องและปั่นราคาหุ้น และการหลบเลี่ยงกฎหมายหลักทรัพย์ของอินเดียที่บังคับให้บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ต้องมีสัดส่วนนักลงทุนรายย่อยไม่ต่ำกว่า 25% แต่ Adani Group ปฏิเสธข้อกล่าวหาเหล่านี้

    Adani Group กำลังพยายามวางตัวหนักแน่น เมื่อเดือนมีนาคมกลุ่มชำระหนี้ก่อนกำหนดไปแล้ว 2 พันล้านเหรียญจากที่ FactSet Research ประเมินไว้ 4 หมื่นล้านเหรียญ และเมื่อวันที่ 2 มีนาคม กลุ่มได้ชัยชนะครั้งใหญ่เมื่อบริษัทบริหารสินทรัพย์ GQG Partners ในสหรัฐฯ ของ Rajiv Jain เศรษฐีพันล้านนักการเงินชาวอินเดียสัญชาติอเมริกันเข้าลงทุน 1.9 พันล้านเหรียญในบริษัทเครือ Adani  4 บริษัทจนช่วยให้หุ้นวิ่งขึ้น

    Jain เชื่อว่ากลุ่มบริษัท Adani ถือครองสินทรัพย์ระดับโลกที่สร้างกำไรได้ แต่กำลังถูกขายต่ำกว่ามูลค่าจริง “กลุ่มนี้สะอาดหมดจดไหม ไม่ใช่ แต่ถ้าถามว่า ฉ้อโกงหรือเปล่า มันก็มีช่องว่างใหญ่อยู่ตรงกลางนะ” Jain กล่าวอย่างไม่เชื่อข้อกล่าวหาเรื่องนี้ “เราไม่เชื่อว่ามีการปั่นราคาหุ้น”

    แม้ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ Gautam Adani จะนั่งในตำแหน่งผู้นำสูงสุดของกลุ่มบริษัทใหญ่มหึมานี้ แต่ Adani Group ก็ยังเป็นกิจการของครอบครัว เขาถือหุ้นจำนวนมากในกลุ่มผ่าน S.B. Adani Family Trust ซึ่งจัดตั้งเมื่อปี 1981 และตั้งชื่อตามพ่อของเขา ผู้รับผลประโยชน์คนอื่นๆ ของกองทรัสต์นี้คือ พี่น้องของเขา Mahasukh, Rajesh, Vasant และ Vinod รวมทั้งครอบครัวของพวกเขา โดยเฉพาะ Vinod เองไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่เป็นผู้เล่นหลังฉาก ซึ่งมีชื่อปรากฏในรายงานของ Hindenburg ถึง 138 ครั้ง มากกว่า Gautam เป็นร้อยครั้ง Vinod ควบคุมบริษัทในต่างประเทศหลายสิบบริษัทที่ถือหุ้นของบริษัทเครือ Adani และถูกกล่าวหาว่า ทำธุรกรรมผิดกฎหมาย (อ่านเพิ่มเติมในบทความ “ความลับในต่างแดน”)

    “ผมมองว่าประเด็นใหญ่ในเรื่องนี้คือ การควบคุม” Aswath Damodaran อาจารย์ด้านการเงินจาก New York University กล่าว

    Damodaran เชื่อว่าแรงจูงใจที่ Adani Group ถือหุ้นผ่านบริษัทในต่างประเทศมาจากการที่ตระกูลนี้อยากจะมีอำนาจควบคุมบริษัทมหาชนในเครือของตัวเองแบบเกือบเบ็ดเสร็จ “นี่คือจุดใหญ่ใจความที่ผมมองเห็นได้ในทุกสิ่งที่พวกเขาทำ ควบคุม ควบคุม ควบคุม”

    Gautam เป็น 1 ในพี่น้อง 8 คน และเป็นลูกชายคนที่ 4 จาก 5 คน เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางของผู้ประกอบการในปี 1978 เมื่อเขาลาออกจากโรงเรียนตอนอายุ 16 ปีแล้วย้ายไปอยู่กับ Vinod ที่เมือง Mumbai ซึ่งเขาได้ทำงานคัดแยกเพชร เขากลับมาที่รัฐ Gujarat ในปี 1982 เพื่อช่วยพี่ชายคนโต Mahasukh ซึ่งซื้อโรงงานเล็กๆ ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกมาจากเพื่อนชื่อ Sevantilal Vora “เราแทบจะเริ่มต้นจากศูนย์” Adani เล่าในปี 2009 

    Vora ตัดสินใจว่า Adani เหมาะสมกับ Priti ลูกสาวของเขา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 1986 (Priti ซึ่งเรียนจบทันตแพทยศาสตร์และเป็นแกนนำดูแล Adani Foundation) 2 ปีต่อมา Adani ก่อตั้ง Adani Exports เพื่อนำเข้าพลาสติกและต่อมาไม่นานก็ขยายไปสู่การค้าสิ่งทอ สินค้าเกษตร อัญมณี และเครื่องประดับ บริษัทนี้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อินเดียในปี 1994 และต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Adani Enterprises “เราขายยาสีฟัน ยาขัดรองเท้า อาหารทะเล เครื่องสำอาง และสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ อีกเยอะ” Vinod Adani กล่าวกับนักข่าวชาวอินเดีย R.N. Bhaskar เพื่อให้นำไปเขียนในหนังสือชีวประวัติของ Gautam ปี 2022 “จุดสำคัญคือ การส่งออกสินค้าจากอินเดียต้องไม่ถูกสั่งห้าม และต้องมีตลาดที่สร้างอัตรากำไรให้เราได้ดี”

    เส้นสายทางการเมืองก็สำคัญ การสืบสวนเรื่องเขตเศรษฐกิจพิเศษใน Gujarat ไม่ใช่เรื่องเดียวที่ถูกปัดตกไป เมื่อปี 2007 SEBI สั่งห้ามบริษัทในเครือ Adani หลายแห่งซื้อหรือขายหลักทรัพย์เป็นเวลา 2 ปี เนื่องจากมีส่วนร่วมในแผนการปั่นราคาหุ้นตั้งแต่ปี 1999-2001 แต่บริษัทเหล่านี้ก็ได้รับอนุญาตให้กลับมาซื้อขายหุ้นได้อีกครั้งหลังจากจ่ายค่าปรับ 140,000 เหรียญ ในปี 2014 สำนักงานข่าวกรองสรรพากร (Directorate of Revenue Intelligence หรือ DRI) ซึ่งเป็นหน่วยงานต่อต้านการลักลอบหนีศุลกากรระดับสูงสุดของอินเดียสืบสวนเรื่องที่ Adani Group อาจแจ้งต้นทุนการนำเข้าเครื่องจักรสำหรับโรงไฟฟ้าสูงเกินจริง โดย DRI อ้างว่า ตั้งแต่ปี 2009-2013 บริษัทนี้กำหนดเส้นทางส่งใบแจ้งหนี้ให้ไปผ่านบริษัทในต่างประเทศเพื่อ “สูบเงินออกนอกประเทศ” ซึ่งรวมถึงเงินเกือบ 900 ล้านเหรียญที่ไปโผล่อยู่กับบริษัทแห่งหนึ่งในประเทศมอริเชียสที่มี Vinod Adani เป็นเจ้าของ (แต่เลิกสืบสวนไป

    ในปี 2017) และ DRI ยังสืบสวนเรื่องที่ Adani Group อาจแจ้งมูลค่าเพชรที่บริษัทนำเข้าและส่งออกไม่ตรงตามความจริงเพื่อเลี่ยงภาษีตั้งแต่ปี 2004-2006 แต่ก็มีศาลชำนัญพิเศษยืนยันความบริสุทธิ์ให้บริษัทในปี 2015

    ข้อมูลในรายงานยาว 466 หน้าของผู้ตรวจการรัฐ Karnataka ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดียกล่าวว่า Adani Enterprises และบริษัทอื่นๆ ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ Karnataka ตั้งแต่ปี 2004-2010 เพื่อให้ช่วยเหลือในการส่งออกเหล็กที่ขุดอย่างผิดกฎหมาย แต่ Adani Group ไม่เคยถูกตั้งข้อหาแม้บริษัทอื่นจะถูกดำเนินคดีก็ตาม และตั้งแต่ปี 2011-2015 บริษัทเครือ Adani  5 แห่งถูก DRI กล่าวหาว่าแจ้งต้นทุนถ่านหินนำเข้าจากอินโดนีเซียสูงเกินจริงไปหลายพันล้านเหรียญเพื่อโยกย้ายเงินไปต่างประเทศ ต่อมาในปี 2020 ศาลสูงสุดของอินเดียกลับคำตัดสินของศาลชั้นก่อนหน้าซึ่งเคยสั่งไม่ให้สืบสวน ปัจจุบันจึงยังมีการสืบสวนเรื่องนี้อยู่ กระนั้นธุรกิจของกลุ่มก็ไม่ได้ชะลอลง  นับตั้งแต่ปี 2014 Adani Ports พัฒนาหรือซื้อท่าเรือในอินเดีย 7 แห่ง จนทำให้บริษัทมีท่าเรือรวมเป็น 12 แห่งแล้ว ในปี 2019 กลุ่มได้สิทธิเป็นผู้ดำเนินงานสนามบิน 6 แห่ง และได้สนามบิน Mumbai ที่คึกคักเป็นอันดับ 2 ของอินเดียมาเพิ่มในปีต่อมา แม้จะยังไม่เคยมีประสบการณ์ในธุรกิจนี้มาก่อน รายได้ของบริษัทจดทะเบียน 3 แห่งในเครือ Adani Group เพิ่มขึ้น 55% ในช่วงที่ Modi ได้รับเลือกตั้งจากปี 2014-2022

    “แย่หน่อยที่กลุ่มบริษัทนี้ซึ่งดูเหมือนจะใกล้ชิดกับนายกรัฐมนตรีมากสามารถบงการเจ้าหน้าที่รัฐให้มาทำตามที่กลุ่มต้องการได้” Mahua Moitra อดีตวาณิชธนากรและสมาชิกฝ่ายค้านในรัฐสภากล่าว “ฉันไม่แน่ใจว่ารัฐบาลสมรู้ร่วมคิดด้วยแค่ไหน แต่ภาพลวงที่ว่า "กฎหมายทำอะไร Adani ไม่ได้" ต้องถูกเปลี่ยน”

    Gautam ผู้มั่นใจมากเริ่มมองหาเป้าหมายในต่างประเทศ  ข้อตกลงธุรกิจในต่างประเทศเข้ามาครั้งแรกในปี 2008 เมื่อเขาเข้าซื้อกิจการเหมืองถ่านหินในอินโดนีเซีย 2 ปีต่อมากลุ่มเข้าซื้อเหมืองถ่านหิน Carmichael ในออสเตรเลีย และได้ท่าเรือขนส่งในประเทศมา 1 แห่งในปี 2011 กลุ่มนี้เป็นผู้พัฒนาท่าเรือบริการตู้สินค้าแห่งใหม่ในศรีลังกาเมื่อปี 2021 และเมื่อไม่นานมานี้ก็เซ็นสัญญา 1.2 พันล้านเหรียญเพื่อแปรรูปท่าเรือ Haifa ของอิสราเอลให้เป็นท่าเรือเอกชน ซึ่งทำให้ Adani Group ได้ถือหุ้น 70% ในท่าเรือใหญ่อันดับ 2 ของอิสราเอล และแม้จะตกอยู่ท่ามกลางพายุ Hindenburg ในช่วงปลายเดือนมกราคม แต่ Gautam ผู้ไม่สะทกสะท้านก็ยังเดินทางไปอิสราเอลเพื่อปราศรัยและโพสท่าถ่ายภาพกับนายกรัฐมนตรี Benjamin Netanyahu ในพิธีลงนามทำสัญญา

    สำหรับเรื่องการสืบสวนของ SEBI นั้น Gautam ก็ยังคงมั่นใจ ซึ่งก็ไม่แปลกเมื่อดูจากชัยชนะของเขาที่ผ่านมา นอกจากนี้ ศาลสูงสุดของอินเดียยังสั่งให้ SEBI “เร่งดำเนินการ” สืบสวนให้เสร็จและตีพิมพ์ผลการสืบสวนภายในเวลาแค่ 2 เดือนซึ่งน้อยกว่ากรณีทั่วไปมาก “เรื่องนี้จะได้จบโดยไม่ยืดเยื้อ” Gautam ให้ความมั่นใจแก่ผู้ติดตามเกือบ 1 ล้านคนใน Twitter ของเขาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม “ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

    

    อ่านเพิ่มเติม : ศุภรัฒศ์ ศิวะเพ็ชรานาถ สิงหรา ณ อยุธยา ปั้นดาต้าเซ็นเตอร์ไทยสู่ฮับอาเซียน

    คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2566 ในรูปแบบ e-magazine