ก้าวต่อไปของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ตอกย้ำผู้นําร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านครบวงจรในไทย - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • News
  • Other
  • Sponsored Content >
  • ก้าวต่อไปของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ตอกย้ำผู้นําร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านครบวงจรในไทย
SPONSORED CONTENT

ก้าวต่อไปของอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ตอกย้ำผู้นําร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้านครบวงจรในไทย

Forbes Thailand

เดินหน้าขยายสาขาใหม่ครอบคลุมจังหวัดหลักและจังหวัดรอง ชูนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์
ปรับปรุงช่องทางจัดจําหน่ายออนไลน์ ตอบโจทย์ชีวิตเมืองและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

บมจ.อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ (ILM) เป็นหนึ่งในบริษัทน้องใหม่ที่เพิ่งจดทะเบียน และเปิดทําการ
ซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการและมีกระแสตอบรับเกินคาด
เพราะถ้าหากนึกถึงร้านเฟอร์นิเจอร์ของตกแต่งบ้านครบวงจร เรียกได้ว่ายืนหนึ่งคงหนีไม่พ้น “Index Living
Mall” ด้วยส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านที่มีมูลค่าตลาดสูงถึงห้าหมื่นล้านบาท
ทําให้ราคาหุ้นช่วงเปิดทําการซื้อขายที่ระดับ 22.30 บาท ปรับเพิ่มขึ้น 1.4% จากราคาจองซื้อ IPO
ที่ 22 บาท

ความเป็นจริงนอกจากร้าน Index Living Mall ที่เรารู้จักเป็นอย่างดี อาณาจักรของ ILM
มีความหลากหลายทั้งรูปแบบ ขนาดของสาขาและราคาของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มได้แก่
Momentous ที่เจาะลูกค้า Ultra Luxury สินค้าสไตล์อเมริกันลักซูรี่เน้นความหรูหรา BoConcept
เจาะกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียมสไตล์เดนิชที่มีสาขาอยู่มากมายในต่างประเทศ Trend Design
เฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นอิตาเลียนเจาะกลุ่มลูกค้าพรีเมี่ยม นอกจากนี้ยังมีแบรนด์ของเฟอร์นิเจอร์
ของตกแต่งบ้าน Index Furniture Winner Furniture และ Younique (Customized Furniture 4.0)
ตอบสนองกลุ่มลูกค้าได้ทุกไลฟ์สไตล์

“ด้วยพื้นฐานธุรกิจและความแข็งแกร่งของแบรนด์ Index Living Mall ตลอดจน สินค้าและ
ช่องทางการจําหน่ายครอบคลุมทุกระดับความต้องการและบริการที่ครบวงจร เป็นปัจจัยสนับสนุน
ความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน” คุณกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการ บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ กล่าว

คุณกฤษชนก กล่าวว่า การจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์เป็นไปตามแผนการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโต
ระยะยาว ผ่านการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เสริมสร้างศักยภาพการดําเนินงาน
และเพิ่มความสามารถการแข่งขันในธุรกิจร้านค้าปลีกของตกแต่งบ้าน โดยวางแผนขยาย Index
Living Mall เพิ่มขึ้นปีละ 2-3 สาขาทั้งในและต่างจังหวัด โดยปัจจุบัน Index Living Mall
และ Index Furniture Center เปิดให้บริการแล้วทั้งสิ้น 37 สาขา ครอบคลุมพื้นที่กว่า 22 จังหวัด
ทั่วประเทศ

แม้ว่าภาวะเศรษฐกิจยังไม่สดใสในช่วงนี้ ผู้บริหารรุ่นใหม่ของ ILM มองว่าศักยภาพของแบรนด์
และช่องทางการเติบโตของตลาดเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านขนาดเล็กยังสามารถเติบโตได้อีก
โดยเฉพาะในจังหวัดรอง จึงมีแผนขยายการลงทุนร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ภายใต้แบรนด์ Winner
Furniture ให้ครอบคลุมทุกความต้องการ

ตลาดเฟอร์นิเจอร์โซเชียลเน็ตเวิร์ก เติบโตสวนกระแส

นอกจากตลาดร้านค้าปลีกที่มีสาขาหน้าร้านแล้ว ตลาดโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างไลน์แอด (LINE@)
เป็นช่องทางที่เติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงที่ผ่านมานับเป็นลักษณะเด่น ทําให้บริษัท
สามารถได้เรียนรู้ถึงความต้องการสินค้าที่เป็นที่ต้องการของลูกค้าและมองเห็นแนวโน้มการเติบโต
ของตลาดเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการ รวมทั้งลักษณะและพฤติกรรมผู้บริโภคไทย
“ปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยเริ่มเปลี่ยนไปจากใช้เงินเพื่อการท่องเที่ยวออกนอกบ้านมาเป็นแบบ
วิถีตะวันตกกว่าก่อน คือใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้นและพร้อมใช้จ่ายเพื่อตกแต่งบ้านพักที่อยู่อาศัยจากเดิม”
คุณกฤษชนกกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า ILM ให้ความสําคัญกับตลาดออนไลน์มาก โดยเป็นหนึ่ง
ในผู้จัดจําหน่ายผลิตภัณฑ์เฟอร์นิเจอร์ออนไลน์เจ้าแรกๆ ปัจจุบันยังทํา Search Engine Optimization
(SEO) ปรับแต่งเว็บไซต์ใหม่และเพิ่มลิงค์ที่มีคุณภาพมายังเว็บไซต์ www.indexlivingmall.com
เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าในแพลตฟอร์มดิจิทัล

นอกจากตลาดเฟอร์นิเจอร์ในประเทศไทยแล้ว คุณกฤษชนกมองว่าตลาดค้าปลีกของตกแต่งบ้าน
ไทยยังมีช่องทางการเติบโตที่สดใสและมีแผนขยายอาณาจักร Index Living Mall ไปยังกลุ่ม
ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ลาว กัมพูชา และพม่า ด้วยลักษณะพื้นฐานของกลุ่มผู้บริโภค
และความต้องการมีความใกล้เคียงกัน

ชูนวัตกรรมการออกแบบ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

แม้ว่าปัจจัยการดํารงชีวิตเปลี่ยนไป คนรุ่นใหม่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองและเลือกอยู่อาศัยใน
คอนโดมิเนียมมากขึ้น ด้วยเหตุผลทางการงาน การเงิน ฯลฯ ทําให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก
มีการเติบโตขึ้นไปในทิศทางเดียวกับความต้องการอสังหาริมทรัพย์ขนาดเล็กนี้
คุณเอกลักษณ์ ปัทมสัตยาสนธิ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายพัฒนาธุรกิจ บมจ. อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์
กล่าวว่า “การเปิดตัวของแบรนด์น้องใหม่ Younique (Customized Furniture 4.0) เป็นอีกก้าว
ของการนำนวัตกรรมการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ด้วยบริการเฟอร์นิเจอร์สั่งตัด
รูปแบบใหม่ที่สามารถปรับแต่งขนาดดีไซน์และวัสดุได้เองตามความต้องการในงบประมาณ
ที่ลูกค้าพอใจ กําหนดได้เองซึ่งถือเป็นรายแรกและรายเดียวในประเทศไทย

ลูกค้าสามารถอิสระไปกับการปรับขนาดของเฟอร์นิเจอร์สั่งตัดได้ทั้งที่ Younique (Customized-
Furniture 4.0) ในอินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ 7 สาขาและการผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งใช้เวลาในการผลิต
เพียง 30 วัน อีกทั้งมีการนําเข้าเครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมารองรับการผลิตเฟอร์นิเจอร์
แบรนด์ Younique (Customized Furniture 4.0) และแบรนด์อื่นๆ ที่จะขยายตัวตามการเติบโตของธุรกิจ”

คุณเอกลักษณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ILM จะเน้นการผลิตเฟอร์นิเจอร์แบบอัตโนมัติมากขึ้น เพื่อประโยชน์
ด้านการลดต้นทุน ขณะเดียวกันยังสามารถเพิ่มมาตรฐานและความแม่นยําในกระบวนการผลิต
เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและเพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น

BACK TO TOP