“Prime Cars Rental” ไต่ระดับความแรงสู่เบอร์ 1 ธุรกิจให้เช่าซูเปอร์คาร์สุดหรูไทย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Motoring
  • Sponsored Content >
  • “Prime Cars Rental” ไต่ระดับความแรงสู่เบอร์ 1 ธุรกิจให้เช่าซูเปอร์คาร์สุดหรูไทย
SPONSORED CONTENT

“Prime Cars Rental” ไต่ระดับความแรงสู่เบอร์ 1 ธุรกิจให้เช่าซูเปอร์คาร์สุดหรูไทย

หลายคนอาจได้ยินโมเดล Sharing Economy ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถใช้ทรัพยากรต่างๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของ แต่ใช้วิธีการ “เช่าใช้” แทนได้แทบทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่สินค้าแบรนด์เนมไปจนถึงรถหรู อย่างซูเปอร์คาร์ ที่บางคนอาจมองว่า ไม่ใช่ของที่จะมาปล่อยให้เช่าใช้กันง่ายๆ แต่ไอเดียธุรกิจนี้เป็นจริงแล้วในไทย แถมยังได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี

ซึ่งผู้ที่อยู่เบื้องหลังคนสำคัญ คือ แพร์-ภิญญดา กิจวณิชกุล ประธานกรรมการบริหาร Prime Cars Rental ซึ่งเธอได้ร่วมกับสามี อาม-เสฏฐวุฒิ หิรัญกสิ ก่อตั้งธุรกิจให้เช่ารถหรู ที่เชื่อว่าไม่เพียงตอบโจทย์เทรนด์โลก แต่ยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักลงทุนและเจ้าของธุรกิจที่มองการณ์ไกลได้อย่างไร้ที่ติ

ที่น่าสนใจ คือ ทั้งคู่ใช้เวลาเพียง 6 ปี ก็สามารถนำพาธุรกิจให้เช่าซูเปอร์คาร์สุดหรูทะยานสู่อันดับ 1 ของประเทศไทยได้อย่างสง่างาม

เบื้องหลังไอเดียธุรกิจที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะมีใครลุกขึ้นมาทำนี้มีที่มาอย่างไร อะไรคือเคล็ดลับ ความสำเร็จที่ทำให้ Prime Cars Rental เติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารหญิงเก่งพร้อมแล้วที่จะเฉลยทุกคำถาม

แพร์-ภิญญดา กิจวณิชกุล

จากแพชชั่นสู่ธุรกิจดาวรุ่ง

ย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของ Prime Cars Rental มาจากแพสชั่นและวิสัยทัศน์ของสองผู้ก่อตั้ง เริ่มจากฝ่ายชายมีความชื่นชอบรถยนต์มาตั้งแต่วัยเด็ก จนกลายเป็นคนที่ชอบสะสมรถยนต์ และมีไอเดียอยากจะส่งต่อประสบการณ์ดีๆ ให้กับคนที่ชอบรถเหมือนกัน ขณะที่แพร์เองมองว่า หนึ่งใน Pain Point ของคนยุคนี้ คือ อยากครอบครองรถหรู แต่รู้สึกว่าราคาสูงเกินเอื้อม กับอีกกลุ่ม คือ เป็นกลุ่มลูกค้าที่คำนึงถึงความคุ้มค่าในการใช้จ่ายมากขึ้น และมองว่าแทนที่จะครอบครองรถหรู ซึ่งตามมาด้วยภาระค่าใช้จ่าย ค่าบำรุงรักษาที่สูงกว่ารถทั่วไป และยังมีค่าเสื่อมราคาที่ค่อนข้างสูง จึงต้องการทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า การเช่ารถหรู

“เราเริ่มต้นธุรกิจเมื่อ 6 ปีก่อนจากแพสชั่นส่วนตัวล้วนๆ ไม่ได้มีต้นแบบหรือความรู้ในธุรกิจนี้เลย แต่เราสนใจโมเดล Sharing Economy อยู่แล้ว เลยพยายามศึกษา แต่ตอนนั้นยังไม่ค่อยมีใครทำธุรกิจให้เช่ารถหรูเท่าไร จำได้เลยว่าตอนแรกที่เราคิดจะทำ มีเสียงคัดค้านมากมาย ว่าเป็นไปไม่ได้หรอก แถมการเอาซูเปอร์คาร์ที่มีมูลค่าหลายล้านบาทมาให้เช่ายังเป็นไอเดียที่ค่อนข้างเสี่ยง เชื่อมั้ยว่า ตอนที่เราตัดสินใจเอารถคันแรก คือ Mini Cooper S R56 มาให้เช่า เรายังไม่รู้เลยว่า ต้องติดตั้งระบบติดตามรถ คิดว่าแค่ทำสัญญาเช่าก็พอ ซึ่งสัญญาที่ว่าเราก็ร่างกันเอง พอทำไปเรื่อยๆ ถึงค่อยๆ เรียนรู้”

ถามว่า ภาพรวมของตลาดให้เช่ารถหรูตอนที่เริ่มกับวันนี้ต่างกันแค่ไหน แพร์ฉายภาพให้เห็นว่า “ต่างกัน พอสมควร ที่เห็นได้ชัด คือ ลูกค้ายุคนี้มีความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจเช่ารถหรูมากขึ้น ว่าจริงๆ แล้วไม่ได้มีแต่รถทั่วไปเพียงอย่างเดียวที่เช่าได้ แต่ถ้าอยากเปิดประสบการณ์ขับรถหรูก็เช่าได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นซูเปอร์คาร์ หรือรถในกลุ่ม Dream Car ที่มีราคาแพง เช่น รถสปอร์ตเปิดประทุนหรือรถยนต์สมรรถนะสูง”

ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ตลาด หนึ่งในจุดเด่นของ Prime Cars Rental จึงไม่ใช่แค่หารถหรูมาปล่อยให้เช่าใช้ แต่ยังชูความแตกต่างจากผู้ให้บริการรายอื่น ด้วยการเลือกที่จะเป็นเจ้าของรถเองทุกคัน แทนที่จะใช้คอนเนกชั่นเพื่อนำรถของคนรู้จักมาปล่อยเช่า

“รถทุกคันที่ Prime Cars Rental นำมาปล่อยเช่าเป็นรถใหม่จากโชว์รูมทั้งหมด คัดเฉพาะรุ่นท็อปสุดของแต่ละโมเดล ซึ่งถ้าเทียบระหว่างรุ่นท็อปกับรุ่นธรรมดา ราคาต่างกันถึงหลักล้าน แต่เพราะเราเชื่อว่า รถแต่ละคันมีเสน่ห์ และคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกัน ประสบการณ์ในการขับขี่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราอยากให้ลูกค้ารู้สึกประทับใจทุกครั้งที่ได้ใช้บริการ เราจึงมีรถหรูในหลากหลายแบบ เพื่อให้เลือกตามวัตถุประสงค์การใช้งาน ตั้งแต่ Premium Segment ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ เช่น Mercedes-Benz, BMW, Audi, Mini, Porsche, Ferrari, Lamborghini

ในแต่ละแบรนด์เราจะมีรถมากกว่า 1 Segment ให้เลือก อย่างเช่น Mercedes-Benz เรามีเกือบทุก Class ไม่ว่าจะเป็นรถ SAV เช่น GLA ไปจนถึง Luxury Sedan เช่น C, E, S-Class รวมทั้ง CLS หรือ High Performance อย่าง AMG CLA35 4Matic BMW ที่มีตั้งแต่ X1, 2 Series, 3 Series, 4 Series, Z4, 5 Series, 7 Series i8 Ferrari มีทั้งรถ GT เปิดประทุน 4 ที่นั่งอย่าง Portofino ไปจนถึง 488 Spider ที่เป็น Roadster Supercar 2 ที่นั่งเครื่องวางกลางให้เลือก”

ส่วนรถที่เป็นไฮไลท์ เป็นกลุ่มรถหายาก จะเป็นรถกลุ่มที่มีสมรรถนะสูง เช่น Mercedes AMG CLA35, AMG 43 Coupe ซึ่งเป็นรถยนต์จากโรงงาน AMG แท้ๆ รวมทั้งรถที่เป็น Coupe Sedan เช่น Mercedes-Benz CLS และกลุ่มซูเปอร์คาร์ ระดับอัลตรา ลักซ์ชัวรี อย่าง Ferrari Portofino, Mercedes-Benz G Wagon, Bentley Continental GT ซึ่งแพร์มั่นใจว่า Prime Cars Rental เป็นที่เดียวที่มีรถดังกล่าวให้บริการ

แน่นอนว่า ด้วยความที่เป็นเจ้าของรถเองทุกคัน จึงมั่นใจได้ว่ารถทุกคันได้รับการดูแลอย่างดี มีการเคลือบแก้วให้รถเงางาม ดูแลระบบเครื่องยนต์และระบบไฟ ลมยาง ช่วงล่างและระบบเบรกทุกครั้งก่อนส่งรถให้ลูกค้า ที่สำคัญหากรถมีการใช้งานเยอะจนเลขไมล์เยอะแล้ว จะทำการเทรดเพื่อเปลี่ยนคันใหม่

“ในส่วนของการให้บริการ เรามีทีมแอดมินที่คอยดูแลประสานงานกับลูกค้าตลอด 24 ชม.​ พร้อมช่วยเหลือประสานงานในทุกๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานของรถ การแก้ปัญหา หากเกิดเหตุไม่คาดฝัน มีบริการรับส่งฟรีถึงที่บ้าน โดยคนขับของเรามีการอบรมอย่างสม่ำเสมอ ทำให้เข้าใจระบบการใช้งานของรถแต่ละคันเป็นอย่างดี”

สมรภูมินี้คู่แข่งน้อย แต่จะเป็นที่ 1 ก็ไม่ง่าย

แม้ตอนเริ่มต้นธุรกิจนี้จะยังมีคู่แข่งในตลาดค่อนข้างน้อย แต่ปัจจุบันแพร์บอกว่าเริ่มมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาทำตลาดหลายราย แต่ก็ไม่ใช่ทุกรายที่จะสามารถอยู่รอด

“ธุรกิจนี้ถ้าไม่แข็งแกร่งจริงก็อยู่ยากเหมือนกัน เพราะนอกจากจะใช้เงินลงทุนสูง โดยเฉพาะถ้าเลือกเป็นเจ้าของรถเอง เฉลี่ยคันละไม่ต่ำกว่า 4 ล้านบาท การจะเป็นเจ้าของรถ 40-50 คัน อย่างที่ Prime Cars Rental ต้องใช้เงินทุนค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังต้องแบกรับความเสี่ยงสูงมาก จากการถูกโจรกรรม ซึ่งเราเองก็ต้องมีวิธีคัดกรองลูกค้าที่จะมาใช้บริการ มีการตรวจสอบเอกสาร และความน่าเชื่อถืออย่างถี่ถ้วน หรือหากเจออุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน แม้จะมีประกันชั้น 1 ที่ครอบคลุม แต่การซ่อมรถหรูอาจต้องใช้เวลานานกว่ารถทั่วไป เพื่อรออะไหล่และต้องมีการประกอบทำสีอย่างประณีต ในขณะที่ธุรกิจเราต้องแข่งกับเวลา เพื่อนำรถมาหมุนเวียนปล่อยเช่า ด้วยปัจจัยที่เหมือนเป็นข้อจำกัดนี้เอง เลยเหมือนเป็นตัวกรองที่ทำให้คนที่จะมาเป็นผู้เล่นหลักๆ ในตลาดนี้มีเพียงไม่กี่รายเท่านั้น”

ถามว่าทำไม Prime Cars Rental ถึงสามารถก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 ในตลาด แพร์ ตอบชัดว่า จากการสำรวจตลาดทั้งหมด Prime Cars Rental เป็นผู้ให้บริการรายเดียวที่มีรถเป็นของตัวเองมากที่สุด (ประมาณ 40-50 คัน เพราะมีการเทรดรถที่มีเลขไมล์เยอะตลอด)

“เราไม่ใช้กลยุทธ์การยืมรถของคนอื่นมาปล่อยเช่า ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าประทับใจ และกลายเป็นว่าลูกค้ากว่า 3,000 คนที่เคยใช้บริการของเราส่วนใหญ่จะกลับมาใช้ซ้ำ บวกกับมาตรฐานการให้บริการที่เน้นความซื่อสัตย์ เสมอต้นเสมอปลาย พร้อมให้บริการอย่างเหนือระดับ เราเป็นเจ้าแรกที่นอกจากให้เช่ารถหรูแล้ว ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า ด้วยการติดต่อขอสิทธิประโยชน์ต่างๆ จากพาร์ตเนอร์ชั้นนำทั่วประเทศ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร สปา และอื่นๆ อีกมากมายให้

ที่สำคัญ คือ เรายังยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง จะเห็นว่าในจำนวนรถหรูหลายสิบคันที่เราให้บริการ นอกจากคุณอามจะมีแพสชั่นเรื่องรถ เลยมีความได้เปรียบในการคัดเลือกรถ ดูรีวิว ศึกษาเทคโนโลยีของรถรุ่นต่างๆ ที่จะเลือกมาให้บริการ เรายังมีการเก็บข้อมูลลูกค้า เพื่อดูว่าความต้องการของลูกค้าคืออะไร ซึ่งกลุ่มลูกค้าของเราตอนนี้ อย่างที่บอกว่าพอตลาดใหญ่ขึ้น ก็กว้างขึ้น ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 25-45 ปี มีทั้งผู้บริหารระดับสูงในองค์กรต่างๆ เจ้าของกิจการ ทั้งขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ซึ่งมีพฤติกรรมการจับจ่ายแบบใหม่ ไม่เน้นลงทุนกับรถ แต่นำเงินไปลงทุนกับธุรกิจ ซึ่งเราก็ต้องกลับมาตีโจทย์ว่ารถหรูแบบไหนที่ลูกค้ามองหาเพื่อใช้ในโอกาสต่างๆ”

ตั้งเป้าอีก 2 ปี มีรถให้บริการเพิ่มอีกเท่าตัว

สำหรับแผนการในอนาคต แพร์ ตั้งเป้า ว่าภายในปี 2022 มีแผนจะขยายรถเพิ่มให้มีจำนวนมากกว่า 100 คัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวหลังจากวิกฤตโควิด 19 รวมทั้งมีการจัดการระบบโลจิสติกส์ในการขนส่งรถหรูไปให้บริการลูกค้าในต่างจังหวัด หรือแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ายุค New Normal ด้วยระบบออนไลน์ที่ครบวงจรมากขึ้นกว่าที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนี้ยังวางแผนขยายการให้บริการไปยังธุรกิจต่อเนื่อง เช่น การเช่าเครื่องบินส่วนตัว และการเช่าเรือยอร์ช

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้บริหารหญิงที่เข้ามาบริหารธุรกิจให้เช่ารถหรูเป็นเรื่องไกลตัวหรือไม่ แพร์ ไม่คิด  เช่นนั้น และมองว่าเป็นข้อได้เปรียบด้วยซ้ำ “จากตัวเลขในปัจจุบัน ลูกค้าผู้หญิงกับผู้ชายที่มาใช้บริการกับเรามีสัดส่วนเท่ากันที่ 50/50 ดังนั้นการที่เราเป็นผู้บริหารผู้หญิงทำให้เรายิ่งได้เปรียบ เข้าใจความต้องการของลูกค้าผู้หญิงมากขึ้นว่า นอกจากความปลอดภัย สภาพรถที่พร้อม ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียระหว่างทาง ซูเปอร์คาร์ยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำของผู้หญิงได้เป็นอย่างดี และทำให้หลายอย่างในชีวิตง่ายขึ้น ยกตัวอย่างเรื่องใกล้ตัวอย่างการหาที่จอดรถ ถ้าขับซูเปอร์คาร์คุณผู้หญิงก็จะได้รับสิทธิจอด Supercar Parking ในศูนย์การค้า ไม่ต้องเสียเวลาวนหาที่จอดรถ เป็นต้น”

โควิด19 เป็นทั้งวิกฤตและโอกาส

อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวคิดและกลยุทธ์การทำธุรกิจที่ออกแบบมาอย่างดี แต่เมื่อเจอวิกฤตที่คาดไม่ถึง ก็ทำให้ธุรกิจสะดุดเหมือนกัน

“ตอนที่มีการประกาศล็อกดาวน์เมื่อต้นปีที่แล้ว ยอดเราหายไปเลย ลูกค้าที่จองเอาไว้ล่วงหน้าขอยกเลิก  แบบไม่มีกำหนด เพราะยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ ยิ่งธุรกิจเราเกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย จนกระทั่งไตรมาส 3-4 ยอดก็เริ่มกลับมา โชคดีที่อย่างน้อยในวิกฤติก็ยังมีโอกาส เราได้ฐานลูกค้าใหม่ๆ จากการที่คนเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไม่ได้ ทำให้คนที่มีกำลังซื้อหันมาเที่ยวเมืองไทยกันมากขึ้น มีการใช้บริการเช่ารถหรู ซึ่งเราก็เน้นดูแลเรื่องการทำความสะอาด มีการฆ่าเชื้อและอบโอโซนทุกครั้งที่มีการส่งหรือรับคืนรถ พร้อมทั้งจับมือกับกลุ่มโรงแรมหรือแหล่งท่องเที่ยวในเขตพื้นที่ที่ปลอดภัย เพื่อเป็นทางเลือกในการเดินทางไปพักผ่อนของลูกค้า”

สุดท้ายนี้ ถามว่าอะไรคือหลักการบริหารที่ผู้บริหารหญิงเก่งยึดมั่น แพร์ เฉลยว่า “เราไม่ได้วัดความสำเร็จของธุรกิจที่ในเชิงปริมาณ แต่เน้นคุณภาพ ตั้งแต่การคัดเลือกลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ การรักษาฐานลูกค้าคุณภาพเดิมอย่างเหนียวแน่น และเปิดรับลูกค้าใหม่ที่เข้ามา หลักการบริการของเรา คือ นอบน้อม จริงใจ ซื่อสัตย์ และเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป เพราะเราเชื่อว่า รถยนต์ไม่ใช่แค่พาหนะที่พาเราไปจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่ยังเป็นเครื่องสะท้อนรสนิยม เป็นการ์ดป้องกันภัย และเป็นคฤหาสน์เคลื่อนที่ให้กับเราอีกด้วย”

BACK TO TOP