บทพิสูจน์ความสำเร็จพันธมิตรธุรกิจ ทีเอ็มบี x มิตรผล ติดปีกซัพพลายเชนโตทั้งระบบอย่างยั่งยืน - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other
  • Sponsored Content >
  • บทพิสูจน์ความสำเร็จพันธมิตรธุรกิจ ทีเอ็มบี x มิตรผล ติดปีกซัพพลายเชนโตทั้งระบบอย่างยั่งยืน
SPONSORED CONTENT

บทพิสูจน์ความสำเร็จพันธมิตรธุรกิจ ทีเอ็มบี x มิตรผล ติดปีกซัพพลายเชนโตทั้งระบบอย่างยั่งยืน

Forbes Thailand

มิติใหม่แห่งการสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจ ด้วยการสร้างการเติบโตแบบยกก๊วน จูงมือกันทะยาน        ไปข้างหน้า ทั้งระบบซัพพลายเชน ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ แบบไม่มีใครถูกลืม หรือทิ้งไว้ข้างหลัง เป็นจริงแล้ว เมื่อฮีโร่แห่งวงการน้ำตาลอย่างมิตรผล ผู้ผลิตน้ำตาลอันดับ 2 ของโลก ผนึกกำลังกับ  ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทีเอ็มบี สถาบันการเงินที่เป็นมากกว่าผู้สนับสนุนเงินทุน        แต่ต้องการ Make THE Difference เพื่อให้ลูกค้าได้มากกว่า (Get More with TMB) ด้วยการจับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจ ปฏิวัติระบบซัพพลายเชนแบบเดิมๆ ที่ผู้ประกอบการรายย่อยมักถูกปล่อยให้เผชิญหน้ากับอุปสรรคในการสร้างการเติบโตและต่อยอดธุรกิจเพียงลำพัง ด้วยการเสนอซัพพลายเชน โซลูชัน แบบครบวงจร สร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจทุกขนาด ตอบสนองแนวทางการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจขนาดใหญ่และคู่ค้าขนาดกลางและเล็ก หวังผลักดันความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจของประเทศ

เส้นทางแห่งความภูมิใจ มิตรผลไม่เคยทิ้งคู่ค้าคนสำคัญ 

วีระเจตน์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจน้ำตาลประเทศไทย พลังงานและธุรกิจใหม่ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของมิตรผลที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงว่า เป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษที่กลุ่มมิตรผลดำเนินกิจการบนเส้นทางธุรกิจอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเคียงคู่วิถีชีวิตคนไทย ภายใต้ปรัชญาและความเชื่อที่ว่าร่วมอยู่…ร่วมเจริญ โดยสิ่งที่ทางมิตรผลให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือ การร่วมมือกับคู่ค้าทางธุรกิจและซัพพลายเออร์ในการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิผล และช่วยลดต้นทุนตลอดห่วงโซ่คุณค่า อาทิ การหาเครื่องมือมาช่วยให้คู่ค้าทางธุรกิจและซัพพลายเออร์สามารถสร้างผลผลิตได้ดีขึ้น มีต้นทุนทางการเงินและการดำเนินงานที่ต่ำลง มีกระบวนการทำงานที่ง่ายขึ้น สามารถเติบโตอย่างยั่งยืน

“ในเมื่อเรามีพันธกิจที่ต้องการเข้าไปดูแลให้คู่ค้าทางธุรกิจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปพร้อมๆกัน ความเข้าใจในการมองเห็นถึงปัญหาของทุกๆคนในห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจจึงมีความสำคัญมาก ดังนั้นพอเรามาเจอกับ ทีเอ็มบี ซึ่งมีพันธกิจตรงกัน คือ ต้องการสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนให้ธุรกิจทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ จึงนำมาซึ่งความร่วมมือครั้งสำคัญในครั้งนี้”

ซัพพลายเชนคือ หัวใจสำคัญของทีเอ็มบี

ในโลกธุรกิจ มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น ถึงได้รับการจดจำ อะไรคือสิ่งที่ทำให้ทีเอ็มบีไม่มองข้ามเหล่าฮีโร่ตัวเล็กๆ อย่างบรรดาคู่ค้าขนาดกลางและเล็ก เสนธิป ศรีไพพรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้าธุรกิจทีเอ็มบี ชวนให้คิดและไขความลับไปพร้อมกันถึงที่มาของพันธกิจสำคัญของทีเอ็มบี

“ทุกวันนี้ บริษัทขนาดใหญ่ของไทยมีเพียง 9,176 บริษัท แต่ทำรายได้ 34.72 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 80% ของรายได้รวมในประเทศ ขณะที่ผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็กอย่างเอสเอ็มอี ฮีโร่ตัวเล็กของเรา      มีจำนวนบริษัทมากถึง 712,197 บริษัท แต่ทำรายได้เพียง 8.98 ล้านล้านบาท คิดเป็น 20 % ของรายได้รวมในประเทศ แต่กลับมีอัตราการจ้างงานสูงถึง 82% ของอัตราการจ้างงานในประเทศ ตัวเลขเหล่านี้ ทำให้เราเห็นว่า เศรษฐกิจไทยจะขาดฮีโร่ตัวเล็กไม่ได้ ยิ่งเมื่อพิจารณาถึงตัวเลขฝั่งสินเชื่อธนาคารพาณิชย์ จะเห็นว่า การปล่อยสินเชื่อยังกระจุกตัวกับธุรกิจขนาดใหญ่ มีสัดส่วนของธุรกิจเอสเอ็มอีเพียง 20% เท่านั้นที่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สิ่งที่เกิดขึ้นยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า ฮีโร่ตัวเล็กของเรากำลังถูกลืม”

เพราะฉะนั้นเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยที่ไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง จึงนำมาซึ่งความร่วมมือ  ครั้งสำคัญของ ทีเอ็มบี กับฮีโร่อย่างมิตรผล ซึ่งมีพันธกิจที่สอดคล้องกันว่ามิตรผลจะโตได้ ต้องให้ชาวไร่  โตไปด้วยกัน เช่นเดียวกับ ทีเอ็มบี ที่มองภาพเดียวกันว่าจะเป็นมากกว่าแค่สถาบันการเงิน แต่พร้อมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้ธุรกิจลูกค้าและคู่ค้า ด้วยการนำเสนอ Supply Chain Solution แบบครบวงจร  และมีการใช้เครื่องมือดิจิทัลเข้ามายกระดับการทำงานที่เป็นอยู่ จึงสามารถตอบโจทย์มิตรผลได้อย่างตรงจุด และสามารถนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ เสนธิป บอกเล่าอย่างออกรสด้วยว่า นอกจากจะให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่คู่ค้าของลูกค้า    ขนาดใหญ่ ทีเอ็มบี ยังใช้วิธีการทำงานแบบ Agile ในการทำงานกับมิตรผล เพื่อทำความเข้าใจในธุรกิจ  ของลูกค้า ร่วมคิดและพัฒนาดิจิทัล โซลูชันไปพร้อมกัน เพื่อให้แพลตฟอร์มที่พัฒนาขึ้นมาช่วยแก้      pain point ที่เกิดขึ้นในซัพพลายเชนนั้นได้รับการปลดล็อกอย่างถูกจุด

“อีกความได้เปรียบของทีเอ็มบี คือ เรามีพาร์ทเนอร์เป็นบริษัท Fin Tech ชั้นนำของประเทศไทย ที่ร่วมคิดค้น และพัฒนาระบบนิเวศ (Ecosystem) เฉพาะด้านของแต่ละอุตสาหกรรมหรือธุรกิจ ยกตัวอย่าง    การจับมือกับ T2P เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่ “ระบบ Digital Wallet” ให้กับมิตรผล  โดยเฉพาะ ซึ่งเข้ามาช่วยแก้ pain point ที่มิตรผลและชาวไร่เจอได้อย่างตรงจุด”

สองพันธมิตรจูงมือกันช่วยฮีโร่ตัวเล็ก

เมื่อเห็นพ้องต้องกันในคอนเซ็ปท์แล้ว ถึงเวลาลงมือทำจริงแบบที่ไม่ใช่แค่สร้างภาพ ทั้งนี้เพื่อฉายภาพให้เห็นการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายอย่างแท้จริง ดร.ศรายุธ แสงจันทร์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงาน  การเงิน และ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มบริหาร บริษัท น้ำตาลมิตรผล จำกัด เผยว่า    ที่ผ่านมา มิตรผลทำงานอย่างใกล้ชิดกับชาวไร่อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่บ้าง ดังนั้นเมื่อ ทีเอ็มบี เข้ามาร่วมทำงานกับมิตรผลและชาวไร่อย่างใกล้ชิด จึงเป็นโอกาสดีที่ได้เข้ามาพัฒนาโซลูชันร่วมกันและนำจุดแข็งของ ทีเอ็มบี เข้ามาช่วยแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

“เราพบว่าเกษตรกรยังขาดแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในการเพาะปลูก หรือต่อให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ก็มีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ทำให้มิตรผลจึงต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อสนับสนุนชาวไร่ส่งเสริมปัจจัยการปลูกอ้อย โดยที่ผ่านมาแนวทางการสนับสนุนชาวไร่มี 2 วิธี คือ เกี๊ยวเงิน (สนับสนุนด้านการเงิน) และ เกี๊ยวของ (สนับสนุนด้านปัจจัยเพาะปลูก) ซึ่งข้อเสียคือ ชาวไร่ต้องเสียเวลาและค่าเดินทางมาที่โรงงานน้ำตาล      เพื่อรับเงินและปัจจัยเพาะปลูกส่งเสริมเหล่านี้ ส่วนในฝั่งของมิตรผลคือมีค่าใช้จ่ายในการออกเช็ค เสียเวลาในการจัดการแจกจ่ายเช็คและของให้ชาวไร่ อีกทั้งยังต้องใช้เวลาจัดการกับเอกสารจำนวนมาก

โซลูชันใหม่…คิดจากปัญหา

อย่างไรก็ตาม ปัญหาทั้งหมดที่กล่าวมาจะหมดไป จากการทำงานร่วมกับ ทีเอ็มบี ด้วย ซัพพลายเชน โซลูชัน ที่เข้ามาช่วยแบบครบวงจร ศมน คุ้มธรรมพินิจ เจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเครือข่ายธุรกิจ  ทีเอ็มบี อธิบายให้เห็นว่า เริ่มจากเกี๊ยวเงินแบบเก่า อัพเลเวลสู่เกี๊ยวเงินอัตโนมัติ โดยเปลี่ยนผ่านวิธี      การจ่ายเงินแบบเก่าที่ยุ่งยาก ด้วยการโอนเงินเข้าบัญชีชาวไร่โดยตรง ประหยัดเวลาการเบิกเงิน          และค่าเดินทาง ไม่ต้องเสี่ยงพกเงินสดจำนวนมาก แถมยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาทำงานในการออกเช็คจากฝั่งมิตรผลด้วย ซึ่งง่ายและสะดวก รวดเร็วกว่าเดิม ปัจจุบัน มีชาวไร่เข้าร่วมแล้วกว่า 3,500 ราย    และคาดว่าจะมีชาวไร่สนใจสมัครอีกกว่า 5,000 รายภายในสิ้นปี 2562

เช่นเดียวกับการรับเกี๊ยวของ ทีเอ็มบี นำเสนอระบบ Digital Wallet เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างมิตรผล  และชาวไร่ ทำให้ระบบการให้ของส่งเสริมมีประสิทธิภาพแม่นยำ และถูกต้องมากยิ่งขึ้น ลดขั้นตอนการทำเอกสาร ประหยัดเวลาทำงาน อีกทั้งยังสามารถตรวจสอบและควบคุมได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ข้อมูล  ในระบบยังสามารถนำไปวิเคราะห์เพื่อพัฒนาให้กระบวนการทางธุรกิจดียิ่งขึ้น

ปิดท้ายด้วยโปรเจก Green Cane หรือการให้สินเชื่อกับมิตรผลเพื่อนำไปใช้ในการซื้อเครื่องมือในการ      เก็บเกี่ยวอ้อย เช่น รถแทรกเตอร์ รถหว่านปุ๋ยคอก รถตัดอ้อย รถคีบอ้อย หรือ เครื่องสับใบอ้อย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและพัฒนาการทำไร่อ้อยแบบยั่งยืนให้กับเกษตรกรไทย ภายใต้แนวคิด              “มิตรผลโมเดิร์นฟาร์ม” ซึ่งเน้นการบริหารจัดการไร่อ้อยอันทันสมัย ประยุกต์แนวคิด องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาใช้ ข้อดี คือ เพิ่มผลผลิต ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง ลดเวลาทำงานด้วยเทคโนโลยีที่    ทันสมัย ลดการเผาอ้อยที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม อนุรักษ์ดิน และน้ำ ยกระดับคุณภาพชีวิต      และสร้างความยั่งยืนให้เกษตรกรไทย

 เติบโตด้วยกันทั้งซัพพลายเชน

จากความร่วมมือเพื่อทำความเข้าใจขั้นตอนการทำงานระหว่างมิตรผล และชาวไร่ทั้งหมด จนสามารถ    ต่อยอดคิดค้น สร้างสรรค์ โซลูชันที่เหมาะสม อย่าง Supply Chain Financing และ Digital Wallet    เพื่อมิตรผล และชาวไร่โดยเฉพาะ ซึ่งดร.ศรายุธมองถึงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นว่า ช่วยลดกระบวนการทำงาน      เพิ่มประสิทธิภาพใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.ประหยัดเวลาในการทำเอกสารการรับของ พนักงานมีเวลาทำงานอื่นเพิ่มมากขึ้น 2.ลดความเสี่ยง ควบคุมวัตถุประสงค์การส่งเสริมปัจจัยเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ลดความผิดพลาดจาก Human Error ช่วยให้ข้อมูลการรับของในระบบตรงกับสินค้าจริง สุดท้ายคือ      ลดต้นทุน ลดค่าใช้จ่ายพนักงานในการทำเอกสารรับของ ลดการใช้กระดาษ ลดการเก็บเอกสาร

“ผมประทับใจในวิธีการทำงานกับ ทีเอ็มบี ซึ่งเป็นการ Co-Create สิ่งใหม่ๆร่วมกัน ทำการ Hack      หาไอเดียใหม่ๆ หาโซลูชันที่ตอบโจทย์ชาวไร่ของมิตรผลได้ดีที่สุด รวมถึงการลงพื้นที่เข้าหาชาวไร่ ทดลองและทดสอบโซลูชันต่างๆร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อคิดหาวิธีการแก้ไขปัญหาได้อย่างครบทุกมิติอย่างแท้จริง” ดร.ศรายุธ ทิ้งท้าย

BACK TO TOP