PRINCIPAL กับมิติใหม่ของการจัดการ บำเหน็จบำนาญเพื่อ วัยเกษียณ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

SPONSORED CONTENT

PRINCIPAL กับมิติใหม่ของการจัดการ บำเหน็จบำนาญเพื่อ วัยเกษียณ

Forbes Thailand

ประเทศไทยและประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเผชิญกับภาวะ      “คลื่นสึนามิของประชากรผู้สูงอายุ” ที่กำลังเพิ่มจำนวนและกลายเป็นแรงกดดันเรื่อง          การประกันสังคม และการเก็บออมเป็นปัญหาใหญ่ของชนชั้นกลาง

“เมื่อประเทศต้องรับมือกับประชากรสูงวัยที่เพิ่มจำนวนขึ้นก่อนที่ประเทศจะร่ำรวย คุณต้องวางแผน      การลงทุนให้ดีและควรมีความเข้าใจว่าจะใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่อย่างไร ตอบได้ยากมากว่า เราจำเป็นต้องใช้เงินในวัยเกษียณมากน้อยแค่ไหน” Luis Valdés ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Principal International หนึ่งในบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกล่าว

Principal International คือองค์กรด้านการเงินภายใต้ Principal Financial Group ที่อายุเก่าแก่กว่า    140 ปี มีสำนักงานตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา และมีพนักงานกว่า 16,000 คนทั่วโลกใน 120 ประเทศ รวมทั้งประเทศไทย บริหารจัดการทรัพย์สินมากถึง 6.96 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดการณ์กันว่าสินทรัพย์ที่บริษัทบริหารการลงทุนจะเติบโตถึงกว่า 1 ล้านล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐ ภายในสิ้นสุดไตรมาสที่ 3      Principal ทำงานร่วมกับรัฐบาล สถาบันการเงินระดับโลกอย่างธนาคารโลก (World Bank) องค์การ      เพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-operation and Development หรือ OECD) และทำงานโดยตรงกับลูกค้า เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของ “ความรับผิดชอบ ทางการเงินส่วนบุคคล”

Luis Valdés ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Principal International

Valdés กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทมุ่งให้ความสำคัญกับการจัดการสินทรัพย์ประเภทบำเหน็จ บำนาญ      การออมระยะยาวเพื่อการลงทุนระยะยาว มีทรัพย์สินภายใต้การจัดการของ Principal International    มากถึง 3.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ มีการเติบโตอย่างรวดเร็วในต่างประเทศตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี    และมีกระแสเงินสดบริหารอย่างต่อเนื่องตลอด 43 ไตรมาส เมื่อเร็วๆ นี้ Principal ประกาศเข้าซื้อ    กิจการร่วมทุนกับกลุ่มซีไอเอ็มบีของมาเลเซีย และมีการเพิ่มทุนเพื่อจัดการสินทรัพย์ CIMB Principal    เป็นสัดส่วน 60% ต่อ 40% ต่อมาเปลี่ยนชื่อบริษัทร่วมทุนเป็น Principal Asset Management          เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

Valdés กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้ Principal แตกต่างจากบริษัทจัดการสินทรัพย์อื่นๆ คือการลงทุนระยะยาว  และการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่ๆ ที่จะช่วยปรับปรุงการเงินอย่างเต็มรูปแบบและเชื่อมต่อกับลูกค้า “งานที่ท้าทายสำหรับเราในวันนี้ คือจะทำอย่างไรที่จะให้คำแนะนำกับลูกค้าในยุคโลกดิจิทัล เราจะให้คำแนะนำพอร์ตการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ”

“หากคุณมีเหตุการณ์สำคัญใดเกิดขึ้นในช่วงชีวิต และต้องการสภาพคล่องในพอร์ตลงทุน เราก็สามารถจัดการให้ได้ เพียงแค่คุณมีสมาร์ทโฟน สิ่งเหล่านี้เป็นความสำคัญระดับก้าวกระโดดของการออมเงิน    ระยะยาว และการจัดการบำเหน็จบำนาญรายบุคคล ที่จะมีประโยชน์กับคนชั้นกลางอย่างมาก”

และนี่คืออนาคตและมิติใหม่ของการบริการทางการจัดการสินทรัพย์เพื่อการลงทุน ที่ให้คำแนะนำกับคุณ  ในทุกช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญของชีวิตไม่ว่าจะเป็นวัยเกษียณ หรือในความเปลี่ยนแปลงที่มี          ความจำเป็นกับครอบครัว Valdés กล่าว

BACK TO TOP