เจาะลึกกลยุทธ์พิชิตเป้าหมาย "Together To Net Zero” ของ GC กับการเปิดเกมรุกครั้งสำคัญ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593 - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Other
  • Sponsored Content >
  • เจาะลึกกลยุทธ์พิชิตเป้าหมาย “Together To Net Zero” ของ GC กับการเปิดเกมรุกครั้งสำคัญ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูน
SPONSORED CONTENT

เจาะลึกกลยุทธ์พิชิตเป้าหมาย “Together To Net Zero” ของ GC กับการเปิดเกมรุกครั้งสำคัญ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ GC Group เดินเกมรุกครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยการประกาศแผนงานที่ชัดเจนในการก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนระดับสากล ด้วยการบรรลุเป้าหมาย “Together To Net Zero” หรือ การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ภายในปี 2593

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GC กล่าวว่า GC ให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) พร้อมกับบูรณาการหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนตามกรอบเป้าหมายการพัฒนาแบบยั่งยืน (SDGs) สำหรับก้าวต่อไปของ GC คือ การเป็น “Net Zero Company” ที่มีอัตราการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจที่ดีตั้งแต่กระบวนการผลิตใส่ใจสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายระยะกลาง คือ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ลง 20% ภายในปี 2573 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593

“แม้จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทาย แต่เราเชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นและการมีกรอบการดำเนินงานที่ชัดเจนและ  เข้มข้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว​ ซึ่งสอดคล้องกับพันธสัญญา Paris Agreement จะทำให้ GC สามารถเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ควบคู่ไปกับการส่งมอบผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำและโซลูชันที่หลายหลายให้แก่คู่ค้าและลูกค้าตลอดห่วงโซ่แห่งคุณค่า สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดปริมาณขยะจากพลาสติกที่ใช้แล้วควบคู่กันไปอย่างครบวงจร”

กางแผนยุทธศาสตร์สู่ความยั่งยืนฉบับ GC

สำหรับกรอบการดำเนินงานที่ GC วางไว้นั้น ประกอบด้วย

1. Efficiency-driven นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตให้สามารถใช้ทรัพยากรและพลังงานอย่างคุ้มค่าสูงสุด ทั้งในด้านการลดการใช้พลังงานและไอน้ำในกระบวนการผลิต ควบคู่ไปกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ และการลดใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างบูรณาการ พร้อมแสวงหาเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำรูปแบบใหม่ เช่น พลังงานไฮโดรเจน เตาเผาพลังงานไฟฟ้าทดแทน เป็นต้น

2. Portfolio-driven GC มีแผนปรับโครงสร้างธุรกิจในระยะยาวสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ ด้วยการปรับกระบวนการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโอและทิศทางการลงทุนเข้าสู่กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่มูลค่าสูงที่มีดัชนีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ (HVB) กลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์ฐานชีวภาพ (Green Chemicals) และกลุ่มผลิตภัณฑ์รีไซเคิล (Recycled products)

เพื่อให้เห็นภาพ ก่อนหน้านี้ GC ได้เข้าซื้อกิจการของ allnex ซึ่งไม่เพียงเป็นผู้นำระดับโลกในธุรกิจผลิตภัณฑ์ Coating Resins ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มสารเคลือบและสารเติมแต่งสำหรับใช้กับวัสดุทุกประเภท และเป็นผู้นำในการนำเสนอโซลูชั่นการพัฒนาแอปพลิเคชันการเคลือบต่างๆ แต่ allnex ยังเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมที่ยั่งยืนสำหรับอุตสาหกรรม Coating มานานกว่า 70 ปี และเป็นธุรกิจที่มีการปล่อยคาร์บอนต่ำ

เช่นเดียวกับ NatureWorks ผู้ผลิตพลาสติกชีวภาพอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ GC เมื่อเร็วๆ นี้ เพิ่งประกาศจะสร้างโรงงานผลิตไบโอโพลีเมอร์แบบครบวงจรแห่งใหม่ในประเทศไทย ส่งผลให้ GC เป็นบริษัทเดียวในโลกที่ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีและธุรกิจพลาสติกชีวภาพ รวมถึงการดำเนินโครงการบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วแบบครบวงจร

3. Compensation-driven  จัดหาและลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ ในการชดเชยคาร์บอน เช่น การดักจับและกักเก็บคาร์บอนด้วยเทคโนโลยี Carbon Capture and Storage (CCS) และการชดเชยผ่านการดูดซับคาร์บอนจากธรรมชาติ เช่น การปลูกป่า ฟื้นฟูป่า เป็นต้น

เปิดงบลงทุนเพื่อพิชิตเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว GC ได้จัดสรรเงินลงทุนเบื้องต้นไว้สำหรับลดหรือกำจัดก๊าซเรือนกระจกไว้ที่ 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.67 แสนล้านบาท) โดยเบื้องต้นวางแผนจะลงทุนราว 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.3 หมื่นล้านบาท) ภายในปี 2573 นอกจากนี้ ยังได้ตั้งงบลงทุนอีก 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.67 แสนล้านบาท) สำหรับปรับโครงสร้างธุรกิจ

ดร.คงกระพัน ย้ำว่า เงินลงทุนเบื้องต้นดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันยังเชื่อว่า การที่ GC มีแผนที่ชัดเจนในการสร้างความสมดุลระหว่างกลยุทธ์การเติบโตทางธุรกิจและผลลัพธ์ที่ยั่งยืนนี้ ไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็น “เคมี…ที่เข้าถึงทุกความสุข” แต่ยังเป็นการพลิกวิกฤตโลกร้อนให้เป็นโอกาสของธุรกิจ สามารถพัฒนาและนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ลูกค้าของเราที่มีอยู่ทั่วโลกได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม แม้การประกาศจุดยืนครั้งนี้ จะเป็นก้าวที่สำคัญของ GC แต่การแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เป็นโจทย์ใหญ่ที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกภาคส่วนในสังคม

“เพื่อช่วยให้โลกของเราน่าอยู่มากขึ้น ซึ่งเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ทุกคนต้องร่วมมือกัน เราเชื่อว่า เป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2593 จะสามารถสำเร็จลุล่วงได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และผู้บริโภค เราพร้อมที่จะร่วมมือกับพันธมิตรในระดับสากล และพร้อมที่จะสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อช่วยให้โลกของเราสามารถบรรลุเป้าหมาย Net Zero ไปด้วยกัน” ดร.คงกระพัน ทิ้งท้าย

BACK TO TOP