วิทวัส พลไพศาล "เจ้าชาย" ผู้หมายบัลลังก์ขนมขบเคี้ยว - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • Thriving 30s >
  • วิทวัส พลไพศาล “เจ้าชาย” ผู้หมายบัลลังก์ขนมขบเคี้ยว

วิทวัส พลไพศาล “เจ้าชาย” ผู้หมายบัลลังก์ขนมขบเคี้ยว

Forbes Thailand / Admin
08 Oct 2014 | 2:57 pm 11014

เมื่อ “ถั่ว” ดุจดังลมหายใจของครอบครัว  “วิทวัส พลไพศาล” ทายาทคนโต จึงรับอาสานำทัพ ขยายดินแดน “เฮอริเทจ” ที่พ่อก่อตั้งโดยมีรากฐานมาจากรุ่นปู่ให้กว้างใหญ่ มุ่งเป้าหมายเป็น “ราชา” ส่งออกผลิตภัณฑ์ถั่วและสารพัดผลไม้อบแห้ง ข้ามน้ำข้ามทะเลสู่ 60 ประเทศทั่วโลก เดินหน้าสู่รายได้รวม 1 หมื่นล้านบาทภายใน 5 ปี

วิทวัส พลไพศาล รองประธานกรรมการ บริษัท เฮอริเทจ สแน็ค แอนด์ ฟู้ด จำกัด วัย 32 ปี  คลุกคลีและเติบโตมากับธุรกิจของครอบครัว ในวัยเยาว์เขาวิ่งเล่นในย่านเยาวราช เข้าออกร้าน ส.สหเจริญ ร้านจำหน่ายอาหารแห้งและเครื่องเทศของประพนธ์ ผู้เป็นปู่อยู่เป็นประจำ นอกจากจะเปิดร้านจำหน่ายสินค้าแล้ว ปู่ของเขายังเป็นพ่อค้ารายใหญ่ที่ส่งออกสินค้าประเภทดังกล่าวไปยังประเทศเพื่อนบ้านอีกด้วย ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป การค้าแบบขายส่งเริ่มไม่มั่นคง เนื่องจากอาจถูกการค้าสมัยใหม่อย่าง “ซูเปอร์มาร์เก็ต” เข้ามาแทนที่ “วิชา-วารี” ซึ่งเป็นลูกชายและลูกสะใภ้ และพ่อแม่ของวิทวัส จึงตัดสินใจหาช่องทางเริ่มธุรกิจใหม่

ปี 2529 วิชาก่อตั้ง บริษัท เฮอริเทจ สแน็ค แอนด์ ฟู้ด จำกัด พร้อมสร้างแบรนด์ Nut Walker เพื่อจำหน่ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์ จวบจนวันนี้ บริษัทเฮอริเทจมีไร่มะม่วงหิมพานต์ที่ จ.ระนอง และในประเทศลาว รวมพื้นที่ 3,000 ไร่ เน้นส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ และกำลังขยายการปลูกไปสู่ทวีปแอฟริกา นอกจากเม็ดมะม่วงหิมพานต์แล้ว บริษัทได้เพิ่มสินค้าถั่วประเภทอื่นๆ อีก เช่น แมคคาเดเมีย พีแคน ฯลฯ  ประกอบกับจังหวะดีที่ Blue Diamond สหกรณ์ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มเกษตรกรปลูกอัลมอนด์ชาวอเมริกัน สนใจขยายตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2530 เฮอริเทจจึงได้สิทธินำเข้าอัลมอนด์จากสหรัฐฯ ผ่านขั้นตอนการผลิตในไทย และจัดจำหน่ายในชื่อ Blue Diamond เจาะตลาดในไทยและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แม้ความฝันวัยเด็กของวิทวัส หรือที่ทุกคนในบ้านเรียกชื่อเล่นเขาว่า “ปรินซ์” คือการเป็นสถาปนิก แต่เมื่อคลุกคลีและเติบโตมากับธุรกิจของครอบครัว จึงกลายเป็นความผูกพัน และเลือกสานต่อกิจการของครอบครัวให้ก้าวหน้าแทน

เขาเลือกเรียนปริญญาตรีและปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ ที่ University of San Francisco สหรัฐอเมริกา จากนั้นใช้เวลาราวครึ่งปีศึกษาด้าน Corporate Accounting และภาษาจีน ก่อนจะกลับไทยในปี 2547 ทำงานได้ราว 2 เดือน เขาก็ขอเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ในชีวิต ด้วยการรับผิดชอบโครงการก่อตั้งโรงงานของเฮอริเทจในประเทศจีน บนเนื้อที่ 20-30 ไร่ ทางตอนเหนือของ Shanghai ขึ้นไปราว 1 ชั่วโมงครึ่ง เน้นผลิตสินค้าประเภทถั่วและผลไม้อบแห้ง พร้อมศึกษาตลาด วางกลยุทธ์ธุรกิจ กระทั่งเฮอริเทจไปได้สวยในจีน ก่อนรุกตลาดสหรัฐอเมริกา

เฮอริเทจภายใต้การบริหารของวิทวัส สร้างรายได้หลายพันล้านบาท ปี 2553 อยู่ที่ 1.67 พันล้านบาท ปี 2554 อยู่ที่ 2.22 พันล้านบาท ปี 2555 อยู่ที่ 2.16 พันล้านบาท และปี 2556 อยู่ที่กว่า 4 พันล้านบาท เขาคาดการณ์ว่า ภายใน 5 ปี รายได้รวมของกลุ่มเฮอริเทจจะสามารถแตะ 1 หมื่นล้านบาทได้ไม่ยาก

“ความสำเร็จกับความล้มเหลวแตกต่างกันน้อยมาก ถ้าเราพยายามทำต่อไปเรื่อยๆ ต่อให้ไม่สำเร็จคราวนี้ ก็ต้องสำเร็จคราวหน้า”


ติดตามอ่าน “วิทวัส พลไพศาล “เจ้าชาย” ผู้หมายบัลลังก์ขนมขบเคี้ยว” ฉบับเต็มได้ ใน Forbes Thailand ฉบับ SEPTEMBER 2014

BACK TO TOP