ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ปั้น CO.Lab ศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่ ของ SC Asset - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Property
  • Sponsored Content >
  • ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ปั้น CO.Lab ศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่ ของ SC Asset
SPONSORED CONTENT

ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ปั้น CO.Lab ศูนย์กลางความคิดสร้างสรรค์แห่งใหม่ ของ SC Asset

Forbes Thailand

ยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเทคโนโลยีที่ไม่หยุดนิ่ง ก่อเกิดโอกาสและนวัตกรรมใหม่ๆ ทุกเวลา ส่งผลให้คุณณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำากัด (มหาชน) หรือ SC บริษัทอสังหาริมทรัพย์คุณภาพชั้นนำ ปรับกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กรครั้งใหญ่ให้สอดคล้องกับพลวัต หนึ่งในนั้นคือการสร้าง CO.Lab สถานที่ทำงานแห่งใหม่ที่ก่อเกิดความคิดสร้างสรรค์ ตอบโจทย์การเป็น “Living Solutions Provider” มุ่งมั่นส่งมอบความสุขและที่อยู่อาศัยคุณภาพเยี่ยมแก่ทุกคน

“ที่ทำงานต้องให้พลังงาน มอบความสุขและความคิดสร้างสรรค์กับเรา เช่นเดียวกับการสร้างบ้านให้ลูกค้า เมื่อเขาออกไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ แล้วกลับเข้าบ้าน บ้านก็ควรเป็นสถานที่เติมเต็มพลังและความสุข”

ด้วยแนวคิดดังกล่าวของคุณณัฐพงศ์ ผู้เป็นซีอีโอของ SC นำสู่การสร้าง CO.Lab บนพื้นที่ 1,000 ตารางเมตร ภายในสำนักงานของ SC ถนนวิภาวดี ออกแบบโดยเน้นฟังก์ชันให้ทุกคนสามารถใช้งานร่วมกัน    เปิดรับแสงแดดภายนอกสร้างความสดชื่น มีพลัง มีชีวิตชีวา ใช้โทนสีที่หลากหลาย สื่อถึงความสดใสและความผ่อนคลายและเน้นแนวคิดความยืดหยุ่น ผ่านการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่เคลื่อนย้ายได้สะดวกรวดเร็วตามการใช้งาน ทั้งหมดเพื่อเอื้อต่อการเกิดความคิดสร้างสรรค์ เหนือสิ่งอื่นใด CO.Lab ยังสัมพันธ์กับนโยบาย แนวคิด และวัฒนธรรมองค์กรอย่างกลมกลืน ซึ่งภายใต้การนำของคุณณัฐพงศ์ SC ได้ผ่านการปรับเปลี่ยนเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้องค์กรเติบโตอย่างยั่งยืนมาแล้ว 3 ครั้งด้วยกัน

ครั้งแรกคือ “Rebranding” ในปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่องค์กรมุ่งสู่รายได้หมื่นล้านบาท เน้นสร้างแบรนด์  และโลโก้ของ SC ให้ทุกคนรู้จักและจดจำว่า เป็นแบรนด์อสังหาฯ ลักชัวรีที่อบอุ่น เป็นที่มาของสโลแกน “For Good Mornings” หรือเช้าที่ดีของลูกค้าทุกคน จากนั้นในปี 2015 ซึ่ง SC มีรายได้สูงกว่าหมื่นล้านบาทแล้วได้ “Repositioning” ทำบ้านเดี่ยวทุกราคา จากเดิมที่เน้นบ้านราคาระดับบน โดยยังคงคุณภาพสูงสุดไว้เช่นเดิม

“การเปลี่ยนแปลงครั้งที่ 3 คือ ‘Re-Invention’ ในปี 2018 เพราะเป็นช่วงที่พฤติกรรมผู้อยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุด มีเรื่องดิจิทัล เทคโนโลยี ที่เปลี่ยนการใช้ชีวิตของผู้คน SC จึงเลิกคิดว่า
ตัวเองเป็น developer เพราะมองได้แค่มุมจากเรา และเปลี่ยนมุมมองใหม่เป็น ‘Living Solutions- Provider’ ลูกค้าคือศูนย์กลาง มุมมองเราก็จะกว้างขึ้น ทำงานกับคนต่างอินดัสตรีมากขึ้น ซึ่งเมื่อเราโฟกัสที่ลูกค้าแล้ว หากลูกค้าเปลี่ยนไป อย่างไรเราก็พร้อมจะปรับตัวตลอดเวลา” ซีอีโอของ SC อธิบาย พร้อมเผยถึงหนึ่งในสิ่งที่จุดประกายให้เปลี่ยนองค์กรเป็น “Living Solutions Pro vider” ว่า คือหนังสือ ‘The Digital- Matrix New Rules for Business Transformation Through Technology’ โดย Venkat Venkatraman ที่เล่าเรื่อง แลนด์สเคปของธุรกิจยุคนี้ และพฤติกรรมมนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปเพราะ disruptive technology และบริษัทจะหาทางรับมืออย่างไร

เพื่อเดินหน้าสู่จุดหมาย SC จึงพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดยั้ง อาทิ มี co-creation กับพาร์ทเนอร์ใน ecosystem เช่น ริเริ่ม “Sun Share Project” กับ BCPG ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทางเลือก โดยทดลองให้หลังคาบ้านจำนวนหนึ่งของลูกค้า SC ผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ หากอนาคตมีการผลิตเป็นจำนวนมาก    ก็สามารถจำหน่ายบนแพลตฟอร์มบล็อกเชนได้

SC สร้างสรรค์ Living Solution Platform เพื่อมอบ Solutions ที่รู้ใจให้ลูกค้า ภายใต้แนวคิด Human-Centric โดยพัฒนาแอปพลิเคชัน “Baan RueJai” (บ้านรู้ใจ) เพื่อส่งมอบประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เปี่ยมด้วยคุณภาพและบริการที่ดีที่สุดแก่ลูกบ้าน ทั้งบริการแจ้งซ่อมบำรุง การติดต่อสอบถาม ที่รวดเร็วทันใจ อัพเดทข่าวสารและสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงภายในแอปพลิเคชัน มีฟีเจอร์ “RueJai Subscription” บริการแพ็กเกจดูแลบ้านรายเดือน อาทิ บริการจัดสวน ทำความสะอาด ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ของ  ลูกบ้าน พร้อมพัฒนาฟีเจอร์อื่นๆ อย่าง รีไฟแนนซ์ ระบบควบคุมการทำงานภายในบ้าน ฯลฯ

“พอมุมมองเราเปลี่ยนเป็นลูกค้าคือศูนย์กลางเมื่อไรที่เราเห็นปัญหาของลูกค้า โซลูชันต่างๆ จะออกมาเอง”  คือความเห็นของผู้บริหารระดับสูงของ SC

วัฒนธรรมองค์กรเป็นอีกสิ่งที่คุณณัฐพงศ์ให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวด โดยปลายปีที่ผ่านมาได้ประกาศวัฒนธรรมองค์กรใหม่ ภายใต้แนวคิด #SKYDIVE สู่การเป็น “Living Solutions Provider” ซึ่งมีค่านิยม 4 ประการ คือ “Care” ใส่ใจเพื่อน รู้ใจลูกค้า “Courage” กล้าคิด กล้าพูด กล้าทำเพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ “Collaboration” ทำงานร่วมกับเพื่อนต่างแผนกหรือต่างบริษัท และ “Continuous Improvement” เรียนรู้สิ่งใหม่เพื่อพัฒนาตัวเองไม่สิ้นสุด

ซีอีโอของ SC ย้ำว่า วัฒนธรรมองค์กรคือสิ่งที่ต้องทำต่อเนื่อง ขณะนี้พนักงานทุกคนปฏิบัติงานสอดคล้องกับแนวคิดดังกล่าวมากขึ้นและสิ่งหนึ่งที่ จะช่วยสนับสนุนวัฒนธรรมองค์กรให้ยิ่งแข็งแกร่ง คือการมีสถานที่ทำงานที่ออกแบบโดยมีรากฐานจาก #SKYDIVE ความคิดสร้าง CO.Lab ซึ่งจะเป็นพื้นที่ทำงานร่วมกัน    จึงเกิดขึ้นปลายปี 2017 ใช้เวลาศึกษา ออกแบบ และสร้างราว 1 ปี ก่อนเปิดใช้เมื่อต้นปีนี้ ซึ่งนอกจาก CO.Lab ยังมีโซน Social Lunch พื้นที่ราว 1,000 ตารางเมตร ออกแบบด้วยแนวคิดแคนทีนมหาวิทยาลัยที่ทุกคนสามารถนั่งรับประทานอาหารตรงไหนก็ได้ ทำให้พนักงานเข้า ถึงผู้บริหารระดับสูงได้ง่ายขึ้น

หลังจากเปิดให้พนักงานเข้าใช้ CO.Lab มาได้ระยะหนึ่ง สิ่งที่คุณณัฐพงศ์เห็นคือ นอกจากส่งเสริม “Collaboration” แล้วยังเห็น “Courage” พนักงานกล้าพูด กล้าแสดงความคิดเห็นอย่างชัดเจน ซึ่งหลายครั้งทำให้ผู้บริหารทราบถึงวิธีคิดใหม่ๆ ที่สามารถนำไปพัฒนาต่อยอดการทำงานให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น

“วิสัยทัศน์ของ SC คือ ราวปี 2050 เราจะมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 1 ล้านคน ซึ่งการที่เราจะทำอย่างนั้นได้ วัฒนธรรมองค์กรต้องแข็งแรง เพื่อสร้างเช้าที่ดีให้ลูกค้าทุกคน ซึ่งเรากำลังมุ่งหน้าสู่เป้าหมายนั้นอย่างมีประสิทธิภาพ” ซีอีโอของ SC สรุปอย่างมุ่งมั่น

BACK TO TOP