นักวิทยาศาสตร์และผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ: ดร.หยาง ฟง (ริชาร์ด) ก้าวข้ามความท้าทายระดับโลกและฟื้นฟูความพรั่งพร้อมของภาคส่วนทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพในประเทศไทย ภายใต้ “แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียน” ได้อย่างไร - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Other
  • Sponsored Content >
  • นักวิทยาศาสตร์และผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ: ดร.หยาง ฟง (ริชาร์ด) ก้าวข้ามความท้าทายระดับโลกและฟื้นฟูความพรั่งพร้อมขอ
SPONSORED CONTENT

นักวิทยาศาสตร์และผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ: ดร.หยาง ฟง (ริชาร์ด) ก้าวข้ามความท้าทายระดับโลกและฟื้นฟูความพรั่งพร้อมของภาคส่วนทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพในประเทศไทย ภายใต้ “แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพหมุนเวียน” ได้อย่างไร

การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและระบบการรักษาพยาบาลในปัจจุบันอย่างร้ายแรง และทำให้ระบบการรักษาพยาบาลในปัจจุบันต้องรับมือกับภาระงานที่  หนักหน่วงเกินกำลังด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงอุปสงค์ในห่วงโซ่อุปทาน ปัญหาด้านการผลิต การฉ้อโกง และนโยบายของรัฐบาล และความท้าทายเหล่านี้ก็ได้ส่งผลต่อความสมดุลระหว่างโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพ พลวัตต่างๆ และการจัดการ ทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดความผิดปกติด้วยภาระและความท้าทายที่มีนัยสำคัญ ในการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 นี้ ผู้ประกอบการส่วนมากต้องเผชิญกับความท้าทายมากมายที่คุกคามการอยู่รอดของธุรกิจหลักของพวกเขา แต่ภาคส่วนทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพกลับไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งสองภาคส่วนนี้มองเห็นโอกาสที่ผู้ประกอบการด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพจะสามารถฝ่าฟันวิกฤตไปได้ด้วยความคล่องตัว ความสร้างสรรค์ การปรับตัว และการสำรวจโอกาสใหม่ๆ โดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ การสนับสนุนจากรัฐบาล ความท้าทายด้านโลจิสติกส์ การช่วยเหลือสังคม และแม้กระทั่งความความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอีกครั้งหลังการระบาดใหญ่

ดร.ริชาร์ด ฟง

วันนี้เราขอนำเสนอ “ดร.ริชาร์ด ฟง” นักวิทยาศาสตร์ระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงในด้านจีโนมิกส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดลำดับทางพันธุกรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ นักประดิษฐ์ นักเทคโนโลยี และผู้ประกอบการที่มุ่งมั่นจะช่วยเหลือประเทศไทยให้ข้ามผ่านอุปสรรคด้านการแพทย์และอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพของประเทศในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเพื่อการวิจัยและพัฒนา นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืนในภาคส่วนเหล่านี้ จุดมุ่งหมายของ ดร.ริชาร์ด ฟง คือจัดการกับความท้าทายดังกล่าวโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญในภาค ‘การวิจัยและพัฒนา’ สำหรับทั้งอุตสาหกรรมการแพทย์และการดูแลสุขภาพด้วยเทคโนโลยี  ล้ำสมัยและวิทยาศาสตร์ชีวภาพในฐานะที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการปรับตัวผ่าน Intelligent Internet of Medical Things (IIIoMT) และ ความก้าวหน้าในการสื่อสาร 5G เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น (Quality of Life: QoL) พร้อมกับ Intelligent Wearable Medical and Healthcare Devices (IWMHD) สำหรับมุมมองใหม่และรูปแบบธุรกิจการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลสำหรับการแพทย์ทางไกล คลังข้อมูล การแพทย์ที่แม่นยำและการดูแลสุขภาพ และการจัดการอัจฉริยะของเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัลในช่วงการระบาดใหญ่ของโรค    โควิด-19 มุมมองปัจจุบันของ ดร.ริชาร์ด ฟง ในด้านการบูรณาการการเติบโตของระบบนิเวศที่ยั่งยืนตั้งแต่การวิจัยและพัฒนาไปจนถึงการจัดการของเสียนับได้ว่าเป็นตัวเปลี่ยนเกมสำหรับคลังความคิดแบบเศรษฐกิจดั้งเดิม โดยเขาเน้นที่ “แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน” และ “ขยะชีวภาพ” ในการใช้วัตถุดิบจากผลิตภัณฑ์รีไซเคิลเพื่อปรับปรุงการจัดการของเสียให้ดีขึ้น

ดร.ริชาร์ด ฟง เป็นผู้มีประสบการณ์ นักประดิษฐ์ระดับนานาชาติ นักวิทยาศาสตร์ระดับโลก และผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าที่ดำเนินโครงการที่ประสบความสำเร็จมากมายทั่วโลก นอกจากนี้เขายังเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงสาขาดั้งเดิมของวิทยาศาสตร์ชีวภาพให้เป็นการวิจัยต่อยอดสำหรับผู้ประกอบการซึ่งเป็นประโยชน์และมีผลต่อสังคมในวงกว้าง เขาเป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ดาวรุ่งบนเวทีโลกด้วยโครงการบุกเบิกด้านการวิจัยยาต้านจุลชีพด้วยความร่วมมือจากสถาบันและผู้ผลิตระดับนานาชาติหลายแห่งเพื่อทำการค้าสิทธิบัตรของเขาในด้านนาโนเทคโนโลยีในน้ำยาทำความสะอาดและยาฆ่าเชื้อเพื่อต่อสู้กับโรคติดเชื้อสำหรับพนักงานด่านหน้าโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 นอกจากนี้ ดร.ริชาร์ด ฟง ยังแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการวิจัยและพัฒนาด้วยโครงการที่อยู่เบื้องหลังการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วของวัณโรคดื้อยาหลายขนาน (MDRTB) ซึ่งปัจจุบันเป็นโรคติดเชื้อระดับโลกที่คร่าชีวิตผู้คนแซงหน้าเอชไอวี (AIDS) ไปแล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยด้วย ดร.ริชาร์ด ฟง และทีมของเขาในนิวซีแลนด์ได้พัฒนาและสาธิตการใช้งานและเทคนิคอันเป็นนวัตกรรมใหม่ในการวินิจฉัยวัณโรคในประเทศพม่า ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ผ่านทางจีโนมและการจัดลำดับทั้งจีโนมในฐานะอุปกรณ์ ณ จุดดูแลผู้ป่วยในการรักษาผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา ในส่วนของผลงานของเขานั้น ดร.ริชาร์ด ฟง ได้รับรางวัลระดับนานาชาติหลายรางวัลจากการใช้ Oxford Nanopore Sequencer ในประเทศพม่า นอกจากนี้เขายังประสบความสำเร็จในการจดสิทธิบัตรผลงานอันเป็นนวัตกรรมใหม่ของเขาทั่วโลกโดยใช้ประเทศพม่าเป็นหนึ่งในฐานชุมชนสำหรับการวิจัยซึ่งได้มีการตีพิมพ์บทความสำคัญหลายฉบับ  หลังจากนั้นเขาได้แปลงงานวิจัยของเขาให้เป็นผลลัพธ์ที่ขับเคลื่อนโดยชุมชนเมื่อประเทศพม่าเปลี่ยนแผนการวินิจฉัยและการรักษาวัณโรคแห่งชาติในปี 2561 เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.ริชาร์ด ฟง ยังได้ริเริ่มโครงการหลายโครงการในประเทศไทยสำหรับ “การจัดการของเสียชีวภาพ” ซึ่งเขาได้ร่วมมือกับบริษัทเอกชนและหน่วยงานของรัฐหลายแห่งในการรวบรวมพลาสติกและของเสียทางการแพทย์สำหรับโครงการรีไซเคิลของเขาเพื่อนำวัสดุรีไซเคิลดังกล่าวกลับมาใช้ใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตเพื่อรักษา  สิ่งแวดล้อมสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจชีวภาพแบบหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน ดร.ริชาร์ด ฟง ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงหลายตำแหน่งในประเทศไทยและในระดับสากล โดยเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นาโนสยามเมดิคอล จำกัด ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาด้าน AVS Innovation พร้อมห้องปฏิบัติการทางคลินิกระดับโลกที่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจและการพัฒนานอกประเทศของ Chinese Investment Tai Hua Corporation (CIC มณฑลซานตง) (ภายใต้รัฐวิสาหกิจของรัฐบาลจีน) สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีพันธมิตรด้านการวิจัยและพัฒนาทั้งในปัจจุบันและอนาคตจากมหาวิทยาลัย Massey มหาวิทยาลัย Otago มหาวิทยาลัย Fudan มหาวิทยาลัย Tsing Hua มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ (NUS) มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (ANU) มหาวิทยาลัยขอนแก่น  (คณะแพทยศาสตร์) มหาวิทยาลัยมหิดล (คณะเวชศาสตร์เขตร้อน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คณะแพทยศาสตร์) และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เขาวางแผนที่จะปรับปรุงเครือข่ายของตนเพิ่มเติมเพื่อรวมการพัฒนาการแปลงงานวิจัยและการพาณิชย์ผ่านจีโนมิกส์ เช่น การดูแลสุขภาพที่แม่นยำ เทคโนโลยีการบำบัดทางชีวภาพ การผลิต และนาโนเทคโนโลยี

นี่คือช่วงสัมภาษณ์พิเศษของเรากับ ดร.ริชาร์ด ฟง ผู้เป็นหนึ่งในนักวิทยาศาสตร์ด้านการแพทย์ นักนวัตกรรมด้านการดูแลสุขภาพและผู้ประกอบการในประเทศไทย

ในแง่ของโอกาสและอนาคตของประเทศไทยในภาคส่วนทางการแพทย์และการดูแลสุขภาพ  คุณมองว่าความมุ่งมั่นและความอุตสาหะในด้านนี้ของคุณจะช่วยเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในปัจจุบันได้หรือไม่

ดร.ริชาร์ด ฟง เน้นย้ำปัจจัยสำคัญ 3 ประการที่ผลักดันภูมิทัศน์ด้านการแพทย์และสุขภาพในประเทศไทยในปัจจุบันไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ปัจจัยสำคัญสามประการนี้ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนา การค้า และรูปแบบธุรกิจที่ยั่งยืนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีข้างต้น นอกจากนี้ เขายังแนะนำอีกว่าภาคการวิจัยและพัฒนาของประเทศไทยมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสนับสนุนความคิดริเริ่มในประเทศโดยมุ่งเน้นที่นักวิจัยรุ่นใหม่และนักเทคโนโลยีโดยการจัดหาทรัพยากรและทักษะที่จำเป็นซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่การถ่ายทอดความรู้ สิ่งเหล่านี้เป็นพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับขีดความสามารถด้านการวิจัยของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับผู้นำในด้านการแพทย์และสุขภาพ เขากล่าวถึงความสำคัญของการใช้นวัตกรรมและการใช้วัสดุรีไซเคิลและการจัดการขยะอย่างชาญฉลาดเพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าทรัพยากรสำหรับภาคการผลิต (วัตถุดิบ น้ำ พลังงาน และอื่นๆ) โดยการสนับสนุนเหล่านี้จะสร้างสินทรัพย์ที่จำเป็น เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาและสิทธิบัตรในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการก้าวไปข้างหน้าสู่นวัตกรรมในด้านการดูแลสุขภาพที่แม่นยำและภาคส่วนสิ่งแวดล้อมพลังงานสีเขียวด้วยการเปลี่ยนแปลงที่แข็งแกร่งและสร้างผลลัพธ์ในการพัฒนาประเทศไทยให้ดียิ่งขึ้น

จากความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของคุณ คุณมองว่าตนเองถูกจำกัดอยู่เพียงภาคส่วนทางการแพทย์และสุขภาพของประเทศไทยหรือไม่

ดร.ริชาร์ด ฟง กล่าวว่าไม่มีข้อจำกัด เนื่องจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านจีโนมที่เชี่ยวชาญด้านการใช้      “โอมิกส์” จากวิทยาศาสตร์ชีวภาพนั้นเปิดกว้างสำหรับการทำงานที่หลากหลายในภาคส่วนต่างๆ ตัวอย่างเช่น ปัจจุบันเขากำลังทำงานในโครงการเกี่ยวกับผ้าอัจฉริยะร่วมกับนักวิจัยชั้นนำสองสามรายและผู้ผลิตผ้าในท้องถิ่นในประเทศไทยเพื่อสร้างผ้าอัจฉริยะจากวัสดุพลาสติกรีไซเคิล เส้นใย polyester yams และวัสดุ “กัญชง” สำหรับแบรนด์ต่างประเทศด้วยการรวมเซ็นเซอร์อัจฉริยะและสารต้านจุลชีพไว้ในเสื้อผ้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกายป้องกันโควิด-19 รุ่นใหม่ นอกจากนี้เขายังมีส่วนร่วมในโครงการนวัตกรรมอีกหลายโครงการที่เปลี่ยนการลดขยะทางการแพทย์ที่เป็นของแข็งให้เป็นพลังงานสะอาดดิบผ่านกระบวนการทางชีวเคมีที่เรียกว่า ‘ไพโรไลซิส’ ซึ่งจะนำขยะชีวภาพกลับมาใช้ใหม่ให้เป็น ‘ถ่านและน้ำมันดิบ’ สำหรับการจัดการ      ‘ขยะเป็นศูนย์’ นอกจากนี้ ดร.ริชาร์ด ฟง ยังดำเนินโครงการเกี่ยวกับการใช้ Internet of Things (loT) ในการเกษตรอัจฉริยะสำหรับการปลูก “กัญชา” ในประเทศไทยด้วย เขาใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร 5G ที่เป็นนวัตกรรมใหม่พร้อมระบบตรวจสอบเซ็นเซอร์อัจฉริยะตั้งแต่การชลประทาน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว และการควบคุมยาฆ่าแมลง ไปจนถึงพันธุศาสตร์พืชภายใต้แนวทางจีโนมสำหรับพืชที่มีสุขภาพดีและต้านทานโรคเพื่อเพิ่มผลผลิตและการอยู่รอดของพืชให้ได้มากที่สุด

คุณอธิบายได้ไหมว่าทำไมคุณจึงเลือกประเทศไทยเป็นฐานหลักสำหรับการวิจัยและการดำเนินธุรกิจของคุณ และอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณทำเช่นนั้น

ผมมีความผูกพันอันยาวนานกับประเทศไทย โดยเริ่มจากช่วงแรกๆ ที่พ่อของผมเริ่มเปิดธุรกิจแรกของท่านในภาคส่วนเหมืองแร่ดีบุกในจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย ผมประทับใจประเทศไทยเป็นพิเศษเนื่องจากประเทศนี้รวมถึงประชาชนในประเทศมีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์และมีความหลากหลาย นี่คือสาเหตุที่เมืองไทยได้ชื่อว่า “สยามเมืองยิ้ม” ผมได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากมายจากการเรียนรู้พระธรรมในพระพุทธศาสนา ซึ่งสอนเรื่องคุณธรรม ศีลธรรม และจริยธรรมในการทำธุรกิจ ในปีที่ผ่านมา ผมได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการยึดมั่นในความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในระยะยาวและความน่าเชื่อถือ โดยนำความผิดพลาดและบทเรียนในอดีตมาเสริมสร้างความเข้มแข็งและเตรียมความพร้อมให้กับตนเองในด้านมุมมองความคิด ศีลธรรม ค่านิยมและความซื่อสัตย์ต่อสังคม ด้วยเหตุนี้ผมจึงประทับใจประเทศไทยไม่รู้ลืม

จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของคุณ คุณจะฝากคำแนะนำอะไรบ้างถึงผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจในประเทศไทย

ผมอยากแนะนำให้พวกเขาโดยเฉพาะชาวต่างชาติรู้จักความอ่อนน้อมถ่อมตนและเข้าใจความหมายที่แท้จริงของจรรยาบรรณและวัฒนธรรมการทำงานของประเทศไทยโดยไม่สร้างความกระทบกระเทือนต่อคนไทย ในการที่จะเข้ากับสังคมได้อย่างเต็มที่นั้น เราต้องเคารพในความเท่าเทียมทางความคิด ความซื่อสัตย์ และการกระทำที่ถูกต้อง “เงินไม่ใช่ทุกอย่าง” แต่ความสัมพันธ์ระยะยาว การแลกเปลี่ยนความรู้ ความโปร่งใส และความซื่อสัตย์สุจริตต่างหากที่สำคัญที่สุด เราควรสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันโดยไม่ตัดสินผู้อื่น สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับความสำเร็จในทุกความสัมพันธ์ เราจะได้รับพลังบวกและความดีจากผู้คนเมื่อเราซื่อสัตย์และจริงใจ “ในการให้บริการและดำเนินธุรกิจเพื่อผู้คนอย่างแท้จริงนั้น คุณต้องเพิ่มบางสิ่งที่ไม่สามารถซื้อหรือวัดได้ด้วยเงิน ซึ่งก็คือความจริงใจ ความมุ่งมั่น และความซื่อสัตย์” – ดร.ริชาร์ด ฟง

BACK TO TOP