คำแนะนำจาก Forbes สำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ในช่วงโรคระบาด - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • America
  • World >
  • คำแนะนำจาก Forbes สำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ในช่วงโรคระบาด

คำแนะนำจาก Forbes สำหรับการเข้ามหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ในช่วงโรคระบาด

Forbes Thailand / Admin
26 Mar 2021 | 7:33 am 729

คุณจะทำเอกสารสมัครเข้าเรียนให้น่าสนใจได้อย่างไร ในเมื่อแทบจะเข้าสอบแอดมิชชั่นไม่ได้ โรงเรียนก็เปลี่ยนมาออกเกรดเป็นแบบผ่าน/ไม่ผ่าน ในเทอมฤดูใบไม้ผลิซึ่งเป็นเทอมสำคัญสุดๆ ของเกรด 11 แถมกิจกรรมนอกหลักสูตรกับงานพิเศษช่วงปิดเทอมฤดูร้อนก็ถูกยกเลิกหมดเพราะโควิดเสียอีก

ข่าวดีคือ เจ้าหน้าที่รับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเข้าใจความเจ็บปวดของคุณ และ Forbes ได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านงานรับสมัครนักศึกษาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการรับนักศึกษาจากสถาบัน 12 แห่งที่คัดเลือกนักศึกษา เพื่อเราจะช่วยพานักเรียนข้ามภูเขาหินลูกนี้ไปให้ได้

  • ถ้ายังไม่ได้สอบเข้า ไม่ต้องสอบ Stu Schmill

คณบดีฝ่ายรับนักศึกษาของ MIT ไม่คาดหวังให้นักเรียนต้องยื่นคะแนนสอบ “สิ่งสำคัญที่สุดที่เด็กจะทำได้คือ ดูแลสุขภาพตัวเองและคนรอบข้าง” เขากล่าว “เราจะดูส่วนอื่นในเอกสารสมัครเรียนแทน” ขอให้คุณเข้าไปที่ FairTest.org เพื่อดูรายชื่อสถาบันทั้งที่ใช้คะแนนสอบเป็นทางเลือกและไม่ใช้คะแนนสอบ แล้วตรวจสอบข้อมูลจากเว็บนี้ร่วมกับข้อมูลรับสมัครในหน้าเพจของสถาบันที่คุณอยากเข้า เช่น West Point เพิ่งประกาศให้ผู้สมัครใช้คะแนน PSAT แทน SAT หรือ ACT ได้

  • ใช้บริการทัวร์เสมือนจริงเยี่ยมชมมหาวิทยาลัย

ตอนนี้มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ไม่เปิดให้เยี่ยมชมสถานที่จริง แต่เกือบทุกสถาบันให้เยี่ยมชมออนไลน์ได้ และหลายแห่งก็จัดช่วงเวลาตอบคำถามสดให้ด้วย เช่น Tulane ติดตามข้อมูลการเยี่ยมชมออนไลน์ของนักเรียน และปีนี้เป็นปีแรกที่ Tulane สัมภาษณ์ผู้สมัครผ่านระบบทางไกล

  • จงเล่าเรื่องของคุณ แต่เล่าประสบการณ์

เกี่ยวกับโควิด-19 เฉพาะเรื่องที่สำคัญในปีนี้แบบฟอร์มดิจิทัลของ Common Application ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ยอมรับมีช่องคำถามให้ตอบตามความสมัครใจ ซึ่งให้นักเรียนบรรยายประสบการณ์เกี่ยวกับโรคระบาดครั้งนี้ไม่เกิน 250 คำ แต่ให้คุณเขียนเล่าเฉพาะเมื่อมีเรื่องสำคัญมากจะเล่า “ถ้าพ่อแม่ตกงานหรือมีคนที่รักเสียชีวิตให้เขียนเล่าไป” Jeffrey Selingo ผู้เขียนหนังสือ Who Gets In and Why กล่าว และ Angel B. Pérez ซีอีโอของ NACAC ก็แนะนำให้คุณใช้เวลาเขียนเรียงความให้น่าอ่าน เพราะเมื่อไม่มีคะแนนสอบและข้อมูลอื่นๆ เกี่ยวกับครึ่งหลังของเกรด 11 แล้ว “สิ่งที่จะสำคัญที่สุดก็คือ การเล่าเรื่อง”

  • แสดงถึงสิ่งที่คุณทำในช่วงล็อกดาวน์

นักเรียนบางส่วนไปทำงานอาสาแจกแบบสอบถามช่วงเลือกตั้ง บางส่วนสอนพิเศษออนไลน์ให้เด็กประถม ถ้าโรงเรียนของคุณยกเลิกกิจกรรมนอกหลักสูตรและคุณไม่มีงานพิเศษช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ก็จงเขียนสิ่งที่คุณทำแทน โดยเขียนลงในเรียงความเกี่ยวกับตัวคุณหรือในส่วน “ข้อมูลเพิ่มเติม” ใน Common App

  • ไม่ต้องกังวลเรื่องเกรด

มหาวิทยาลัยรู้ว่าคุณไม่สามารถควบคุมแผนของโรงเรียนในช่วงล็อกดาวน์ได้ ถ้าโรงเรียนเปลี่ยนเป็นออกเกรดแบบผ่าน/ไม่ผ่าน ก็ไม่ต้องเครียด

  • สมัครเนิ่นๆ แต่ต้องดูวันหมดเขตให้ดี

โดยทั่วไปแล้ว คนที่ยื่นใบสมัครในรอบ early decision (ถ้ามหาวิทยาลัยตอบรับในรอบนี้แล้ว เด็กจะต้องทิ้งทางเลือกอื่น) หรือรอบ early action (ถึงตอบรับแล้วก็ยังไม่ต้องทิ้งทางเลือกอื่น) จะมีแต้มต่อดีกว่า แต่เมื่อโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการขอวีซ่านักเรียนและการเดินทาง จึงทำให้การรับสมัครมีความไม่แน่นอนมากขึ้น ผู้มีประสบการณ์ด้านการรับนักศึกษาให้ข้อมูลว่า มหาวิทยาลัยชั้นนำระดับรองๆ ซึ่งมีการคัดเลือกนักศึกษามีแนวโน้มจะรับเด็กเพิ่มตั้งแต่รอบแรกๆ เพื่อให้แน่ใจว่า จะมีเด็กปี 1 เข้าเรียนเต็มจำนวน แม้การขาดข้อมูลที่เป็นประโยชน์เนื่องจากไม่ได้ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยอาจทำให้การผูกมัดตัวเองตั้งแต่รอบแรกเป็นเรื่องน่าวิตกอยู่บ้าง แต่ก็ต้องขอบคุณคำตัดสินของกระทรวงยุติธรรมในปี 2019 ที่ให้คุณไม่ต้องถอนใบสมัครจากที่อื่นแล้วในกรณีที่คุณได้รับคัดเลือกตั้งแต่รอบแรก นอกจากนี้ คุณควรตรวจสอบเรื่องการเลื่อนวันหมดเขตด้วย เพราะบางมหาวิทยาลัยอนุโลมให้นักเรียนที่เดือดร้อนจากปัญหาอย่างไฟไหม้และน้ำท่วมขอยืดวันหมดเขตได้ “ปีนี้กำหนดเวลาหลายอย่างเปลี่ยนไป” Logan Powell จาก Brown University กล่าว ส่วน Princeton พักการรับเด็กแบบ early action เนื่องจากโรคระบาด — S.A.

 

 

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP