ผู้ก่อตั้ง Grammarly แอปฯ ตรวจสอบไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีหน้าใหม่ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • ผู้ก่อตั้ง Grammarly แอปฯ ตรวจสอบไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีหน้าใหม่

ผู้ก่อตั้ง Grammarly แอปฯ ตรวจสอบไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีหน้าใหม่

Forbes Thailand / Admin
25 Nov 2021 | 5:00 pm 212

ครูของคุณอาจบอกว่าไวยากรณ์มีความสำคัญ แต่พวกเขาได้บอกคุณหรือไม่ว่า ไวยากรณ์ก็สามารถทำให้คุณเป็นมหาเศรษฐีได้

Max Lytvyn และ Alex Shevchenko

การระดมทุนมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ไม่เพียงแต่ทำให้ Grammarly บริษัทผู้ให้บริการเครื่องมือตรวจสอบไวยากรณ์ยอดนิยมมีมูลค่าแตะ 1.3 หมื่นล้านเหรียญเท่านั้น แต่ยังทำให้ Max Lytvyn และ Alex Shevchenko ก้าวเข้าสู่ทำเนียบมหาเศรษฐีเช่นกัน

Forbes คาดการณ์ว่า ปัจจุบันมหาเศรษฐีชาวยูเครนมีมูลค่าทรัพย์สินรายละ 4 พันล้านเหรียญจากการพัฒนาผู้ช่วยด้านการเขียนในปี 2009 โดยอาศัยความช่วยเหลือของโปรแกรมเมอร์ Dmytro Lider ผู้ร่วมก่อตั้งอีกรายหนึ่ง 

ด้านโฆษกของบริษัทเคยเผยกับ Forbes Ukraine ว่า Lider มีสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ในบริษัทราวร้อยละ 1 ขณะที่ Lytvyn และ Shevchenko มีส่วนแบ่งรายละประมาณร้อยละ 35 และอีกร้อยละ 22 เป็นของนักลงทุนที่มีส่วนร่วมในการระดมทุนในปี 2019 และ 2021

อย่างไรก็ดี Grammarly ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้ให้หลักฐานใดๆ เพื่อรองรับสัดส่วนที่แตกต่างกันของผู้ร่วมก่อตั้ง “Grammarly เป็นบริษัทเอกชนและไม่เปิดเผยการแจกแจงความเป็นเจ้าของบริษัทหรือตัวเลข Senka Hadzimuratovic หัวหน้าฝ่ายสื่อสารของบริษัทกล่าวในอีเมล

ทั้งนี้ บริษัทซึ่งตั้งอยู่ใน San Francisco แห่งนี้ เปิดตัวเป็นเวลาราว 1 ทศวรรษที่ผ่านมาภายใต้ชื่อ Sentenceworks ที่มุ่งช่วยเหลือนักเรียนในด้านไวยากรณ์และการสะกดคำ ก่อนที่จะต่อยอดไปยังบริการนอกภาคการศึกษา อาทิ การตรวจสอบไวยากรณ์ ซึ่งสามารถใช้เพื่อกำจัดข้อผิดพลาดในอีเมลและเอกสารประเภทต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย

นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ลูก เช่น Grammarly for Business ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจสอบไวยากรณ์สำหรับการใช้งานในองค์กร ซึ่งมีลูกค้าชื่อดังอย่าง Zoom, Cisco, Dell และ Expedia

ผลิตภัณฑ์หลักของ Grammarly มีจำหน่ายอย่างแพร่หลายภายใต้โมเดล freemium ตั้งแต่ปี 2015 โดยมีตัวเลือกในการซื้อเวอร์ชันอัปเกรดในราคาตั้งแต่ 12 ถึง 30 เหรียญต่อเดือนนั่นเป็นจุดเปลี่ยนสำหรับเรา” Brad Hoover ซีอีโอของ Grammarly ให้สัมภาษณ์กับ Fast Company ในปี 2019 โดยอธิบายว่าเป็นการเติบโตแบบปากต่อปากจริงๆ

วันนี้ บริษัทเผยว่า สามารถเข้าถึงผู้คน 30 ล้านคนในแต่ละวันผ่านการให้บริการทางแอปพลิเคชันและเว็บไซต์ราว 500,000 รายการ ซึ่งรวมถึงแอปอีเมล เว็บเบราว์เซอร์ โซเชียลมีเดีย และ Microsoft Word

นอกจาก Grammarly แล้ว Lytvyn และ Shevchenko ซึ่งพบกันขณะเข้าเรียนที่ International Christian University ในยูเครนกล่าวว่าแนวคิดของ Grammarly นั้นมาจาก MyDropBox ธุรกิจที่พวกเขาเคยร่วมกันก่อตั้งขึ้นสมัยเรียนมหาวิทยาลัยเราได้สร้างผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยป้องกันการลอกเลียนแบบงานเขียนของนักเรียน Lyvtyn เขียนไว้ในบล็อกโพสต์เมื่อเดือนมีนาคมสิ่งนี้ทำให้เราถามคำถามพื้นฐานที่จริงจัง: ทำไมผู้คนถึงเลือกที่จะลอกเลียนแบบตั้งแต่แรก เป็นไปได้ไหมที่พวกเขาพบว่าเป็นการยากที่จะสื่อสารสิ่งที่พวกเขาหมายถึงด้วยเสียงของพวกเขาเอง

ภารกิจของพวกเขาอาจฟังดูยิ่งใหญ่ แต่มีคำถามบางข้อเกี่ยวกับแรงจูงใจของ Lyvtyn และ Shevchenko ในช่วงแรกของเส้นทางธุรกิจ เมื่อพบว่าบริการออนไลน์ 2 บริการที่พวกเขาเปิดตัวเพื่อช่วยอาจารย์ตรวจสอบเอกสารของนักเรียนเรื่องการลอกเลียนแบบ (ก่อนที่จะสร้าง MyDropBox) ดูเหมือนจะมีความเกี่ยวเนื่องกับเว็บไซต์ขายเอกสารทางการศึกษาให้กับนักเรียน

พวกเขาบอกกับ The Chronicle of Higher Education ในขณะนั้นว่า ตนได้รับการว่าจ้างให้เขียนโปรแกรมจริง แต่ปฏิเสธถึงความเชื่อมโยงระหว่าง 2 ธุรกิจเราไม่เคยขายเอกสารใดๆ ที่อัปโหลดมายังบริการของเราเลย” Shevchenko กล่าวในปี 2002 ไม่นานหลังจากนั้นเรื่องอื้อฉาวต่างๆ ก็ได้จางหายไปกระทั่ง Lytvyn ย้ายไปสหรัฐอเมริกาและ Shevchenko ย้ายไปแคนาดา เพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทที่ Vanderbilt University และ University of Toronto ตามลำดับ ขณะที่ MyDropBox ก็ถูกเข้าซื้อกิจการโดยบริษัทเทคโนโลยีด้านการศึกษาอย่าง Blackboard

ปัจจุบัน Grammarly มีสำนักงานตั้งอยู่ใน San Francisco, Vancouver และ Kyiv ในยูเครน และได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจาก General Catalyst, IVP, Baillie Gifford, BlackRock และนักลงทุนรายอื่นๆ

แปลและเรียบเรียงจากบทความ Grammarly Founders Become Billionaires From Fixing Your Sloppy Writing เผยแพร่บน Forbes.com โดย ชญาน์นัทช์ ธนินท์พงศ์ภัค 

อ่านเพิ่มเติม: Gemini ระดมทุน 400 ล้านเหรียญ สร้างเมทาเวิร์สนอก Walled Garden ของ Facebook

BACK TO TOP