รอดได้และรุ่งด้วยกับกิจการขนาดเล็กที่โดดเด่นในสหรัฐฯ ตอนที่ 2 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • รอดได้และรุ่งด้วยกับกิจการขนาดเล็กที่โดดเด่นในสหรัฐฯ ตอนที่ 2

รอดได้และรุ่งด้วยกับกิจการขนาดเล็กที่โดดเด่นในสหรัฐฯ ตอนที่ 2

Forbes Thailand / Admin
25 Feb 2021 | 7:22 am 480

แม้จะอยู่ในช่วงเวลาท้าทายที่สุดเนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ผู้ประกอบการสุดเก่งยังหาทางอยู่ได้อย่างยอดเยี่ยมบริษัทขนาดเล็ก 25 แห่งในบทความนี้ ทั้งหมดมียอดขายไม่ถึง 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2019 และมีพนักงานไม่ถึง 200 คน แต่พวกเขาประสบความสำเร็จในการพาบริษัทฝ่าช่วงปีอันปั่นป่วนนี้มาได้

เส้นทางของพวกเขาแตกต่างกัน บางคนผลิตสิ่งที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างซอฟต์แวร์ช่วยปรับปรุงการทำงานของโรงพยาบาล หรือหุ่นยนต์ทำความสะอาดโรงเรียน บางคนปรับแนวทางให้เข้ากับช่วงเกิดโรคระบาด บริษัทเล็กที่โดดเด่นเหล่านี้แสดงถึงความแข็งแกร่ง ความสามารถในการปรับตัว และความหลากหลายของผู้ประกอบการในอเมริกา และช่วยให้เรามีหวังกับอนาคตด้านเศรษฐกิจของประเทศนี้

 

และในตอนที่ 2 นี้ กิจการขนาดเล็กที่โดดเด่นในสหรัฐฯ ที่ทั้งรอดได้และรุ่งด้วย จำนวน 12 แห่ง ได้แก่

 

Aspetto

สำนักงานใหญ่: เมือง Fredericksburg รัฐ Virginia

ผู้ก่อตั้ง: Robert Davis, Abbas Haider (ซีอีโอ)

พนักงาน: 12 คน

ชุดเกราะคือ สิ่งที่อัปลักษณ์มาแต่ไหนแต่ไร แม้จะเถียงไม่ได้ว่ามันเป็นของที่เน้นการใช้งานมากกว่าความสวยก็เถอะ แต่ Haider และ Davis ซึ่งก่อตั้ง Aspetto ตั้งแต่ยังเรียนที่ University of Mary Washington ในเมือง Fredericksburg เดิมพันว่า หน่วยงานรัฐบาลของสหรัฐฯ น่าจะเต็มใจจ่ายเพื่อชุดกันกระสุนที่ดูดีขึ้น (แจ็กเกตส่วนใหญ่ตัวละ 3,500 เหรียญ) หลังจากนั้น Aspetto ก็ขยายธุรกิจจากแฟชั่นมาทำชุดต่อสู้ด้วย โดยปีนี้บริษัทได้สัญญาผลิตเครื่องแบบทหารหญิงสำหรับกองทัพอากาศ และเสื้อเกราะกันมีดสำหรับสำนักงานทัณฑสถานของสหรัฐฯ และคาดว่ารายได้จะถึง 12.5 ล้านเหรียญในปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 7 เท่าจากปี 2019

 

 

Farmgirl Flowers

สำนักงานใหญ่: เมือง Watsonville รัฐ California

ผู้ก่อตั้ง: Christina Stembel (ซีอีโอ)

พนักงาน: 165 คน

Stembel วัย 42 ปี อดีตสาวชาวไร่จากรัฐ Indiana ใช้เวลาเกือบทศวรรษเพื่อสร้าง Farmgirl Flowers ให้เป็นบริษัทส่งดอกไม้ที่มีรายได้ 33 ล้านเหรียญ (รายได้ปี 2019) แต่แล้วโควิด-19 ก็เข้ามา เธอต้องปิดศูนย์กระจายสินค้าที่เมือง San Francisco ในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา เมื่อธุรกิจที่ไม่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตถูกสั่งปิด และต้องปล่อยให้ดอกไม้มูลค่า 150,000 เหรียญถูกทิ้งไป แต่การเปลี่ยนเส้นทางจัดส่งสินค้าไปใช้ศูนย์กระจายสินค้าที่เพิ่งเปิดใหม่ในเอกวาดอร์แทน ก็ช่วยให้เธอจัดส่งสินค้าสำหรับคำสั่งซื้อที่ยังค้างอยู่ได้ เธอต้องปิดคลังสินค้าค่าเช่าแพงในเมือง San Francisco อย่างถาวร และจับมือกับฟาร์ม 3 แห่งในรัฐ California เพื่อให้ส่งดอกไม้ตรงถึงมือลูกค้า โดยใช้ดอกไม้ชนิดเดียวจัดเข้าช่อเพื่อลดต้นทุนค่าออกแบบ แต่แม้จะปิดศูนย์ที่ Bay Area ไปแล้ว ก็ยังมีการร้องเรียนเรื่องที่ทำงานเป็นพิษโผล่มาในอินเทอร์เน็ตเมื่อเดือนมิถุนายน ซึ่ง Stembel กล่าวว่า ปัญหาเหล่านี้ “ได้รับการแก้ไขแล้ว โดยการตรวจสอบจากฝ่ายทรัพยากรบุคคลอย่างจริงจังตั้งแต่มีการร้องเรียนครั้งแรก” และเมื่อในระยะหลังนี้มีคนส่งดอกไม้ให้ครอบครัวและเพื่อนที่คิดถึงกันมากขึ้น Farmgirl จึงคาดว่าจะมีรายได้ 60 ล้านเหรียญในปี 2020

 

 

FreightWaves

สำนักงานใหญ่: เมือง Chattanooga รัฐ Tennessee

ผู้ก่อตั้ง: Craig Fuller

พนักงาน: 132 คน

บริษัทสื่อในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์แห่งนี้เห็นงานครึ่งหนึ่งหายวับไปเมื่อต้องยกเลิกการจัดอีเวนต์ในสถานที่จริงแต่บริษัทก็ยังโตได้ ซึ่งต้องขอบคุณการจัดงานประชุมเสมือนจริง เครือข่ายใหม่สำหรับถ่ายทอดสดออนไลน์และการตัดสินใจเร่งพัฒนาแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อช่วยให้ลูกค้าตั้งราคา และจัดเส้นทางขนส่งที่ดีที่สุดได้บริษัทอายุ 4 ปีแห่งนี้จัดอีเวนต์ที่รองรับผู้เข้าร่วมงาน 300,000 คนในปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากที่เคยวางแผนไว้ 5,000 คนสำหรับการจัดงานในสถานที่จริง และคาดว่าสปอนเซอร์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับอีเวนต์เสมือนจริงเหล่านี้จะช่วยดันยอดขายไปถึง 19 ล้านเหรียญในปี 2020 ซึ่งเพิ่มจาก 11 ล้านเหรียญในปี 2019

 

 

Gooten

สำนักงานใหญ่: เมือง New York City

ผู้ก่อตั้ง: Austen Bernstein, Micah Smith

ซีอีโอ: Brian Rainey

พนักงาน: 90 คน

Gooten บริษัทรับงานพิมพ์จำนวนตามที่ใช้งานจริง (ตั้งชื่อนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่ Johannes Gutenberg ผู้ประดิษฐ์แท่นพิมพ์แบบตัวเรียง) มียอดขายเกิน 18 ล้านเหรียญในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 ซึ่งมากกว่ารายได้รวมของปี 2019 ทั้งปี เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้เทคโนโลยีการพิมพ์ที่ดีขึ้น ซึ่งช่วยให้ลูกค้ากลุ่มธุรกิจของบริษัท (บริษัทไม่รับงานจากลูกค้าผู้บริโภค) ลดจำนวนสินค้าคงคลังประเภทเสื้อยืด ถ้วยกาแฟ ผ้าขนหนูชายหาดและของกระจุกกระจิกอื่นๆ ลงได้ Gooten ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในช่วงล็อกดาวน์ด้วยการส่งงานจากโรงพิมพ์ที่ถูกสั่งปิดไปให้โรงพิมพ์ที่ยังเปิดอยู่ทำแทน โดยบริษัทมีเครือข่ายผู้ผลิต 40 ราย ซึ่งมีโรงพิมพ์ 80 แห่งทั่วโลก

 

 

Lion’s Wood Banquet Furniture

สำนักงานใหญ่: เมือง Baltimore

ผู้ก่อตั้ง: Bosley Wright

ซีอีโอ: Greg Bandelin

พนักงาน: 65 คน

ในยามปกติ Lion’s Wood Banquet Furniture ผลิตรถเข็นสำหรับบุฟเฟต์และโต๊ะจัดวางอาหารสำหรับเสิร์ฟในร้านอาหาร โรงแรม และศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ โดยมีโรงงานขนาด 50,000 ตารางฟุตในเมือง Baltimore แต่โคโรนาไวรัสผลักให้ Bandelin วัย 42 ปี ซีอีโอและเจ้าของร่วมผู้เรียนไม่จบมหาวิทยาลัยและเคยเป็นเจ้าของร้านกาแฟต้องเปลี่ยนเกียร์โดยด่วน ปัจจุบันบริษัทนี้ขายเฟอร์นิเจอร์สำหรับห้องอาหารและบาร์ซึ่งดัดแปลงให้เข้ากับการใช้งานในช่วงโรคระบาด โดยบริษัทเพิ่งช่วยปรับแต่งสถานที่ให้ผับหลายแห่งของ Clyde’s ซึ่งเป็นเครือผับที่อยู่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ และยังผลิตฉากกั้น plexiglass สำหรับร้านขายของกับหน้ากากป้องกันใบหน้าสำหรับหน่วยงานเทศบาลหลายแห่งด้วย การปรับแนวทางครั้งนี้ดูจะได้ผล เพราะยอดขายในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา (ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ปี 2020) เพิ่มขึ้น 50% เป็น 16 ล้านเหรียญ

 

 

Ntopology

สำนักงานใหญ่: เมือง New York City

ผู้ก่อตั้ง: Bradley Rothenberg (ซีอีโอ), Greg Schroy

พนักงาน: 82 คน

Rothenberg วัย 35 ปี กำลังสร้างซอฟต์แวร์ออกแบบสำหรับยุคใหม่ที่อาศัยการคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้างชิ้นส่วนและผลิตภัณฑ์แล้วพิมพ์ออกมาด้วยเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ซึ่งของเหล่านี้จะเบาและมีประสิทธิภาพกว่าที่ระบบ CAD แบบเก่าทำได้ ตัวอย่างเช่น มีผู้ใช้ซอฟต์แวร์ nTop เพื่อออกแบบโครงยึดชิ้นส่วนดาวเทียมในอวกาศและหมอนรองกระดูกสันหลังเทียมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อใช้ในการผ่าตัดกระดูกสันหลังแม้จะเกิดโรคระบาดแต่บริษัทนี้ก็ระดมทุนเพิ่มมาได้อีก 42 ล้านเหรียญเมื่อเดือนมิถุนายนในปีที่ผ่านมา มีผู้นำการลงทุนคือ Insight Partners ส่วนนักลงทุนรายอื่นๆ ก็เช่น Canaan และ Lockheed Martin ซึ่งเป็นลูกค้าของบริษัทด้วย เงินทุนที่ได้มาใหม่นี้จะช่วยให้ nTop ขยายธุรกิจได้ เพราะมีหลายวงการ ซึ่งรวมถึงการบินและอวกาศ ยานยนต์ และการดูแลสุขภาพ ที่นำการพิมพ์ 3 มิติมาใช้กับผลิตภัณฑ์ในอนาคต เช่น ยานพาหนะไฟฟ้า คาดว่ารายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นเกิน 3 เท่าในปี 2020 โดยเพิ่มเป็น 5 ล้านเหรียญ จาก 1.5 ล้านเหรียญในปี 2019

 

 

Onpoint Systems

สำนักงานใหญ่: เมือง Manchester รัฐ New Hampshire

ผู้ก่อตั้ง: Ken Solinsky, Grace Solinsky

พนักงาน: 16 คน

ในปี 2019 สามีภรรยา Solinsky เปิดตัว SpotOn รั้วกั้นสุนัขแบบไม่ง้อตาข่าย ซึ่งใช้เทคโนโลยี GPS โดยให้เจ้าของสุนัขเดิน (หรือขับรถ) เพื่อกำหนดขอบเขตที่อยากให้สุนัขอยู่ในนั้นแล้วล้อม “รั้ว” กั้นสุนัขไว้โดยไม่ต้องใช้รั้วตาข่ายของจริง สินค้าชิ้นนี้ได้รางวัลนวัตกรรมจากงานประชุมด้านเทคโนโลยีอย่าง CES และขายดีในช่วงฤดูหนาว แล้วโคโรนาไวรัสก็เข้ามา ซึ่ง Ken กังวลเรื่องนี้ แต่ไวรัสกลับเป็นสิ่งดีต่อธุรกิจของเขาเพราะคนที่กักตัวอยู่บ้านหาสุนัขมาเลี้ยงกันมากขึ้น บริษัทนี้มียอดขายโดยประมาณสูงกว่าปี 2019 เป็น 5 เท่า คือ 10 ล้านเหรียญในปี 2020 และกำลังเตรียมเปิดตัวสินค้าอื่นอีก “เราเน้นสินค้าไฮเทคเพื่อเจ้าของสัตว์เลี้ยง” Ken วัย 70 ปีกล่าว ก่อนหน้านี้เขาเคยขายกิจการของเขาให้ L3 Communications เมื่อปี 2013

 

 

Packback

สำนักงานใหญ่: เมือง Chicago

ผู้ก่อตั้ง: Nick Currier, Kasey Gandham, Mike Shannon (ซีอีโอ), Jessica Tenuta

พนักงาน: 75 คน

4 สหายจาก Illinois State University เริ่มก่อตั้งPackback กันในหอพักนักศึกษา พวกเขานำไอเดียธุรกิจให้เช่าหนังสือเรียนดิจิทัลไปเสนอในรายการ Shark Tank เมื่อปี 2014 และได้ Mark Cuban ช่วยลงทุน 250,000 เหรียญ แต่ธุรกิจนั้นล้มเหลวและบริษัทเกือบล้มละลายในปี 2016 พวกเขาจึงเปลี่ยนทิศทางและเริ่มเสนอขายเครื่องมือที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยให้นักเรียนตั้งคำถามดีๆ แบบใช้หัวคิดและโพสต์ความเห็นคมๆ ในชั้นเรียนออนไลน์ได้ดีขึ้น เมื่อมหาวิทยาลัยถูกสั่งปิดในเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา ทีมนี้ต้องเลิกจ้างพนักงานสิบกว่าคนและต่อมาก็ต้องขอสินเชื่อเพื่อคุ้มครองธุรกิจ 890,000 เหรียญ แต่กิจการก็เริ่มดีขึ้นในช่วงฤดูร้อนเมื่อสถานศึกษามองหาวิธีปรับปรุงการเรียนการสอนออนไลน์ Packback ขายเครื่องมือนี้ให้นักเรียนในราคา 25 เหรียญต่อการใช้งานในหนึ่งกระดานสนทนา และในภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงมีนักเรียนสมัครใช้งาน 250,000 คน เพิ่มกว่าเท่าตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2019 Packback จึงน่าจะทำรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจาก 4 ล้านเหรียญในปี 2019

 

 

Phononic

สำนักงานใหญ่: เมือง Durham รัฐ North Carolina

ผู้ก่อตั้ง: Tony Atti (ซีอีโอ), Patrick McCann, Matt Trevithick

พนักงาน: 140 คน

ด้วยเงินร่วมลงทุนเกือบ 200 ล้านเหรียญ Phononic ใช้เวลาช่วงทศวรรษที่ผ่านมาปรับปรุงเทอร์โมอิเล็กทริกชิปขนาดเล็ก (ใช้แปลงไฟฟ้าเป็นความร้อน หรือแปลงความร้อนเป็นไฟฟ้า) ซึ่งสามารถใช้แทนคอมเพรสเซอร์เครื่องกลใหญ่เทอะทะเพื่อทำความร้อนและความเย็นได้ เช่น ทำความเย็นสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความละเอียดอ่อนสำหรับจัดการข้อมูลโทรคมนาคม ซึ่งมีความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นมากเพราะผู้คนทำงานทางไกลกันเยอะขึ้น Atti วัย 46 ปี อดีตนักวิทยาศาสตร์ของ NASA กล่าวว่า “โควิดช่วยเร่ง หรือไม่ก็ติดเทอร์โบ” ให้สายงานที่เป็นเป้าหมายของบริษัท เช่น การใช้งานระบบ 5G อีกทั้งยังมีลูกค้าสั่งซื้อระบบทำความเย็นแบบพกพาของ Phononic กันมากขึ้น เพื่อสนองความต้องการใช้บริการส่งอาหารถึงบ้านที่พุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันเมื่อวัคซีนโควิด-19 และยารักษาโรคจะเป็นที่ต้องการมากในอนาคต ก็หมายความว่า ผู้ผลิตตู้แช่ที่ใช้ในงานสาธารณสุขอย่าง Thermo Fisher จะสั่งซื้อชิปของ Phononic เพิ่มขึ้นด้วย รายได้ของบริษัทจึงน่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวเป็น 20 ล้านเหรียญในปี 2020

 

 

Porter Road

สำนักงานใหญ่: เมือง Nashville รัฐ Tennessee

ผู้ก่อตั้ง: Chris Carter (ซีอีโอ), James Peisker

พนักงาน: 53 คน

อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ประสบปัญหาจากการพบผู้ติดเชื้อไวรัสในโรงงานแปรรูปทั่วประเทศ จึงกลายเป็นโอกาสให้ร้านขายเนื้อออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้คนสั่งอาหารออนไลน์และทำอาหารเองที่บ้านมากขึ้นยอดขายของร้านนี้จึงน่าจะขึ้นไปถึง 10 ล้านเหรียญในปี 2020 จาก 5.5 ล้านเหรียญในปี 2019 Carter วัย 38 ปี และ Peisker วัย 35 ปี ก่อตั้งร้านเมื่อปี 2010 ซึ่งร้านนี้เป็นที่รู้จักในเมือง Nashville ว่าขายเนื้อคุณภาพสูง โดย Porter Road ร่วมมือกับฟาร์มท้องถิ่น แปรรูปเนื้อเองทั้งหมด และหั่นเนื้อทุกชิ้นด้วยมือ ต่อมาเมื่อปี 2017 ร้านนี้จึงเริ่มส่งเนื้อทั่วประเทศ

 

 

Sassy Jones

สำนักงานใหญ่: เมือง Richmond รัฐ Virginia

ผู้ก่อตั้ง: Charis Jones (ซีอีโอ)

พนักงาน: 28 คน

หลังจากทำงานฝ่ายขายที่ Geico, Sysco และที่อื่นๆ มาหลายปี Jones ก็ขายรถเบนซ์ของเธอเพื่อหาทุน เปิดบริษัทเครื่องประดับ Sassy Jones เมื่อปี 2013 ในช่วงแรกเธอต้องขับรถตระเวนไปตามงานแสดงสินค้าโดยหนีบลูกแฝดที่เพิ่งเกิดไปด้วย และเมื่อถึงปี 2017 เธอก็ล้าเต็มที Jones เกือบจะยอมแพ้และกลับไปทำงานขายเหมือนเดิมแล้ว แต่เธออยากลองทำการตลาดออนไลน์ดูก่อน เธอจึงทำคลิปชุด “Sparkle Party” เพื่อสอนวิธีสวมเครื่องประดับอย่างมีสไตล์ และแจกส่วนลดพิเศษให้ลูกค้าในคืนที่คลิปออกฉาย เมื่อผู้คนติดอยู่ในบ้านกันมากขึ้น ยอดขายของ Sassy จึงเพิ่มขึ้น 3 เท่า เป็น 1.5 ล้านเหรียญต่อเดือน และขั้นต่อไปคือ Home Shopping Network จะเริ่มขายเครื่องประดับของเธอในเดือนพฤศจิกายนในปีที่ผ่านมา

 

 

Weather Check

สำนักงานใหญ่: เมือง Louisville รัฐ Kentucky

ผู้ก่อตั้ง: Demetrius Gray (ซีอีโอ), Jermaine Watkins

พนักงาน: 11 คน

Gray วัย 32 ปี ลาออกจากงานที่ธนาคารใหญ่หลังเกิดวิกฤตการเงินปี 2008 เพื่อไปทำงานเป็นผู้รับเหมาก่อสร้างบ้านที่เสียหายจากพายุในรัฐ Kentucky บ้านเกิดไม่นานเขาก็ตระหนักว่า ความไร้ประสิทธิภาพในการก่อสร้างบ้านใหม่และการเคลมประกันบังคับให้คนที่บ้านเสียหายต้องทนรออยู่ในบ้านพังๆ ไปอีกหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะได้บ้านใหม่ ในปี 2016 เขาจึงจับมือกับ Watkins วัย 36 ปี ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ชอบสร้างธุรกิจใหม่เพื่อเปิดบริษัท WeatherCheck สตาร์ทอัพยอดขาย 3.5 ล้านเหรียญแห่งนี้ (ยอดขายโดยประมาณในปี 2020) จะรวบรวมข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายสิบแหล่ง (รวมถึง FEMA และผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำแผนที่ Esri) เพื่อสร้างโมเดลอย่างละเอียดสำหรับความเสียหายที่เกิดจากลมฟ้าอากาศทั่วสหรัฐฯ และแคนาดา ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้บริษัททำงานร่วมกับบุคคล ผู้ให้สินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือบริษัท และบริษัทประกันภัย เพื่อระบุความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศได้ทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น และช่วยให้เคลมประกันได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังจับมือกับกิจการหลายรายเพื่อช่วยจับตาดูพายุที่ส่งผลกระทบต่อพนักงานซึ่งทำงานทางไกลตั้งแต่ช่วงโควิดเริ่มระบาด

 

บรรณาธิการ: Amy Feldman  เรียบเรียง: ธรรดร โสตถิอำรุง  ภาพประกอบ: Israel G . Vargas

ผู้สื่อข่าว: Susan Adams, Elisabeth Brier, Kenrick Cai, Caroline Howard, Katie Jennings, Alex Knapp, Maggie McGrath, Chloe Sorvino และ Giacomo Tognini

 

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมกราคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

 

BACK TO TOP