ทำไม 50 อันดับนักกีฬารายได้สูงสุด ถึงมี “ผู้หญิง” ติดโผเพียงหนึ่งเดียว - Forbes Thailand

ทำไม 50 อันดับนักกีฬารายได้สูงสุด ถึงมี “ผู้หญิง” ติดโผเพียงหนึ่งเดียว

FORBES THAILAND / ADMIN
25 May 2023 | 12:00 PM
READ 1507

Serena Williams มีรายได้สูงถึง 45.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ตลอดระยะ 12 เดือนที่ผ่านมา แต่ทว่านักกีฬาหญิงคนอื่นๆ ยังคงมีรายได้โดยเฉลี่ยจากการแข่งขันที่น้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับเหล่านักกีฬาชายที่แข่งขันกีฬาประเภทเดียวกัน


    ยกตัวอย่างที่เห็นได้ชัด อย่าง Naomi Osaka นักเทนนิสสาวทำสถิติรายได้สูงสุดสำหรับนักกีฬาเพศหญิงด้วยรายได้ราว 60 ล้านเหรียญตลอดระยะเวลา 12 เดือนโดยตัดการคิดคำนวณ ณ วันที่ 1 พฤษภาคม 2021 ซึ่งก็มากพอจะให้เธอกลายเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 12 ในปีนั้น

    ปีถัดมา เธอทำรายได้อยู่ที่ 59.2 ล้านเหรียญ ไกล้เคียงกับสถิติเดิม โดยติดอยู่ในรายชื่ออันดับที่ 19 ของเหล่านักกีฬาที่มีรายได้สูงสุด แต่ทว่าอาการบาดเจ็บทำให้เธอไม่สามารถลงแข่งได้มากนักเมื่อปีที่ผ่านมา กอปรกับการตั้งครรภ์ยิ่งเป็นเหตุผลให้เธอต้องห่างหายจากสนามเทนนิสนานมากขึ้นไปอีก ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้รายได้จากเงินรางวัลของเธอลดลง รายได้จากสปอนเซอร์เองก็เช่นกัน เธอจึงหลุดจาก 50 อันดับนักกีฬารายได้สูงสุดของปีนี้ไปอย่างน่าเสียดาย หลังจากที่เธอมีรายชื่อติดอันดับมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2019


    ด้วยเหตุนี้จึงเหลือสตรีเพียงหนึ่งเดียวในรายชื่อการจัดอันดับประจำปีนี้ นั่นคือ Serena Williams อดีตนักเทนนิสสาวมือวางอันดับ 1 ของโลก ซึ่งเป็นนักกีฬาที่ทำรายได้สูงสุดอันดับที่ 49 ประจำปี 2023 ด้วยตัวเลขราว 45.3 ล้านเหรียญตลอด 12 เดือนก่อนหักภาษีและค่านายหน้า รายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าโฆษณาที่เซ็นสัญญามากกว่า 12 แบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น Nike, Lincoln และ Michelob Ultra

    และที่น่าเสียดายยิ่งกว่านั้นคือ นี่คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ Serena จะมีรายชื่ออยู่ในการจัดอันดับ หลังจากที่เธอเขียนลงในเว็บไซต์ของ Vogue เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2022 ว่าเธอพร้อมวางมือด้วยการแขวนแร็กเก็ตแล้วหันไปทุ่มเทเวลาให้กับครอบครัว ซึ่งในงาน Met Gala เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ก็น่าจะเห็นจากสื่อต่างๆ กันแล้วว่า Serena กำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง

    Serena เป็นขาประจำในการจัดอันดับนักกีฬารายได้สูง โดยเธอมีรายชื่อติด 50 อันดับแรก มากถึงหกครั้งนับตั้งแต่ระยะเวลาเก้าปีที่ผ่านมา โดยเธอสามารถสร้างรายได้รวมมากกว่า 470 ล้านเหรียญตั้งแต่ผันตัวมาเป็นมืออาชีพในปี 1995 และเธอก็อาจจะเหงาบ้างอยู่ไม่น้อย 


    หากมองย้อนกลับไปในปี 2012 เป็นอย่างต่ำ มีนักกีฬาหญิงอีกเพียงสามคนเท่านั้นที่ติดอยู่ในรายชื่อ 50 อันดับแรก ได้แก่ Naomi Osaka, Maria Sharapova และ Li Na ซึ่ง ณ ปัจจุบันชื่อของนักเทนนิสหญิงสองคนหลังได้วางมือลาวงการไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ข้อมูลของปี 2017, 2018 และ 2019 นั้น ไม่มีรายชื่อของนักกีฬาหญิงติด 50 อันดับแรกเลย

    แนวโน้มอันน่าเศร้ายังไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงไปในเร็วๆ นี้ โดยหากลองพิจารณาการจัดอันดับนักกีฬาหญิงรายได้สูงสุดประจำปี 2022 ของ Forbes ในเดือนธันวาคม ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่านอกจาก Williams และ Osaka แล้ว ผู้ทำรายได้สูงสุดเป็นอันดับ 3 คือนักสกีฟรีสไตล์สาวชาวจีน Eileen Gu ด้วยตัวเลขประมาณ 20.1 ล้านเหรียญ ซึ่งน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ 45.2 ล้านเหรียญที่เป็นตัวเลขต่ำสุดในการจัดอันดับ 50 นักกีฬารายได้สูงสุดประจำปี 2023 

    และอันที่จริงเกณฑ์ก็กำลังสูงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการตัดเกณฑ์ในปีนี้สูงกว่า 22.3 ล้านเหรียญเมื่อสิบปีก่อนเกินสองเท่า ณ จุดนี้ นักกีฬาหญิงไม่เคยมีโอกาสนอกสนามแข่งมากเทียบเท่านักกีฬาชายเลย แม้ว่าแนวทางดังกล่าวกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปก็ตาม

    “แบรนด์ต่างๆ เริ่มหันมาเห็นคุณค่าของกีฬาสำหรับเพศหญิงที่นี่เวลานี้แล้วในฐานะตัวขับเคลื่อนธุรกิจของพวกเขา” Cameron Wagner ผู้นำฝั่งตัวแทนธุรกิจแบรนด์ Elevate Sports Venture ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์บอกกับ Forbes เมื่อปี 2022 ที่ผ่านมา

    โดยในปี 2022 นักยิมนาสติกสาว Simone Biles พร้อมด้วยสองยอดนักเทนนิสหญิง Emma Raducanu และ Venus Williams ได้เจริญรอยตาม Serena Williams, Naomi Osaka และ Eileen Gu ในการสร้างรายได้หลักสิบล้านจากค่าโฆษณาสินค้า การออกงาน และกิจกรรมทางธุรกิจอื่นๆ

    ทว่าปัญหาแท้จริงคือค่าตอบแทนที่ได้จากการลงเล่นในสนาม ตั้งแต่เงินเดือนไปจนเงินรางวัล ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากรายได้ในการแข่งขัน บริษัทวิจัยการตลาด Global Research Group ได้รายงานเมื่อปี 2022 ที่ผ่านมาว่า การประเมินมูลค่าสิทธิ์ในการออกอากาศกีฬาสำหรับเพศหญิงทั้งหมดในสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 47.7 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 29% จากปี 2021 

    แต่ยังถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับข้อตกลงสิทธิ์การออกอากาศของช่อง ESPN และ Turner Sports มูลค่ารวมราว 2.66 พันล้านเหรียญซึ่งมาจากการออกกาศการแข่งขันบาสเก็ตบอล NBA ของนักกีฬาชายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

    และแน่นอนว่าการแข่งขัน NBA ก็กำลังคาดหวังที่จะเพิ่มมูลค่าตรงส่วนนี้ขึ้นได้อย่างน้อยสองเท่าในข้อตกลงใหม่ซึ่งจะเริ่มต้นขึ้นในฤดูกาลที่ 2025-26 ความต่างตรงนี้เองที่ช่วยอธิบายสาเหตุได้ว่าทำไมเงินเดือนในการแข่งขัน WNBA ของนักบาสเก็ตบอลหญิงจึงสูงสุดอยู่เพียงประมาณ 230,000 เหรียญ ในขณะที่เงินเดือนของนักบาสเก็ตบอลชายสำหรับการแข่งขัน NBA ต่ำสุดอยู่ที่มากกว่า 900,000 เหรียญ

    รายได้ของนักกีฬาหญิงจะมีความใกล้เคียงกับนักกีฬาชายมากกว่าในรูปแบบการแข่งขันกีฬาแบบเดี่ยว แต่ถึงกระนั้นการแข่งขัน 4 รายการใหญ่ที่สุดอย่าง Grand Slam ที่มีการจ่ายเงินให้นักกีฬาชายหญิงแบบเท่าเทียมกันมาตั้งแต่ปี 2017 ก็ยังมีช่องว่างระหว่างเพศอยู่ ยกตัวอย่างเช่นการแข่งขันเทนนิส Italian Open ในเดือนพฤษภาคม 2023 เงินรางวัลรวมของฝั่งผู้หญิงอยู่ที่ 3.9 ล้านเหรียญ น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของฝั่งชายซึ่งมีเงินรางวัลรวม 8.5 ล้านเหรียญ

    ทั้งนี้ กีฬาสำหรับเพศหญิงก็ยังคงมีแรงขับเคลื่อนอยู่ จากการที่บรรดานักลงทุนหน้าใหม่หลั่งไหลเข้ามาในการแข่งขันฟุตบอลหญิงสหรัฐฯ (National Women’s Soccer League หรือ NWSL) กันเป็นจำนวนมาก และเรทติ้งการออกอากาศการแข่งขันบาสเก็ตบอลหญิงทางโทรทัศน์ก็เพิ่มสูงขึ้น ทาง WBNA จึงได้รับผลประโยชน์มหาศาลจากการเซ็นสัญญาข้อตกลงการออกอากาศกับช่องใหม่ แม้ว่าจะมีข้อตกลงสัญญาออกอากาศกับช่อง ESPN อยู่ก่อนแล้วก็ตาม

    ทาง NWSL เองก็เปิดประมูลสิทธิ์ในการออกอากาศไปเมื่อเดือนมกราคม 2023 ที่ผ่านมาทั้งยังคาดหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนความสนใจที่เพิ่มขึ้นเป็นเงินได้เช่นกัน โดยการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิงในปีนี้จะเป็นตัวแทนการเคลื่อนไหวก้าวสำคัญ เมื่อทางสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ประกาศว่าเงินรางวัลการแข่งขันจะเพิ่มขึ้นเป็น 150 ล้านเหรียญ หรือสิบเท่าจากปี 2015

    อย่างไรก็ตาม เงินจำนวนนี้ก็ยังเป็นเพียงแค่หนึ่งในสามของฟุตบอลโลกชายที่ประเทศกาตาร์เป็นเจ้าภาพในปี 2022 ที่ผ่านมา และตราบจนกว่าช่องว่างนี้จะหายไป นักกีฬาหญิงก็ยังคงต้องเริ่มต้นตามหลังนักกีฬาชายในการแข่งขันเรื่องรายได้



แปลและเรียบเรียงโดย พรรณราย ดวงดีเด่น จากบทความ 
Why Only One Woman Made The Ranks Of The World’s 50 Highest-Paid Athletes 
ซึ่งเผยแพร่บน forbes.com

อ่านเพิ่มเติม: Forbes เผย 10 ไฮไลต์จากรายชื่อ 30 Under 30 Asia ประจำปี 2023


ไม่พลาดบทความและเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ติดตามเราได้ที่เฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine