เปิดเรื่องราวของผู้ผลิต Purell จับถูกจุดกิจการครอบครัวที่มีมูลค่าพันล้านเหรียญสหรัฐฯ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • เปิดเรื่องราวของผู้ผลิต Purell จับถูกจุดกิจการครอบครัวที่มีมูลค่าพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

เปิดเรื่องราวของผู้ผลิต Purell จับถูกจุดกิจการครอบครัวที่มีมูลค่าพันล้านเหรียญสหรัฐฯ

Forbes Thailand / Admin
07 Oct 2020 | 7:49 am 255

การแตกตื่นตุนของคือ หนึ่งในอาการที่ชัดเจนที่สุดของโรคสติแตกจากไวรัสโคโรนา ฝูงนักช็อปคลั่งกวาดของในร้านสินค้าอุปโภคบริโภคและร้านขายยา ตั้งแต่เส้นพาสต้าจนถึงปรอทวัดไข้ แต่สิ่งที่น่าจะหาซื้อยากที่สุดนะหรือก็คือ Purell เจลทำความสะอาดมือ ซึ่งเป็นที่นิยมที่สุดในอเมริกาไงละ

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้คือ Purell เป็นเสาหลักของกิจการครอบครัวอายุ 74 ปีในรัฐ Ohio ซึ่งผลิตสบู่ น้ำยาทำความสะอาด และน้ำยาฆ่าเชื้อทุกประเภท ซึ่งบริษัทแห่งนี้คือ Gojo Industries ข้อมูลของ IBISWorld ระบุว่าบริษัทนี้มีส่วนแบ่ง 25% ในตลาดเจลทำความสะอาดมือของสหรัฐฯ และสร้างรายได้กว่า 370 ล้านเหรียญในปี 2018 ทั้งนี้ Forbes ประเมินว่า หุ้น 100% ของบริษัทนี้ถือโดยตระกูล Kanfer และมีมูลค่าอย่างน้อย 1 พันล้านเหรียญ

แม้ในช่วงนี้การหาซื้อ Purell ตามร้านขายยาท้องถิ่นอาจจะยากแต่บริษัทยืนยันว่า Purell ไม่น่าขาดตลาด (โฆษกของ Gojo ตอบคำถามทั่วไป แต่ไม่ตอบคำถามเกี่ยวกับตระกูล Kanfer และไม่ยินยอมให้สมาชิกของตระกูลออกความเห็นใดๆ)

Gojo มีโรงงาน 2 แห่งในรัฐ Ohio และอีกแห่งในฝรั่งเศส ซึ่ง Samantha Williams โฆษกของ Gojo Industries กล่าวว่า โรงงานเหล่านี้เดินเครื่องผลิตอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทจะตอบสนองต่อ “ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก” ได้ และ “ทีมที่เตรียมพร้อมในกรณีอุปสงค์เพิ่มขึ้นฉับพลัน” ของ Gojo ซึ่งเคยช่วยรักษาระดับการผลิตให้ราบรื่นในช่วงที่มีการระบาดของไวรัสอื่นๆ

เมื่อหาซื้อเจลทำความสะอาดมือแบบมียี่ห้อ (ซึ่งเป็นแค่น้ำยาทำความสะอาดชนิดหนึ่งที่มีแอลกอฮอล์เป็นพื้นฐาน) ไม่ได้ ชาวบ้านเลยรีบหาอย่างอื่นมาแทน อินเทอร์เน็ตจึงชุ่มโชกไปด้วยสูตรน้ำยากวนเองที่ใช้ส่วนผสมอย่างเจลว่านหางจระเข้กับแอลกอฮอล์เช็ดแผล ขณะที่ผู้ผลิตเหล้าวอดก้า Tito’s รู้สึกว่า จำเป็นจะต้องออกประกาศเตือนชาวบ้านว่า วอดก้า 40% ของบริษัทไม่แรงพอจะฆ่าไวรัสโคโรนาได้ (หน่วยงานกลางแนะนำว่าต้องอย่างน้อย 60%) ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นก็ต้องปากกัดตีนถีบ เมื่อช่วงต้นเดือนมีนาคม Andrew Cuomo ผู้ว่าการรัฐ New York ประกาศว่า จะใช้แรงงานผู้ต้องขังเพื่อผลิตเจลทำความสะอาดมือไว้ใช้ในรัฐ

เหตุการณ์อันชวนตะลึงนี้ยิ่งน่าอัศจรรย์หนักเข้าไปอีก เพราะยังไม่มีหลักฐานชัดเจนเลยว่า Purell หรือเจลทำความสะอาดมือยี่ห้อใดช่วยปกป้องผู้คนได้จริง เจลทำความสะอาดมือเป็นสินค้าที่ควบคุมโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ซึ่งมีกฎเข้มงวดเกี่ยวกับการโฆษณาสรรพคุณสินค้าในการฆ่าเชื้อไวรัสต่างๆ หรือการออกชื่อจุลินทรีย์อย่างเจาะจง และ Gojo Industries ก็เพิ่งมีปัญหากับกฎดังกล่าวไปเมื่อไม่นานนี้

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา Purell โฆษณาเจลทำความสะอาดมือในเว็บไซต์และสื่อโซเชียลของบริษัทว่า ช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโนโร (norovirus) และอาจป้องกันได้กระทั่งไวรัสอีโบลา แต่หน่วยงานกำกับดูแลหน่วยหนึ่งส่งหนังสือเตือนถึง Gojo เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2020 ให้บริษัทหยุดโฆษณาเจลทำความสะอาดมือโดยใช้คำกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐานรองรับ

หนังสือฉบับนั้นกล่าวว่า “ปัจจุบัน FDA ยังไม่ทราบถึงงานวิจัยใดที่มีการควบคุมเป็นอย่างดีและเพียงพอจะแสดงให้เห็นว่า การฆ่าหรือลดจำนวนแบคทีเรียหรือไวรัสบนผิวหนังลงในระดับหนึ่งนั้น ให้ผลลัพธ์ทางคลินิกสอดคล้องกันในการลดการติดเชื้อ หรือลดการเกิดโรคจากแบคทีเรียหรือไวรัสดังกล่าว” Gojo ตอบรับหนังสือฉบับ ดังกล่าวโดยเขียนในเว็บไซต์ของบริษัทว่า บริษัทได้ปรับคำโฆษณาแล้ว

Purell
สำนักงานใหญ่ของ Gojo ณ เมือง Akron รัฐ Ohio

Gojo ก่อตั้งเมื่อปี 1946 โดย Goldie และ Jerry Lippman ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 Goldie เป็นหัวหน้างานในโรงงานยางที่เมือง Akron รัฐ Ohio ซึ่งผลิตเรือชูชีพและผลิตภัณฑ์อื่นๆ เมื่อหมดเวลางานแต่ละกะ Goldie สังเกตว่า คนงานล้างคราบแกรไฟต์กับเขม่าคาร์บอนสีดำที่มือไม่ค่อยออก และต้องยอมจุ่มนิ้วลงในสารเคมีแรงๆ อย่างเคโรซีนและเบนซีน สามีภรรยาคู่นี้ตัดสินใจว่า พวกเขาสามารถทำผลิตภัณฑ์ล้างมือที่ดีกว่านั้นได้และก่อตั้งบริษัท Gojo (ชื่อนี้มาจากชื่อของพวกเขารวมกัน) ทั้งสองร่วมมือกับอาจารย์เคมีคนหนึ่งในมหาวิทยาลัย Kent State พัฒนาน้ำยาทำความสะอาดมือชนิดแรกของ Gojo

ในช่วงแรก Jerry ผสมน้ำยาเองในห้องใต้ดินที่บ้าน กรอกใส่โหลผักดองเก่า แล้วขนใส่รถตัวเองไปเปิดท้ายขาย ส่วน Goldie ดูแลบัญชีและจัดหาวัตถุดิบ ลูกค้ากลุ่มแรกของ Gojo ส่วนหนึ่งคือ ช่างเครื่องและอู่ซ่อมรถ และกิจการอะไรก็ตามที่ทำงานกับน้ำมัน จาระบี และสารเคมีล้างยากอื่นๆ น้ำยาของ Gojo เป็นที่นิยมมากจนลูกค้าบ่นว่า พนักงานแอบเอากล่องอาหารกลางวันมาแบ่งน้ำยากลับบ้าน

ในปี 1952 Jerry ประดิษฐ์และจดสิทธิบัตรเครื่องกดน้ำยาแบบควบคุมปริมาณ ซึ่งเมื่อกด 1 ครั้งก็จะปล่อยน้ำยาออกมาเพียงจำนวนหนึ่ง น้ำยาจึงยิ่งขายดีขึ้นอีก

Goldie เสียชีวิตในปี 1972 สามีภรรยาคู่นี้ไม่มีบุตร Jerry จึงตั้งให้หลานชายชื่อ Joe Kanfer เป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่ของ Gojo โดย Kanfer โตมากับสำนักงานใหญ่ของ Gojo เขาทั้งผสมน้ำยาและโทรศัพท์ขายของ และในที่สุดเขาก็ได้เป็นประธานกรรมการและซีอีโอของบริษัท

ในปี 1988 Gojo คิดค้นสิ่งหนึ่งซึ่งต่อมากลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของบริษัท นั่นคือ Purell เจลทำความสะอาดมือที่มีเอทิลแอลกอฮอล์เป็นพื้นฐานและไม่ต้องใช้น้ำล้างออก แต่ก็ยังอีกหลายปีกว่าที่สินค้านี้จะกลายเป็นเจลทำความสะอาดมือสุดโปรดของอเมริกา

นิตยสาร The New Yorker ระบุว่าลูกค้ารายใหญ่รายแรกของ Purell คือ เครือร้านสินค้าอุปโภคบริโภค Wegmans ในพื้นที่ตอนเหนือของรัฐ New York ช่วงต้นทศวรรษ 1990 Wegmans ติดตั้งเครื่องกดเจลไว้ทั่วร้าน เพื่อให้ทั้งพนักงานและลูกค้าได้ใช้

John Nottingham ซึ่งบริษัท Nottingham Spirk ของเขาช่วย Gojo พัฒนาแบรนด์ โลโก้ และบรรจุภัณฑ์ของ Purell กล่าวว่า ก่อนที่ Purell จะเข้าสู่ตลาดผู้บริโภคอย่างประสบความสำเร็จใน ปี 1997 มันยังเป็นแค่ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมืออีกยี่ห้อหนึ่งเท่านั้น

Purell
ภาพขวดเจลทำความสะอาดมือ Purell ซึ่งลูกค้าถามหามากที่สุดในทุกวันนี้

แต่ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 หลังจาก Nottingham Spirk แนะนำให้ Gojo บรรจุเจลนี้ในขวดพลาสติกใสและปรับสูตรให้เนื้อเจลมีฟอง ซึ่งช่วยให้เจลนี้ “มีหน้าตาน่าสนใจ ดูสดชื่น และสะอาด” Purell จึงเริ่มติดตลาด “Purell สร้างความเปลี่ยนแปลงในธุรกิจและเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค” Nottingham กล่าว “มันกลายเป็นสินค้ากระแสหลัก”

แต่จุดพลิกผันครั้งใหญ่ที่สุดของ Purell น่าจะเป็นปี 2002 เมื่อศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของสหรัฐฯ (CDC) กำหนดแนวทางปฏิบัติงานด้านสาธารณสุขของหน่วยงานขึ้นใหม่ หลังจากมีงานวิจัยหลายฉบับที่แสดงให้เห็นว่า เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือมีประสิทธิผลในการป้องกันการติดต่อของเชื้อก่อโรคได้ดีกว่าสบู่และน้ำสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข

เมื่อได้รับการรับรองเช่นนั้น Purell จึงขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดสาธารณสุขได้อย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ก่อนที่ความกลัวไวรัสโคโรนาจะแพร่ไปเกือบทุกที่ทั้งในห้องทำงานของแพทย์และโรงพยาบาล ค่ายทหาร ร้านสินค้าอุปโภคบริโภค และโรงเรียน

Jerry เสียชีวิตเมื่อปี 2005 สองปีต่อมาลูกสาวตระกูล Kanfer (ลูกคนโตในบรรดา 4 คน) Marcella Kanfer Rolnick ขึ้นเป็นรองประธาน และต่อมา Kanfer Rolnick ผู้โตมากับธุรกิจนี้ และเคยทำงานในฝ่ายผลิตเครื่องกดเจล ห้องแล็บจุลชีววิทยา และฝ่ายวิจัยและพัฒนาตลาด ก็รับหน้าที่ซีอีโอต่อจากพ่อเมื่อ เดือนพฤษภาคม 2018

Purell
ตระกูล Lippman และ Kanfer 3 รุ่น จากซ้าย: Joseph Kanfer, Marcella Kanfer Rolnick, Jerry Lippman

 


คลิกอ่านฉบับเต็ม “เปิดเรื่องราวของผู้ผลิต Purell จับถูกจุดกิจการครอบครัวที่มีมูลค่าพันล้านเหรียญสหรัฐฯ” ได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2563 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP