Patek Philippe Rare Handcrafts เชิดชูงานหัตถศิลป์หายากแห่งเจนีวา สืบสานสุดยอดศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาให้คงอยู่นานเท่านาน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Other
  • Sponsored Content >
  • Patek Philippe Rare Handcrafts เชิดชูงานหัตถศิลป์หายากแห่งเจนีวา สืบสานสุดยอดศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาให้คงอยู่นานเท่านาน
SPONSORED CONTENT

Patek Philippe Rare Handcrafts เชิดชูงานหัตถศิลป์หายากแห่งเจนีวา สืบสานสุดยอดศิลปะการประดิษฐ์เรือนเวลาให้คงอยู่นานเท่านาน

นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในปี ค.ศ. 1839 สำหรับ Patek Philippe (ปาเต็ก ฟิลิปป์) แล้ว นาฬิกาทุกเรือนที่สร้างสรรค์ขึ้น ล้วนเป็นผลงานศิลปะที่สะท้อนความงามอันประณีตของกลไกจักรกลที่สมบูรณ์แบบ ความมุ่งมั่น ทุ่มเท ของ Patek Philippe ที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างสวยงาม กลมกลืน ไร้ที่ติ เป็นที่ประจักษ์ชัดในดีไซน์ที่เรียบหรู ทว่าสง่างาม เหนือกาลเวลา ตอกย้ำด้วยคุณภาพและความละเอียดประณีตในการตกแต่งด้วยมืออย่างพิถีพิถัน และด้วยปณิธานเดียวกันนี้เอง ที่ทำให้ Patek Philippe มุ่งมั่นบ่มเพาะช่างฝีมือรุ่นใหม่ๆ ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อสืบสานทักษะงานฝีมือที่อันเก่าแก่และหายาก ว่าด้วยการประดับตกแต่งเรือนเวลาชั้นสูงเหล่านี้ ให้ได้รับการส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

นาฬิกาจี้ประดับพระศอสมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย Patek Philippe & Cie. เจนีวา, หมายเลข 4536 (1850-1851)

ลูกค้ากลุ่มราชวงศ์

ตามประวัติศาสตร์แล้ว ในช่วงเวลาที่ Antoine Norbert de Patek (อังตวน นอร์เบิร์ต เดอ ปาเต็ก) และ François Czapek (ฟรองซัวส์ ซาเป็ก) ร่วมกันเริ่มต้นผลิตนาฬิกาในปี 1839 (6 ปีก่อนที่จะพบกับ Jean-Adrien Philippe (ฌอง-เอเดรียน ฟิลิปป์)) ผู้เป็นเจ้าของ นาฬิกาได้จำกัดอยู่เพียงชนชั้นสูงเท่านั้น การนำเสนอนาฬิกาพกแบบ Hunter-cased หรือนาฬิกาพกที่มีฝาปิดด้านหลังแบบเรียบๆ ไร้การประดับตกแต่งใดๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ทั้งสองจึงเริ่มนำนาฬิกาพกมาแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามด้วยเทคนิคและลวดลายที่ได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะแบบโปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของทั้งคู่ ตามมาด้วยเทคนิคการเคลือบสีลงยา (enamel) ที่ปรากฏเป็นครั้งแรก โดยได้แรงบันดาลใจจากผลงานศิลปะชิ้นเอก จากการเปลี่ยนผ่านของศิลปะครั้งสำคัญๆ ในแต่ละยุคสมัย และภาพบุคคลที่รังสรรค์ด้วยเทคนิคจุลจิตรกรรม (miniature) ซึ่งโดดเด่นและเป็นที่นิยมที่สุดในผลงานที่ผลิตขึ้นสำหรับลูกค้ากลุ่มเชื้อพระวงศ์ในสมัยนั้น

นาฬิกาพก Patek Philippe ขึ้นลานได้โดยไม่อาศัยกุญแจไขลาน ตัวเรือนทองคำแกะสลักทั้งเรือน ฝาหลังตัวเรือนตกแต่งอีนาเมลเป็นพระปรมาภิไธยย่อในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (จปร) อย่างประณีตงดงาม

ป้อมปราการแห่งงานช่างฝีมือเจนีวา

Patek Philippe เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมมาตลอดประวัติศาสตร์อันยาวนาน ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดมั่นในการทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ประเพณีการผลิตนาฬิกาอันยิ่งใหญ่ของเจนีวา และเป็นเสมือนป้อมปราการอันแข็งแกร่งในการธำรงรักษาศิลปะชั้นสูงแห่งเจนีวาให้คงอยู่ และการทุ่มเทบ่มเพาะ ฝึกฝน พัฒนาทักษะงานฝีมือหายากที่มีบทบาทในการตกแต่งนาฬิกามายาวนานนี้เอง เป็นเครื่องตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Patek Philippe ที่มีต่อการสืบสานงานฝีมือเชิงศิลป์หายากทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เพื่อให้ทักษะอันทรงคุณค่าของช่างฝีมือบรรพบุรุษ ยังคงส่องประกายบนผลงานศิลปะร่วมสมัยหลากหลายประเภท

นาฬิกาพก Patek Philippe Ref. 995/122J-001 “Panda” สำหรับการจัดแสดงนิทรรศการ Rare Handcrafts ผสมผสานเทคนิคพิเศษของการตัดต่อลายไม้ขนาดเล็ก งานแกะสลักด้วยมือ งานแกะลายกิโยเช่ และงานเคลือบสีลงยา

เทคนิคการตัดต่อลายไม้ขนาดเล็ก (Wood Micro-Marquetry)

การตัดต่อลายไม้ขนาดเล็กเป็นการใช้ศิลปะจากไม้แผ่นบางหรือวีเนียร์ในการสร้างงานศิลปะ เป็นกระบวนการที่ละเอียดประณีต ต้องอาศัยพื้นผิวและสีของเนื้อไม้หลากหลายชนิด คัดเลือกและประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อให้ความสมจริงและเป็นธรรมชาติที่สุด ตัวอย่างเช่น ภาพเสือเบงกอลบนหน้าปัดนาฬิกาข้อมือรุ่น Ref. 5077P “Royal Tiger” ที่ดูเสมือนจริงอย่างไม่น่าเชื่อนี้ ใช้การเรียงทิศทางของเนื้อไม้บนพื้นผิวให้สอดคล้องกับแนวเส้นขนตามธรรมชาติของเสือเบงกอลอย่างพิถีพิถัน บนพื้นผิวที่มีความกว้างแทบไม่ถึง 3 เซนติเมตร

นาฬิกา Patek Philippe Ref. 5077P “Royal Tiger”

ศิลปะแห่งการเคลือบสีลงยา (Artistry of Enameling)

งานเคลือบสีลงยา เป็นกระบวนการใช้ทรายซิลิกาที่บดแล้ว (เรียกว่าฟองดองท์ ซึ่งมีความโปร่งใส) นำมาผสมกับน้ำเพื่อให้เนื้อประสานกัน สามารถสร้างสีได้ด้วยโลหะออกไซด์ ก่อนจะนำมาเคลือบบนพื้นผิวที่ได้รับการทำความสะอาดอย่างพิถีพิถันและปล่อยให้แห้ง จากนั้นก็นำไปเผาในเตาเผาที่อุณหภูมิประมาณ 850 องศาเซลเซียส ให้หลอมรวมกับฐานโลหะ

Patek, Philippe & Cie. เจนีวา หมายเลข 233659 (1903-1904) ประดับด้วยเพชร และตกแต่งด้วยเทคนิคเคลือบสีลงยา ⠀สีแดงโปร่งใสและสีครีมในสไตล์นีโอ-ยุคกลาง (Neo-Medieval)

ทั้งนี้ ผลงานแต่ละชิ้น อาจผ่านกระบวนการเผาได้มากถึง 12 ครั้ง ขึ้นอยู่กับความวิจิตรซับซ้อนของลวดลาย การเคลือบสีลงยาเป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยม เพราะส่วนใหญ่มักจะคงความงามดั้งเดิมในสภาพเดียวกับที่ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้น โดยไม่เปลี่ยนแปลงทั้งลวดลายและสีสัน และไม่มีผลกระทบจากรังสียูวี แม้เวลาจะผ่านไปหลายทศวรรษ หรือนานนับศตวรรษก็ตาม ช่างเคลือบสีลงยาอาจะเลือกใช้เทคนิคดั้งเดิมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเลือกผสมผสานจากทั้งหมด 4 เทคนิค ทั้งเทคนิคลงยาแบบ Cloisonné (คลัวซอนเน่), เทคนิคลงยาแบบ Champlevé (ชอมเลอเว่), เทคนิคลงยาแบบ Pailonné (ไปยอนเน่) และ Miniature Painting (จุลจิตรกรรม) บนงานเคลือบสีลงยา

นาฬิกา Grand Complications Ref. 6002R-001 พื้นหน้าปัดด้านหน้าผสมผสานระหว่างเทคนิคเคลือบสีลงยาแบบ กรอง เฟอ ซอมเลอเว่ (Grand Feu Champlevé) และการลงยาเทคนิคคลัวซอนเน่ (Cloisonné) แสดงให้เห็นถึงความสามารถด้านเทคนิคเคลือบสีลงยาของ Patek Philippe

ค้นหานาฬิกา Patek Philippe Grand Complications

คลัวซอนเน่ (Cloisonné)

คลัวซอนเน่เป็นเทคนิคการเคลือบสีลงยา เติมแต่งด้วยการใช้ลวดเส้นบางที่ส่วนใหญ่มักจะเป็นทอง ดัดเป็นโครงร่างเพื่อสร้างแบบและยึดติดกับแผ่นฐาน โดยใช้เส้นลวดบางๆ นี้เอง แบ่งสัดส่วนเป็นช่องเล็กๆ เพื่อสร้างลวดลาย จากนั้นเติมสารเคลือบลงในแต่ละช่อง และอาจต้องผ่านการเผาหลายครั้ง ขึ้นอยู่กับสี ประเภทของการลงยาที่ใช้ และระดับความโปร่งใสรวมถึงความตื้นลึกที่ต้องการ

นาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดมลงยาด้วยเทคนิคคลัวซอนเน่ Thai Ornaments Ref. 20074M-001 ผลงานสร้างสรรค์สำหรับงานนิทรรศการ Patek Philippe Watch Art Grand Exhibition เมื่อปี 2019 ได้แรงบันดาลใจจากศิลปะการประดับตกแต่งพื้นผิวด้วยลายไทยอันประณีตอ่อนช้อย ที่ช่วยขับเน้นให้พระราชวังและสถูปเจดีย์ใน “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” นี้ยิ่งมีความวิจิตรงดงาม

ชอมเลอเว่ (Champlevé)

ชอมเลอเว่เป็นเทคนิคการเซาะร่อง โดยชิ้นส่วนเล็กๆ ของชิ้นงานจะถูกแกะสลักไว้ล่วงหน้า จากนั้นจะเติมด้วยสารเคลือบ และผ่านกระบวนการเผาที่คล้ายกับเทคนิคการเคลือบสีลงยาแบบคลัวซอนเน่

นาฬิกาข้อมือ Golden Ellipse Haut Artisanat Ref. 5738/51G-001 ตัวเรือนทองคำไวท์โกลด์ มาพร้อมพื้นหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยกรรมวิธีอันทรงคุณค่าของการเคลือบสีลงยาแบบชอมเลอเว่และการแกะสลักด้วยมือ

ไปยอนเน่ (Pailonné)

ไปยอนเน่เป็นการใช้แผ่นทองคำเปลวขนาดเล็กที่เรียกว่า ไปยอน (paillons) ฝังในชั้นของการเคลือบสีลงยาแบบโปร่งใส

นาฬิกาตั้งโต๊ะทรงโดม Patek Philippe Rare Handcrafts Dome Clock Ref.20043M อาศัยเทคนิคไปยอนเน่สร้างงานศิลปะที่ดูมีมิติล้อกับแสงเงาได้อย่างสวยงาม โดยใช้แผ่นทองคำขนาดเล็ก 187 แผ่นที่ฝังไว้ภายใน เพื่อให้ผ้าส่าหรีมีความงามสง่าและประณีตแพรวพราว

จุลจิตรกรรม (Miniature Painting)

การวาดภาพขนาดเล็กหรือจุลจิตรกรรมเป็นเทคนิคสุดท้ายและเทคนิคที่หายากที่สุด แตกต่างจากเทคนิคอื่นๆ โดยการใช้ฟองดองท์ผสมกับน้ำมันแทนการใช้น้ำ และใช้แปรงที่มีความละเอียดมาก วาดลงบนชั้นของพื้นผิวลงยาและนำไปเผา ศิลปะบนเรือนเวลาอันล้ำค่าของ Patek Philippe สามารถจำลองภาพบุคคล ภาพวิวทิวทัศน์ สิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ งานวิศวกรรมอันยิ่งใหญ่ รวมถึงงานศิลปะที่ยอดเยี่ยม ได้สวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ที่สุดด้วยเทคนิคนี้

Calatrava Ref. 5077/100G-035, Ref. 5077/100G-036, Ref. 5077/100G-037 “Portraits of Flowers” มาพร้อมพื้นหน้าปัดในภาพวาดด้วยเทคนิคจุลจิตรกรรมบนพื้นเคลือบสีลงยา

ค้นหานาฬิกา Patek Philippe Calatrava

ศิลปะการสลักลายอันล้ำเลิศ (Engraving)

การสลักลายเป็นงานศิลปะที่อาศัยทั้งความอุตสาหะและทักษะระดับสูง ในการถ่ายทอดแรงบันดาลใจโดยสลักเสลาเส้นสายลวดลายที่มีความละเอียด สวยงาม มีมิติ ตื้นลึก ล้อแสงเงา ลงบนแผ่นโลหะ ในกระบวนการทำงานนั้น ช่างศิลป์ผู้ทำการสลักลายจะร่างภาพผลงานขึ้น ก่อนจะลงลายระเอียดทุกความตื้นลึกโค้งมนของลวดลายลงบนเนื้อโลหะ โดยใช้เครื่องมือคล้ายสิ่วขนาดเล็กปลายเรียวแหลม ออกแรงกดลงบนพื้นผิวของโลหะให้เกิดริ้วรอยร่องลึกตื้นตามต้องการ ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการประสานงานที่สมบูรณ์แบบจากสองมือของช่าง โดยมือข้างออกแรงดันเครื่องมือสลักลายให้กดลึกลงบนพื้นผิวโลหะ อีกมือประคองแผ่นโลหะที่วางอยู่บนเครื่องมือรูปทรงกลมที่ใช้ในการยึดชิ้นงานและช่วยให้ช่างฝีมือสามารถปรับชิ้นงานให้อยู่ในตำแหน่งเหมาะที่สุดในการสลักลาย

นาฬิกา Patek Philippe Sky Moon Tourbillon Haut Artisanat Ref. 6002R-001 นาฬิกาสองหน้าปัด ทั้งตัวเรือน เม็ดมะยม ปุ่มเลื่อน เข็มชั่วโมงและนาที รวมถึงบานพับล็อกสาย ล้วนสลักลายด้วยมือทั้งหมด ทั้งลายอะราเบสก์อันซับซ้อนและลายขดก้นหอยที่มักพบบนยอดเสาหินในสถาปัตยกรรมเก่าแก่จากอารยธรรมแบบอาหรับและโรมัน

งานประดับอัญมณี (Gemsetting) ที่ซึ่งการประดิษฐ์นาฬิกามาบรรจบกับศิลปะเครื่องประดับชั้นสูง

การประดับอัญมณีเป็นศิลปะที่เต็มไปด้วยความละเอียดอ่อน ประกอบด้วยการตกแต่งตัวเรือนนาฬิกาด้วยการประดับอัญมณีล้ำค่า โดยเฉพาะเพชร ที่จะได้รับการประดับอย่างประณีตให้งามเด่นทั่วทั้งเรือน ตั้งแต่สายนาฬิกาไปจนถึงพื้นหน้าปัด รวมถึงข้อต่อ ตัวเรือน และขอบตัวเรือน ซึ่งสำหรับ Patek Philippe แล้ว อัญมณีที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นเพชร มรกต ทับทิม หรือไพลิน จะได้รับการประดับด้วยเทคนิคดั้งเดิม คือจัดวางด้วยมือและไม่ใช้กาวหรือสารอื่นๆ ในการยึดติด จึงเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความแม่นยำและความละเอียดอ่อน ต้องมีสมาธิและความแน่วแน่มั่นคง รวมถึงต้องใช้ทักษะความเชี่ยวชาญระดับสูงสุดในการทำงาน

นาฬิกา Patek Philippe Nautilus Haute Joaillerie Ref. 7118/1450G-001 ตัวเรือนทองคำไวท์โกลด์ ประดับด้วยเพชรแท้ระดับ Top Wesselton ใสบริสุทธิ์ไร้ตำหนิ เจียระไนเหลี่ยมเกสร จำนวน 2,553 เม็ด ประดับด้วยเทคนิคพาเว่แบบสุ่มหรือที่เรียกว่า สโนว์เซ็ตติ้ง

ค้นหานาฬิกา Patek Philippe Nautilus

การแกะลายกิโยเช่ (Guilloché) ทักษะที่สุดยอดช่างฝีมือส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

กิโยเช่ คือกระบวนการสร้างลวดลายบนพื้นผิวด้วยเครื่องจักรแบบหมุน โดยใช้เครื่องจักรโบราณที่ควบคุมด้วยมือเพื่อสร้างลวดลายแกะสลักที่สวยงามบนหน้าปัด กลไก ตัวเรือนและสาย ด้วยการหมุนมือจับข้อเหวี่ยงสองอันพร้อมกัน เพื่อแกะสลักร่องละเอียดบนพื้นผิวโลหะในรูปแบบเรขาคณิตซ้ำๆ กัน สร้างสรรค์ลายเส้นตรงหรือเส้นโค้งที่งดงาม

พื้นหน้าปัดของนาฬิการุ่น Calatrava Ref. 4997/200G ประดับด้วยลายกิโยเช่ในแบบคลื่นที่แผ่รัศมีออกจากจุดศูนย์กลาง

การสืบสานสุดยอดงานฝีมือในการประดิษฐ์นาฬิกาสู่อนาคต

ความมุ่งมั่นทุ่มเทของ Patek Philippe ในการสืบสานหัตถศิลป์เก่าแก่ของเจนีวามาอย่างต่อเนื่องทุกยุคสมัยนั้น ประจักษ์พยานที่ชัดเจนที่สุดในยุคสมัยปัจจุบัน ย่อมต้องกล่าวถึงการก่อสร้างอาคารฐานการผลิตแห่งใหม่ขึ้นที่เจนีวา เมื่อปี 2020 ตัวอาคารมีความสูง 10 ชั้น และมีความยาวเกือบ 200 เมตร และจัดสรรพื้นที่ภายในอย่างกว้างขวาง พร้อมเครื่องมือและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อเป็นพื้นที่ปฏิบัติงานสำหรับช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ และพื้นที่สำหรับการฝึกอบรม บ่มเพาะช่างศิลป์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ

โรงงานแห่งใหม่ของ Patek Philippe ในกรุงเจนีวา

อาคารแห่งใหม่นี้ ไม่เพียงแต่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเติบโตด้านการผลิตได้สูงสุดถึง 30 ปีข้างหน้าเท่านั้น การขยายพื้นที่ใหม่นี้ยังเป็นการตอกย้ำถึงรากฐานอันแน่นแฟ้น และความมุ่งมั่นของ Patek Philippe ที่จะธำรงรักษาทักษะเชิงศิลป์อันล้ำค่าของช่างฝีมือแห่งเจนีวา ให้เป็นเสมือนเพชรยอดมงกุฎประดับบนผลงานศิลปะว่าด้วยการประดิษฐ์เรือนเวลาชั้นสูงไปอีกนานเท่านาน

ไฮไลต์นาฬิกา Patek Philippe รุ่นใหม่ประจำปี 2021

BACK TO TOP