เอกรินทร์ พินิจ MALEE ปลุกพลังชิงแบรนด์โลก

เอกรินทร์ พินิจ MALEE ปลุกพลังชิงแบรนด์โลก

บริบทใหม่ของธุรกิจน้ำผลไม้และผลไม้กระป๋องที่ครองใจผู้บริโภคยาวนานกว่า 47 ปี เดินเกมรุกผสานความเชี่ยวชาญการคัดสรรวัตถุดิบและนวัตกรรมทรานส์ฟอร์มองค์กร ส่งมอบสุขภาวะด้านสุขภาพและความสุข เปิดทางสร้างชื่อ Global Wellbeing Company


    การต่อยอดความชำนาญการคัดเลือกวัตถุดิบการผลิตจากผลไม้กระป๋องถึงน้ำผลไม้ที่สามารถครองตลาดน้ำผลไม้พรีเมียมพร้อมดื่มในประเทศและส่งออกกว่า 30 ประเทศทั่วโลก พร้อมเพิ่มผลิตภัณฑ์สู่ธุรกิจเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ด้วยความเชื่อมั่นในพลังธรรมชาติจากพืชและนม รวมถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางวิทยาศาสตร์ในการส่งมอบสุขภาวะที่ดีทั้งสุขภาพและความสุขที่มากขึ้น (healthier & happier) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมอย่างยั่งยืน

    ขณะเดียวกันยังเล็งเห็นโอกาสความเปลี่ยนแปลงเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรครั้งใหญ่ ด้วยการยกระดับแบรนด์เป็น Wellness Lifestyle Brand ระดับภูมิภาค ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก ด้วยเป้าหมาย Global Wellbeing Company อย่างเต็มรูปแบบในปี 2571 พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ Beyond Fruit to Global Wellbeing ภายใต้การนำของ เอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE

    “งานแรกของเราเป็น Account Executive บริษัทโฆษณาดูเรื่องการทำแคมเปญให้กลุ่มห้างท้องถิ่นประมาณปีครึ่ง และย้ายไปอยู่ P&G เริ่มจากพนักงานขายดูแลลูกค้าซูเปอร์มาร์เก็ตในกรุงเทพฯ และเป็นพนักงานขาย 7-11 สาขาแรกในไทยเรียกว่า Key Account Executive ดูแลงานขาย 9 เดือนก็ย้ายมาทำงานในออฟฟิศดูโปรเจกต์เกี่ยวกับนโยบายพนักงานขายและได้รับโปรโมตเป็นผู้จัดการทีมเซลส์ในกรุงเทพฯ หลังจากนั้นจึงขยับไปดูแลศูนย์กระจายสินค้าภาคเหนือตอนบน และย้ายกลับมาดูในส่วน trade marketing และดูแล sales training จนอายุงานครบ 5 ปีก็ขึ้นเป็นผู้จัดการภาคและไปเรียนรู้งานกับ Tesco กับอังกฤษ 1 ปี ซึ่งทำงานกับทีมสมาชิกหลายประเทศเป็น multi-functional team และกลับมาดูแลทีมไทย ก่อนจะได้รับโปรเจกต์ Clairol ที่เข้ามาในพอร์ต P&G และได้โปรโมตดูทีม distributor ทั้งหมดในประเทศรวมอยู่ P&G 13 ปี”

    CEO วัย 59 ปี กล่าวถึงการสั่งสมความรู้นอกตำราหลังสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีบริหารธุรกิจ (โฆษณา) คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง โดยเริ่มต้นทำงานด้านการประสานงานขายกลุ่มลูกค้าห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นหลายจังหวัด ซึ่งช่วยให้เข้าใจด้านโฆษณาประชาสัมพันธ์และการตลาด โดยยังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทำงานหลากหลายกับบริษัท พรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล หรือ P&G ในปี 2533 เป็นเวลากว่า 13 ปี และผู้อำนวยการฝ่ายขายที่ SC Johnson หรือ SCJ ในปี 2546

    ขณะเดียวกันเอกรินทร์ยังมีความเชี่ยวชาญในสินค้าแฟชั่นไลฟ์สไตล์จากการทำงานเป็นผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2549 และความเข้าใจผู้บริโภคต่างประเทศในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาลูกค้า ได้แก่ ไทย เมียนมา กัมพูชา ลาว ของบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน คอนซูเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ช่วงปี 2552 และผู้อำนวยการแชนแนลโรงพยาบาล (ประเทศไทย) บริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (แชนแนลโรงพยาบาล) ก่อนจะตัดสินใจเข้าสู่ธุรกิจเครื่องดื่มเป็นผู้อำนวยการฝ่ายการค้า (ประเทศไทย) บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) ในปี 2558 โดยร่วมงานกับบริษัท มาลีกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เมื่อปี 2564

    “หลังจากอยู่ SCJ ประมาณ 3 ปีช่วงกำลังขยายธุรกิจและซื้อไบกอนเข้ามา โดยเราได้ทำงานปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร รูปแบบการขายต่างๆ ให้บริษัทกำไรมากขึ้น และใช้เงินมีประสิทธิภาพขึ้น จนถึงจุดหนึ่งก็ต้องการหาประสบการณ์ใหม่ๆ เพราะอยู่กับธุรกิจ FMCG มานานจึงย้ายไปอยู่ Adidas ซึ่งได้เรียนรู้เรื่อง retail management และ lifestyle management โดยยังย้ายไปอยู่ Johnson & Johnson อีก 6 ปี ทำโปรเจกต์รวม 3 กลุ่มธุรกิจ ยา เครื่องมือแพทย์ สินค้าคอนซูเมอร์เป็น One J&J และคุมทีมที่ดูแลสินค้าติดต่อกับโรงพยาบาล รวมถึงเรายังมีประสบการณ์ดีลกับร้านอาหารและเครื่องดื่ม ช่องทาง food service ช่องทาง catering จากการทำงานที่ Diageo Moet Hennessy ประมาณ 5 ปีครึ่งก็ออกมาเป็นประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายธุรกิจไทยและต่างประเทศของสยามเฮลท์กรุ๊ปและย้ายมาอยู่มาลีกรุ๊ป”


ผนึกกำลัง One Malee

    ผลงานการมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจอย่างต่อเนื่องจากตำแหน่งรองประธานอาวุโสฝ่ายขายที่มีความเข้าใจเชิงลึกในตลาดและวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงตั้งแต่การวางนโยบาย สร้างยอดขาย และผลกำไรของบริษัทได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ส่งผลให้ได้รับความเชื่อมั่นและไว้วางใจแต่งตั้งเป็น CEO อย่างเป็นทางการในวันที่ 14 พฤษภาคม ปี 2568 พร้อมนำทัพสู่ Top Healthy Brand of Choice ในประเทศไทย รวมถึงผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพระดับโลก

    “มาลีกรุ๊ปมีธุรกิจรับจ้างผลิตคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 60% และแบรนด์ของบริษัท 40% ซึ่งเราเริ่มดูในส่วนของเซลส์ brand business ในประเทศและต่างประเทศ โดยช่วงที่เข้ามาเราปรับปรุงเรื่องรูปแบบการขาย การต่อรองกับลูกค้า การจัดการพอร์ตโฟลิโอ ซึ่งช่วยให้ยอดขายเติบโต ส่วนแบ่งตลาด การใช้เงินให้คุ้มค่า และปรับความสามารถของทีมงาน โดยเฉพาะการวางโครงสร้างและเพิ่มทักษะต่างๆ รวมถึงการเปลี่ยน mindset ทีมงานใหม่ให้มองว่า ถ้าเรามองตัวเองเล็กเราก็เล็ก ขณะที่วันนั้นเราเป็นสินค้าเบอร์ต้นๆ ของตลาดที่ร้านค้าขาดเราไม่ได้ เมื่อ mindset เปลี่ยน วิธีการต่อรองและการเจรจาก็เปลี่ยนไป ซึ่งเรายังพยายามทำงานกับลูกค้าแบบพาร์ตเนอร์ในรูปแบบที่กล้าปฏิเสธเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด และไม่ใช่ซื้อมาขายไปจบ แต่มาลีมีข้อมูลเชิงลึกแชร์ให้ลูกค้า และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลด้วย ทำให้ภาพรวมธุรกิจดีขึ้นและการใช้เงินมีประสิทธิภาพขึ้น”

    สำหรับในปัจจุบันบริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ 2 ธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจตราสินค้า (brand business) ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing หรือ CMG) โดยธุรกิจแบรนด์ของบริษัทแบ่งเป็นกลุ่มเครื่องดื่ม เช่น น้ำผลไม้และน้ำผักแบรนด์มาลี (Malee) น้ำผลไม้แบรนด์มาลี ทรอปิคอล (Malee Tropical) และมาลี ฟูดส์ เซอร์วิส (Malee Foods Service ) น้ำมะพร้าวแบรนด์มาลีโคโค่ (Malee COCO) น้ำผักผสมผลไม้และใยอาหารสูงแบรนด์มาลีโฮมสไตล์ (Malee Homestyle) นมโคสดบรรจุกล่องและขวดพาสเจอร์ไรส์แบรนด์ฟาร์มโชคชัย น้ำนมข้าวโพดแบรนด์มาลี ไอคอร์น (Malee i-Corn) น้ำดื่มบรรจุกล่อง UHT แบรนด์ good water

    นอกจากนั้น บริษัทยังมีธุรกิจแปรรูปผลไม้ ได้แก่ ผลไม้ฤดูกาลบรรจุกระป๋อง เช่น เงาะ เงาะสอดไส้สับปะรด ลิ้นจี่ ลำไย แห้ว ลูกตาล มะม่วง เป็นต้น ข้าวโพดหวานบรรจุกระป๋อง สับปะรดบรรจุกระป๋อง และผลไม้รวมบรรจุกระป๋องแบรนด์มาลี แบรนด์เฟิร์สช้อยส์ แบรนด์ชาวสวน และแบรนด์มาลี ฟูดส์ เซอร์วิส ซึ่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านช่องทางการจัดจำหน่าย

    ขณะที่ธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์ตามสัญญาและรับจ้างผลิตของบริษัทแบ่งเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่ เต็มรูปแบบ (full service) บริษัทคิดค้นพัฒนาสูตร จัดหาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ผลิตสินค้าตามแผนของลูกค้า และส่งมอบสินค้าให้ในจุดที่ตกลงกัน กับบริการบางส่วน (partial service) ทางลูกค้าจะเป็นผู้จัดหาสูตรของผลิตภัณฑ์นั้นๆ โดยจะส่งวัตถุดิบทั้งหมดหรือบางส่วน รวมถึงบรรจุภัณฑ์ให้บริษัทผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้าและดำเนินการส่งมอบสินค้า

    “เวลาพูดถึงมาลีจะนึกถึงน้ำผลไม้และผลไม้กระป๋อง ด้วยความชำนาญเรื่องพืชผักผลไม้ที่มีส่วนผสมช่วยเสริมสร้างสุขภาพของเราเป็นจุดเด่นที่สร้างความแตกต่างในธุรกิจ brand business ส่วนธุรกิจรับจ้างผลิตเราคิดว่าคุณภาพ ประสิทธิภาพ และ partnership เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งเราเน้นย้ำกับทีมงานเรื่องคุณภาพต้องมาเป็นอันดับแรก โดยการตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางและกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐานระดับโลก เช่น GMP, HALAL, MUI ซึ่งเรายังเน้นการจัดการต้นทุนให้สามารถแข่งขันได้ และ innovation ผ่านบริษัท MAS ที่ก่อตั้งมา 7-8 ปีแล้วในการสร้างนวัตกรรมเป็นส่วนผสมสินค้าเสริมสร้างสุขภาพผู้บริโภค รวมถึงหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของเราคือ การสร้าง One Malee ผนึกกำลังทีมมาลีกรุ๊ปให้ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน”

    เอกรินทร์ย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างวัฒนธรรมองค์กร One Malee ซึ่งหลอมรวมพลังทุกคนในองค์กรเป็นหนึ่งเดียว ทั้งบริษัท ทีม และเป้าหมาย เพื่อขับเคลื่อนพันธกิจเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับ wellbeing ครอบคลุมด้านพัฒนานวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการทำตลาด ด้วยการปรับพอร์ตผลิตภัณฑ์ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรและกำไร พร้อมเป้าหมายอัตราเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ 10-15% ในปี 2569-2571

    สำหรับแผนการดำเนินงานสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจตราสินค้ามุ่งเน้นการปรับภาพลักษณ์แบรนด์สู่การเป็นผู้นำด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ส่งมอบสุขภาวะที่ดี ซึ่งปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ทั้งน้ำผลไม้ น้ำผัก ผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวมาลีโคโค ผลไม้กระป๋องมาลี และผลิตภัณฑ์นมตราฟาร์มโชคชัย พร้อมเดินหน้าวางแผนจะพัฒนาสินค้าใหม่ออกสู่ตลาด 2-3 รายการต่อปีเพื่อตอบสนองเทรนด์สุขภาพ

    ขณะเดียวกันบริษัทมีหน่วยงานวิจัยและพัฒนานวัตกรรม Malee Applied Science (MAS) ซึ่งเน้นผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพิ่มสูงในด้านอาหาร อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม ด้วยความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีที่หลากหลายทั้ง AgriTech, Food Tech, Nano Tech, Bio Tech คิดค้นส่วนผสมที่มีคุณประโยชน์เพิ่มสูงขึ้นและพัฒนานวัตกรรมใหม่ที่สอดคล้องกับแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมและเชิงป้องกันมากขึ้น โดยต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ที่เน้นสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีในปี 2569

    “วันนี้เราเริ่มจากสินค้า refreshing และ snacking อย่างน้ำผลไม้และผลไม้กระป๋อง ซึ่งแผนเราต้องการเพิ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพมากขึ้นประมาณปีละ 2-3 รายการ โดย MAS จะมี 2 บทบาท คือ การขายส่วนผสมให้บริษัทคอสเมติกและอาหารเสริม ขณะเดียวกันก็สร้างนวัตกรรมที่เป็นส่วนผสมของมาลี เช่น Malee COCO LIPOSOS และ Malee Power Plant ช่วยผู้บริโภคให้มีสุขภาพดี ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การมีชีวิตยืนยาว longevity รวมถึงเราจะออกสินค้าที่ตอบโจทย์กับผู้บริโภคแต่ละกลุ่มและแต่ละประเทศที่มีความต้องการต่างกัน เราเข้าใจ insight และ local consumer need ของประเทศต่างๆ”

    นอกจากนั้น บริษัทยังให้ความสำคัญกับการยกระดับศักยภาพธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิตให้พร้อมรองรับแผนขยายพอร์ตโฟลิโอสู่การเป็นผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิตไปในสินค้าที่ครบวงจรและหลากหลาย เช่น เครื่องดื่มน้ำมะพร้าว นมจากพืช (plant-based milk) ผลิตภัณฑ์ที่นำนมวัวเป็นวัตถุดิบหลักไปแปรรูป (dairy milk) ชาและกาแฟ รวมถึงการสร้างความมั่นคงกับพันธมิตรหลักและสนับสนุนโซลูชันที่ยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการร่วมสร้างคุณค่า เพื่อขยายฐานลูกค้าใหม่เพิ่มโอกาสทางการตลาดและเป็นพันธมิตรที่ลูกค้าเลือกเป็นอันดับแรก

    “ใน 3 ปีเราต้องการให้แบรนด์เรามีสัดส่วนเพิ่มเป็น 55-60% เพราะการเติบโตจากแบรนด์ตัวเองยั่งยืนกว่า แต่เราก็ยังคงให้ความสำคัญกับการรับจ้างผลิต เพียงแค่ฝั่งแบรนด์บริษัทจะเติบโตเร็วกว่าจากการรุกตลาดต่างประเทศ ซึ่งเดิมเราครอบคลุมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว แต่เราต้องการขยายตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะจีนที่เราส่งสัญญาณว่า เราต้องการเติบโตในจีนมากขึ้น รวมถึงเกาหลีที่มาลีเป็นน้ำมะพร้าวเบอร์ 1 อยู่แล้ว และอินโดนีเซียที่มีประชากรจำนวนมาก โดยอีกตลาดที่เรามองคือ ตะวันออกกลางเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และพฤติกรรมผู้บริโภคสอดคล้องกับพอร์ตสินค้าเราทั้งน้ำผลไม้ น้ำผัก น้ำมะพร้าว ซึ่งเรายังสนใจตลาดเวียดนามจากจำนวนประชากรและ GDP เติบโตโดดเด่นเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาคเดียวกัน”


รุกขยายตลาดต่างแดน

    ภายใต้ความมุ่งมั่นขยายอาณาจักรธุรกิจในต่างประเทศ เอกรินทร์เดินหน้าสร้างการเติบโตในธุรกิจตราสินค้าด้วยการใช้นวัตกรรมเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคในแต่ละประเทศ โดยรุกตลาดใหม่และเจาะตลาดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ จีน ตะวันออกกลาง อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้ รวมถึงสร้างความแข็งแกร่งในตลาดเดิมผ่านการทำกิจกรรมส่งเสริมการขายและการตลาดอย่างต่อเนื่อง

    ส่วนธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์และรับจ้างผลิต (CMG) บริษัทจะสร้างการเติบโตจากลูกค้าปัจจุบันรายใหญ่ และสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจชั้นนำระดับโลก รวมถึงสนับสนุนพันธมิตรทางธุรกิจด้วยโซลูชันที่ยั่งยืน โดยวางเป้าหมายการก้าวสู่ Global Wellbeing Company ด้วยการเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับภูมิภาคในปี 2571

    “สินค้าไทยในการตลาดต่างประเทศมีความโดดเด่นเรื่อง tropical fruit เราใช้ชื่อเสียงจากประเทศไทยเรื่องน้ำผลไม้ และมาลียังมี MAS เป็นข้อได้เปรียบในการสร้างส่วนผสมที่ตอบโจทย์สุขภาพผู้บริโภค อย่างน้ำผักเราเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์เดียวที่ติดอันดับ 1 ใน 10 ที่ได้รับ Innovation Award โดยเรายังมีช่องทางการจำหน่ายครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเราทำงานร่วมกับ distributor มากกว่าการซื้อมาขายไป เช่น พอร์ตไหนควรนำเข้าไปขาย และปริมาณการซื้อที่เหมาะสม เพราะสินค้าส่วนใหญ่ของเรามีอายุ 1 ปี และเราต้องการให้สินค้าสดใหม่เสมอ โดยยังช่วยวางแผนการกระจายสินค้า การจัดโปรโมชั่น การตั้งราคา”

    นอกจากนั้น เอกรินทร์ยังให้ความสำคัญกับการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ Malee และ Malee COCO ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมการตลาดที่หลากหลาย เช่น การจัดอีเวนต์ และการสื่อสารเชิงนวัตกรรม และขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งกลุ่มฟู้เซอร์วิสและออนไลน์ รวมถึงการเปิดตัว Zhang Linghe (จางหลิงเฮ่อ) นักแสดงชื่อดังของจีนเป็น APAC Brand Ambassador แบรนด์แอมบาสเดอร์ระดับภูมิภาคคนแรก ซึ่งช่วยยกระดับภาพลักษณ์และขยายฐานผู้บริโภคในตลาดเอเชีย-แปซิฟิก



    ขณะเดียวกันยังดำเนินกลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพด้วยการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อบริหารต้นทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และบริหารจัดการซัพพลายเชนผ่านการจัดหาวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์หลายราย เพื่อเปรียบเทียบทั้งในด้านคุณภาพและราคาที่ดีที่สุด รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในระบบ และปรับปรุงไลน์การผลิตให้มีประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยี IoT เข้ามาใช้จัดการเครื่องจักรแบบเรียลไทม์ และการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ช่วยบริหารจัดการต้นทุนได้

    “เราเน้นที่น้ำผลไม้ โดยน้ำมะพร้าวเป็นหัวหอก และน้ำผักเป็นสินค้าหลักในการลุยตลาด ซึ่งยังไม่รวมผลิตภัณฑ์ใหม่ใน pipeline ของเรา รวมถึงเรายังทำตลาดผลไม้กระป๋องอยู่เหมือนเป็น legacy สืบทอดความชำนาญการคัดเลือกวัตถุดิบ และส่งออกในหลายประเทศ โดยกำลังการผลิตปัจจุบันสามารถรองรับการเติบโตในอนาคตได้ แต่เรามองการลงทุนเพิ่มในการสร้าง productivity เช่น การใช้ AI และ Data พร้อมให้ความสำคัญกับช่องทางออนไลน์ที่เป็นเทรนด์ทั่วโลก อย่างน้ำมะพร้าวของเราขายดีที่สุดใน Coupang ของเกาหลี หรือจีนมี Zhanh Linghe โปรโมตทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งเรายังเน้นกลยุทธ์ Food Service ด้วยการสร้างทีมที่แข็งแรงขึ้นและทำงานร่วมกับลูกค้าในการสร้างสรรค์รสชาติหรือเมนู เพื่อเป็น partnership กัน”

    เอกรินทร์ปิดท้ายถึงพันธกิจของบริษัทในการสร้างคุณค่าร่วมกันอย่างยั่งยืน และส่งมอบความสมดุลแห่งชีวิตที่ดีให้ผู้บริโภค ด้วยความเชื่อมั่นในความสุขและสุขภาวะที่ดีต้องเกิดกับทุกภาคส่วน พร้อมให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคลจำนวนรวมกว่า 2,000 คนร่วมขับเคลื่อนสร้างการเติบโต ภายใต้แนวคิด One Malee และวัฒนธรรมองค์กร TOP ประกอบด้วย Team-up to win Commercially และ Ownership Mindset รวมถึง Purposeful Leadership

    “มาลีกรุ๊ปเริ่มทรานส์ฟอร์มตัวเองเกือบ 10 ปีแล้วทั้งการเปลี่ยนภาพลักษณ์ โลโก้ แพ็กเกจต่างๆ จากนี้ไปเราต้องการทรานส์ฟอร์มธุรกิจเป็น Global Wellbeing ด้วยการมีสินค้าในประเทศต่างๆ มากขึ้น ซึ่งเรามองว่าคนเป็นทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของมาลี และ One Malee เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ทุกคนเป็นน้ำหนึ่งในเดียวกันภายใต้วัฒนธรรมองค์กร TOP ได้แก่ ทีมเวิร์ก การตัดสินใจเหมือนเป็นเจ้าของบริษัท และเป้าหมายชัดเจน โดยเราสร้าง TOP ผ่านกิจกรรมและแคมเปญขับเคลื่อนทั้งเชิง mindset และการ training ทำให้ความสามารถองค์กรเพิ่มขึ้นและทุกคนอยู่อย่างมีความสุขในเป้าหมายเดียวกัน”




ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์



เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล พลิกมิติทองหล่อ Pet Hospital

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมกราคม 2569 ในรูปแบบ e-magazine