ส่อง เทรนด์สายสุขภาพ ปี 2022 หยิบอะไรลงตะกร้ากันบ้าง - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • ส่อง เทรนด์สายสุขภาพ ปี 2022 หยิบอะไรลงตะกร้ากันบ้าง

ส่อง เทรนด์สายสุขภาพ ปี 2022 หยิบอะไรลงตะกร้ากันบ้าง

Forbes Thailand / Admin
29 Oct 2021 | 2:54 pm 457

ว่ากันด้วย เทรนด์สายสุขภาพ ประจำปี 2022 ที่จะมาถึง โดยสายสุขภาพคงหนีไม่พ้นเลือกซื้อไอเทมความงามที่มาจากแหล่งผลิตแบบออร์แกนิค เลือกซื้อสมุนไพร อาหารเสริมรักษาอาการต่างๆ และส่วนมากมุ่งหน้าสู่ร้าน Whole Foods Market เพื่อหาสิ่งเหล่านี้

จากร้านขายของสำหรับชาวมังสวิรัติที่เปิดประตูเมื่อปี 1978 ณ เมือง Austin​, Texas เมืองที่ทุกวันนี้เปรียบเสมือน Silicon Valley of Wellness ก็ได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่ในตลาดสายสุขภาพ ที่มีมากกว่า 500 สาขาทั้งในสหรัฐ แคนาดา และอังกฤษ ตอบโจทย์ เทรนด์สายสุขภาพ 

เมื่อโซนอาหารออร์แกนิคและเพื่อสุขภาพในซูเปอร์มาเก็ตโตขึ้นเรื่อยๆ ก็เห็นได้ชัดว่า การมุ่งเน้นสุขภาพแบบ Whole Foods Market ส่งผลต่อพฤติกรรมการกิน และเป้าหมายด้านสุขภาพของเราอย่างต่อเนื่อง 

Rachel Bukowski หัวหน้าทีม Product Development ของ Whole Foods Market กล่าวกับ ​Forbes ว่า “สุขภาพเป็นเรื่องแรกที่ลูกค้าของเราคิดถึง​” และเสริมต่อว่า “เราเห็นว่ามันเป็นจริงในรายงานเทรนด์ที่ผ่านมาทั้ง 7 ปีในโปรแกรมของเรา”

Bukowski กล่าวถึงโปรแกรมอะไรน่ะหรอ? Whole Foods Market Food Trends Report ยังไงล่ะ ซึ่งฉบับล่าสุดก็พึ่งปล่อยออกมาเร็วๆ นี้

ทุกๆ ปี Whole Foods Market Trends Council หรือเหล่า ‘นักล่า’ (เทรนด์) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร และฝ่ายจัดซื้อจากทุกมุมโลก ช่วยกันลิสต์เทรนด์อาหาร 10 อย่างที่น่าจะมาแรงในปีถัดไป

“พวกเขาดูเมนูที่ร้านต่างๆ อ่านบล็อคอาหาร ออกไปช็อปที่ตลาดแถวบ้าน และเข้าร่วมงานแสดงสินค้า ทั้งหมดนี้ก็เพื่อคอยสอดส่องว่าอะไรคือไอเทมฮิตชิ้นต่อไป” Bukowski บอกกับ Forbes “พวกเขาคาดการณ์โดยใช้ประสบการณ์ และความชำนาญที่สั่งสมมาสิบกว่าปี ความเชี่ยวชาญในการเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ และศึกษาความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการเข้าร่วม Workshop กับแบรนด์ต่างๆ ทั้งที่มีอยู่แล้วและกำลังมา”

หลายๆ คนเริ่มมองว่าอาหารเป็นยามากขึ้น การคาดการณ์ปี 2022 เผยว่าเทรนด์รักสุขภาพจะยังคงบุกตลาดอาหารและเครื่องดื่มต่อไม่หยุด “เราเห็นมาเรื่อยๆ ว่าเส้นกั้นระหว่างอาหารเสริมและอาหารปกติมันเริ่มจางลง” Bukowski กล่าวกับ Forbes “จริงๆ แล้วเราคาดว่าผู้บริโภคจะมองหาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบที่มีประโยชน์ใน Top 10 Food Trends for 2021 ด้วย ซึ่งเราก็เห็นแล้วว่ามันเกิดขึ้นจริง”

ดังนั้น ไม่ใช่เรื่องประหลาดเลยที่ทำไมอาหารที่มีประโยชน์แบบ functional เช่น สมุนไพรเสริมสร้างภูมิต้านทาน และเครื่องเทศต้านอาการอักเสบ ถึงโผล่มาอยู่ในลิสต์ของปีหน้าเต็มไปหมด 

“เมื่ออุตสาหกรรมอาหารค่อยๆ ปรับตัวให้เข้ากับ ​New Normal เราก็คาดว่าจะเห็นผู้บริโภคให้ความสำคัญกับอาหารและเครื่องดื่มที่มีสิ่งดีๆ มากขึ้นด้วย เช่น พวกน้ำอัดลมและโซดาที่มีประโยชน์” Sonya Gafsi Oblisk Chief Marketing Officer ของ Whole Foods คาดการณ์ไว้ในเอกสารประชาสัมพันธ์

สถานการณ์โรคระบาดทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจการกินดื่มให้มีประโยชน์ต่อร่างกาย และทำให้พวกเขาหันมารักษ์โลกมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกส่วนประกอบที่ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม หรือมองหาผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ที่ได้มาอย่างยั่งยืน หรือแม้กระทั่งกินเนื้อสัตว์ให้น้อยลง

Whole Foods Market พบว่าผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพวกเขาแล้ว Oblisk คาดว่า “ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้รู้สึกถึงความเป็นอยู่ที่ดี เช่น ผลิตภัณฑ์จาก Urban Green Garden และจากการเกษตรที่ฟื้นฟูดิน” จะได้รับความสนใจมากขึ้นอีกในปีหน้า

เพื่อปรับตัวให้เข้ากับการบริโภค และวิธีการบริโภคที่เปลี่ยนไปที่มีโควิดเป็นเหตุ Whole Foods Market ได้รังสรรค์เซ็ตให้ทุกคนได้ลิ้มรสเทรนด์ปี 2022 ได้ง่ายๆที่บ้าน The limited edition Trends Discovery Box ลิมิเต็ดมีผลิตภัณฑ์ที่จะเป็นไฮไลต์ของปีหน้ามากมาย เช่น ยูซุใน Pink Peppercorn Honey Yuzu Vinaigrette จาก Acid League และเครื่องดื่มมีประโยชน์จาก Poppi อย่าง Strawberry Lemon Prebiotic Soda และอีกมากมาย

ไม่ว่าคุณจะมองหาขนมที่ช่วยอาการต่างๆที่ข้องใจอยู่ อยากรักษ์โลกมากขึ้น หรือแค่อยากลองอะไรใหม่ๆ ก็จับตามองเทรนด์สายสุขภาพเหล่านี้ไว้ได้เลย

ชบา มาชัวร์

เป็นเรื่องชัวร์มากที่เจ้าชบาจะได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงที่ใครๆ ก็ต้องการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ด้วยตัวช่วยสำคัญเมื่อไม่สบายอย่างวิตามินซีที่สูงในชบา เรามักจะพบชบาในรูปแบบของชา ขนม หรือในกระถาง 

แต่ตอนนี้เราสามารถพบเจ้าดอกไม้นี้ได้ทั้งในโยเกิร์ต แยม รวมไปถึงอาหารเสริมคอลลาเจน แต่สิ่งที่ได้รับความสนใจมากที่สุดท่าจะเป็นดอกชบาในรูปแบบของเครื่องดื่ม ทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอลล์ ซึ่งสีชมพูของน้ำชบาก็น่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของความนิยม

ซ่าได้เรื่อง(ดีๆ)

น้ำชาเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของเครื่องดื่มมีประโยชน์ที่คนหันมาสนใจมากขึ้น “ไม่ใช่แค่แบรนด์ขายอาหารนะที่เร่ิมใช้ส่วนประกอบประเภท Functional มากขึ้น พวกเครื่องดื่มก็ด้วย ทั้งน้ำอัดลมและโซดาที่ผสม prebiotics probiotics และสมุนไพรต่างๆ” Bukowski กล่าวกับ Forbes 

ยุคของการดื่มน้ำอัดลมเพื่อแค่ความสดชื่นได้หมดไปแล้ว ผู้บริโภคทุกวันนี้นอกจากจะต้องการให้ปริมาณน้ำตาลในแต่ละกระป๋องน้อยลงแล้ว แต่ละกระป๋องยังต้องมีส่วนประกอบอื่นๆ ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพด้วย เช่น prebiotics ที่ช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้ และ adaptogen ที่ช่วยลดความเครียด เป็นต้น

เครื่องดื่มมึนเมาที่ไม่เมา

การดื่มยังไงให้ได้ประโยชน์ได้รับความสนใจไม่ใช่น้อย จนเกิดเป็นนวัตกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดื่มแล้วไม่เมา และสถานการณ์โควิดก็ทำให้เจ้าเทรนด์นี้พุ่งทะยานทีเดียว “เหล้าไร้แอลกอฮอล์เป็นเทรนด์ของปี 2022 ที่โตมาได้เพราะโควิดเลย” Bukowski บอกกับ Forbes 

“เครื่องดื่มกลุ่มนี้โตอย่างเป็นปรากฏการณ์ในร้านเราปีนี้ ส่วนหนึ่งมาจากเหล่า Millennials และ Gen Z ที่ลองกักตัวแบบ ‘Drysolation’ ช่วงโรคระบาดนี้” ในขณะที่มีรายงานว่าคนรุ่นใหม่ดื่มน้อยลงเพราะเหตุโรคระบาด การสิ้นสุดของล็อกดาวน์ก็ไม่ได้หมายความว่ากระแส Sober Curious จะจบลง 

ด้วยยาสมุนไพรทำให้เครื่องดื่มล่าสุดนี้ไม่ได้แค่รสชาติเยี่ยมจนสู้กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปกติได้ แต่ยังให้ความรู้สึกดีๆอีกด้วยโดยใช้ adaptogens อย่างโสมอินเดียช่วยให้ผ่อนคลาย Rachel Bukowski  หัวหน้าทีม Product Development ของ Whole Foods Market บอกกับทาง Forbes

เป็นมากกว่าขมิ้น

รู้จักกันในนามเครื่องเทศสีทอง เครื่องเทศนี้ถูกใช้เป็นยาอายุรเวทและยาจีนอย่างบ่อยครั้ง  ด้วยสรรพคุณที่ช่วยแก้อักเสบ ส่งผลให้เจ้าเครื่องเทศนี้เริ่มมีบทบาทในโลกตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จาก golden milk latte ซึ่งได้กลายเป็นเมนูที่คาเฟ่ทั่วอเมริกาต้องมี 

ปีหน้า Whole Foods คาดการณ์ว่าเจ้าเครื่องเทศนี้จะมาในรูปแบบที่แปลกใหม่ขึ้นไปอีก ไม่ว่าจะเป็นซีเรียล ซาวเคราท์ จนไปถึง ไอศกรีมแบบ plant-based

เมล็ดทานตะวันอร่อยมันๆ แทนพวกถั่ว

เมล็ดทานตะวันจะไม่ขายเพียงตามร้านสะดวกซื้อหรือปั๊มน้ำมันอีกต่อไป แต่คาดว่าจะบุกซุปเปอร์มาเก็ตในรูปแบบที่ออกนอกซองมากขึ้นอีกด้วย เจ้าเมล็ดนี้จะกลายเป็นส่วนผสมหลักในสเปรด แครกเกอร์ ครีมชีส และไอศกรีมสำหรับทั้งชาว plant-based และชาว dairy-free 

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเจ้าเมล็ดที่อุดมไปด้วยโปรตีน และไขมันอิ่มตัว แถมก่อให้เกิดแพ้ได้ยาก น่าจะกลายเป็นขวัญใจสาวกถั่วในอนาคต

จากมัทฉะ เป็นมะรุม

แม้ว่ามัทฉะจะเป็นตัวเลือกเครื่องดื่มยามเช้าของใครหลายๆ คนที่ไม่ทานกาแฟ แต่ก็มีแววว่ามะรุมจะมากลายเป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกสำหรับอีกหลายๆ คน 

เดิมใช้เป็นสมุนไพรทั้งในอินเดีย และแอฟริกา มะรุมไม่ได้มีเพียงสรรพคุณล้นหลาม แต่ยังช่วยรักษาอาการขาดสารอาหารอีกต่างหาก บวกกับทั้งโตเร็ว แถมทนแร้งได้ดี มะรุมจึงถูกขนานนามว่าต้นไม้มหัศจรรย์ด้วย  ปีหน้านี้พร้อมเห็นมะรุมในตั้งแต่ขนมหวานแช่แข็งจนถึงซีเรียล ซอสจนถึงโปรตีนบาร์ได้เลย

ยูซุสู่ครัว

ไม่ว่าจะใช้เป็นน้ำมันหอมระเหยเพื่อผ่อนคลายความเครียด หรือบริโภคเพื่อเสริมสร้างสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามินแก่ร่างกาย ยูซุเต็มไปด้วยประโยชน์ต่อร่างกาย 

ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวปนขม ผลไม้นี้ถูกใช้ในห้องครัวของเชฟมือฉมังมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในซุป เมนูเส้น หรือเมนูปลา และคาดว่าในปีหน้า ยูซุจะขยายตัวออกจากร้านอาหารไปสู่ตะกร้าจ่ายตลาด และผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในรูปแบบของขนมหวาน น้ำโซดา และน้ำหมักสไตล์เอเชียน

Flexitarianism พบ Reducetarianism

เมื่อเราเริ่มตระหนักได้ว่าการทานเนื้อสัตว์ให้น้อยลงเป็นการเปลี่ยนไลฟสไตล์ที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริโภคจึงเริ่มมองว่าเขาเองก็สามารถช่วยโลกได้โดยไม่ต้องผันตัวเป็นวีแกนแบบเต็มตัว 

เหตุโรคระบาดทำให้ผู้บริโภคระแวงเรื่องภูมิอากาศที่แปรปรวนมากขึ้น เห็นได้จากการที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนไปทานอาหารแนว plant-based ให้มากขึ้น แต่เมื่อไรก็ตามที่อยากทานเนื้อสัตว์ ก็จะเลือกเนื้อระดับพรีเมี่ยมที่ถูกเลี้ยงด้วยหญ้า และไข่จากไก่ที่เลี้ยงในทุ่ง ทาง Whole Foods จึงคาดการณ์ว่าแนวคิด ‘reducetarianism’ นี้จะอยู่ต่อไปอีกยาว

ธัญพืชรักษ์โลก

ผู้บริโภคไม่ต้องการเพียงอาหารที่ดีต่อร่างกายเท่านั้น แต่ยังต้องการอาหารที่ดีต่อโลกด้วย เมื่อสองปีที่แล้ว Whole Foods คาดว่า regenerative agriculture ซึ่งก็คือการเกษตรและการเลี้ยงปศุสัตว์ที่เน้นช่วยฟื้นหน้าดินและดักจับคาร์บอน จะเป็นเทรนด์อาหารปี 2020 ที่มาแรงที่สุด 

ปีนี้เหล่านักล่าก็คาดการณ์ว่าเทรนด์นั้นจะยังคงอยู่ต่อ เห็นได้จากความฮิตของธัญพืชที่ปลูกด้วยวิธี regenerative ที่เพิ่มขึ้น เช่น ข้าวสาลีเคอร์ซา ไม้ยืนต้นรสหวานมันที่ช่วยทำให้ระบบนิเวศดินโดยรวมดีขึ้น เป็นต้น

ดูลิสต์ปี 2022 แบบเต็มๆและดูลิสต์ของปีก่อนได้ที่เว็บไซต์ของ Whole Foods Market

แปลและเรียบเรียงโดย ทัตชญา บุษยากิตติกร จากบทความ The Top Wellness Trends To Look For In The Grocery Aisle Next Year เผยแพร่บน Forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: 10 อันดับ “นักฮอกกี้ NHL” รายได้สูงสุด ประจำปี 2021


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP