การลดภาษี คือยาที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู - Forbes Thailand

การลดภาษี คือยาที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู

FORBES THAILAND / ADMIN
13 Dec 2021 | 08:00 AM
READ 1264

ในขณะที่ทำเนียบขาวและสมาชิกสภาคองเกรสฝั่งเดโมแครตกำาลังพยายามผลักดันร่างกฎหมายขึ้นภาษี ซึ่งจะบ่อนทำลายเศรษฐกิจอเมริกา มีหลายรัฐที่กำลังดำเนินการในทิศทางตรงกันข้ามด้วย "การลดภาษี" ซึ่งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐเหล่านี้รู้ดีว่า การลดภาระภาษีให้กับประชาชนจะทำให้พวกเขามีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีรายได้เพิ่มขึ้น

ซึ่งจะทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรัฐ Arizona, Ohio, Wisconsin, Oklahoma, Nebraska, Iowa และ New Hampshire ต่างก็อนุมัติให้มีการลดอัตราภาษีที่เก็บเข้ารัฐให้ต่ำลง

รัฐ Ohio ลดอัตราภาษีลงอย่างเป็นประวัติการณ์ โดยได้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีรัฐ 4 เปอร์เซ็นต์ จากรายได้ 2 ประเภท ได้แก่ การยกเว้น ภาษีสำหรับเงินได้ 25,000 เหรียญสหรัฐฯ แรกของบุคคลธรรมดาซึ่งหากเทียบกับรัฐอย่าง California บุคคลที่มีเงินได้เท่านั้นเข้าข่ายต้องเสียภาษีรัฐ 4 เปอร์เซ็นต์ แล้ว

นอกจากนี้ รัฐ Ohio ยังอนุญาตให้คนที่ทำงานจากที่ยบ้านไม่ต้องเสียภาษีให้กับเมืองซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานที่ทำงานที่พวกเขาไม่ได้เดินทางเข้าไปทำงานด้วย

ที่น่าประทับใจเป็นพิเศษคือ Doug Ducey ผู้ว่าการรัฐ Arizona ที่ต้องผจญกับเสียงคัดค้านจากนักการเมืองฝั่งเดโมแครต และความลังเลของพรรครีพับลิกัน ซึ่งหลังจากที่ต้องฟาดฟันอย่างหนัก

เขาก็สามารถผลักดันจนสามารถผ่านร่างกฎหมายให้จัดเก็บภาษีในอัตราคงที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเงินได้บุคคลธรรมดาส่วนที่ไม่เกิน 250,000 เหรียญ และเก็บที่อัตรา 4.5 เปอร์เซ็นต์ สำหรับเงินได้ส่วนที่เกินกว่านั้นได้สำเร็จ

ทางด้านของรัฐ New Hampshire ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของการไม่เก็บภาษีเงินได้เข้ารัฐ (และไม่เก็บภาษีการขายด้วย) แต่มีการเก็บเงินเข้ารัฐจากรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล 5 เปอร์เซ็นต์ ก็ได้ประกาศยกเลิกการเก็บภาษีดังกล่าวไปแล้ว

ทั้งนี้ไม่ได้มีแต่รัฐที่ผู้ว่าการมาจากฝั่งรีพับลิกันเท่านั้นที่ลดอัตราภาษีที่เก็บเข้ารัฐลง แม้แต่รัฐอย่าง Wisconsin ก็ยังปรับลดอัตราภาษีลงอย่างเป็นประวัติการณ์ แม้ว่าผู้ว่าการรัฐซึ่งมาจากฝั่งเดโมแครตจะต้องการให้มีการปรับขึ้นภาษีก็ตาม

หรือในกรณีของรัฐ Louisiana ซึ่งผู้ว่าการรัฐมาจากพรรคเดโมแครตก็มีการลดภาษีลงเช่นกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกรัฐจะยินดีช่วยลดภาระของผู้เสียภาษีไปหมด ยกตัวอย่างเช่น New York ซึ่งเป็นรัฐที่บริหารจัดการผิดพลาดมาโดยตลอด ก็ได้ปรับขึ้นภาษีอีกแม้ว่าจะสามารถจัดเก็บรายได้ได้สูงกว่าที่คาดไว้อยู่แล้ว และยังจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ อีกนับพันล้านเหรียญ

หรือ California ซึ่งยังมีเงินสดส่วนเกินสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญก็ยังปฏิเสธที่จะปรับลดอัตราภาษีสูงลิบลิ่วที่จัดเก็บอยู่ให้ต่ำลงความจริงก็คือ รัฐและประเทศที่เก็บภาษีในอัตราต่ำมักจะอยู่ในสถานะที่ดีกว่ารัฐและประเทศที่เก็บภาษีในอัตราสูง

บทความโดย

Steve Forbes

Editor-in-Chief แห่ง Forbes


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2564 ในรูปแบบ e-magazine