คมสันต์ ลี นำแฟลช เอ็กซ์เพรส ฝ่าพายุ อี-คอมเมิร์ซ - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • Thriving 30s >
  • คมสันต์ ลี นำแฟลช เอ็กซ์เพรส ฝ่าพายุ อี-คอมเมิร์ซ

คมสันต์ ลี นำแฟลช เอ็กซ์เพรส ฝ่าพายุ อี-คอมเมิร์ซ

ชีวิตในวัยเยาว์ที่ลำบากและขัดสนของ คมสันต์ ลี เป็นแรงขับให้เด็กหนุ่มที่เติบโตจากดอยวาวี จังหวัดเชียงราย มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงให้ครอบครัวในฐานะบุตรชายคนโตและเป็นพี่ชายของน้องๆ อีก 2 คน ระหว่างเรียนปริญญาตรีก็ค้าขายและทำงานบริหารในบริษัทหลังจบการศึกษามีเงินออมนับ 10 ล้านบาท

คมสันต์ ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จดทะเบียนก่อตั้ง บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ในปี 2560 ขณะอายุเพียง 26 ปี และเปิดตัวอย่างเป็นทางการเดือนพฤษภาคม 2561 ผู้บริหารหนุ่มบอกว่า ต้องใช้เงินลงทุน 400 ล้านบาทซึ่งเป็นทุนส่วนตัว หากไม่ทำธุรกิจนี้ก็มีเงินจับจ่ายใช้สอยสบายๆ ไปตลอดชีวิต แต่เขามีความฝันที่จะเป็นผู้สร้าง ecosystem ให้กับธุรกิจอี-คอมเมิร์ซของประเทศไทย

“หลายๆ ครั้งเราทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้เอาเงินเป็นตัวตั้ง เรามีความฝันว่าอยากทำสิ่งหนึ่งผมเคยถามพ่อว่า ตอนที่เขามีเงินทำไมไม่ซื้อที่ดินในกรุงเทพฯ ถ้าเขาซื้อ ผมไม่ต้องทำงานเหนื่อยอย่างนี้ เหมือนกันลูกจะถามว่า ตอนที่พ่อยังมีโอกาสดีขนาดนี้ทำไมพ่อไม่ทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ”

ในยุค new normal ที่การช็อปปิ้งสินค้าทางออนไลน์เฟื่องฟู คงมีสักครั้งที่ต้องรับหรือส่งพัสดุผ่านบริษัทขนส่งสินค้าเอกชนหนึ่งในนั้นคือ แฟลช เอ็กซ์เพรส น้องใหม่ที่มาแรง มีการเติบโตอย่างน่าจับตา โดยปี 2563 มียอดส่งพัสดุทะลุ 1.2 ล้านชิ้นต่อวัน ปี 2563 เติบโต 4,400% จากปี 2562 ปัจจุบัน มีพนักงาน 27,000 คน รถขนส่งสินค้าทุกชนิด 15,000 คัน ให้บริการครอบคลุม 77 จังหวัดมีจุดรับส่งพัสดุมากกว่า 2,500 แห่ง และคาดว่าจะถึง 10,000 แห่งภายในสิ้นปี 2563 นี้

บริษัท แฟลช เอ็กซ์เพรส จำกัด ให้บริการด้านอี-คอมเมิร์ซแบบครบวงจร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “คิดถึง ส่งถึง” และเป็นผู้ให้บริการรายแรกที่มีนโยบายเข้ารับพัสดุถึงที่เปิดให้บริการ 365 วัน และมีบริการอื่นๆ เช่น บริการด้านโลจิสติกส์ (Flash Logistics) ให้บริการรับส่งสินค้าขนาดใหญ่ บริการด้านคลังสินค้า (Flash Fulfillment) ดูแลจัดเก็บสินค้า บริการตัวแทนรับส่งพัสดุ (Flash Home) และบริการด้านการเงิน (Flash Money)

 

ความลำบากคือ แรงผลักดัน

บ่ายแก่ๆ วันหนึ่งในออฟฟิศบนถนนรัชดาภิเษก ชายร่างสูงผิวคล้ำเปิดประตูห้องประชุมขนาดเล็กเข้ามาเมื่อได้เวลานัดหมาย ในมือถือกระดาษโน้ตขนาด A4 มาด้วย นั่นเป็นร่างคำตอบที่คมสันต์เขียนด้วยลายมือเพื่อประกอบการให้สัมภาษณ์และออกตัวว่า ช่วง 3 ปีนี้ให้สัมภาษณ์สื่อน้อยมาก

พ่อของเขาเป็นนักธุรกิจ ส่วนแม่เป็นอาจารย์สอนภาษาจีนเกือบ 30 ปี พ่อไม่ค่อยอยู่บ้านและหย่ากับแม่ตอนเราอายุ 13 ปี อยู่กับแม่ ครอบครัวลำบากทำให้ทะเยอทะยานหาทางออกให้ชีวิตตนเอง พอเรียนมหาวิทยาลัยเริ่มทำธุรกิจจริงจัง ตอนเรียนจบมีรายได้หลัก 10 ล้านบาท

การสร้างรายได้จำนวนมากยขนาดนั้นมาจาก รายได้ในการค้าขายและขนส่งเสมือนการจำนวนธุรกิจในปัจจุบัน ทำ 3 ตัว 1. เปิดขายของชำหน้าหอพักหญิง ขายมาม่า ไข่ ข้าวสาร อาหารแห้ง ให้นักศึกษาทั่วไป 2. นำเข้าสินค้าจากจีน เพราะมีนักศึกษาจีนมาเรียนที่มหาวิทยาลัย 300 คน เขาอยากใช้สิ่งของที่คุ้นเคย ทั้งอาหาร เครื่องใช้เราก็นำเข้ามาขายให้

3. ส่งของให้ร้านอาหารทั้งหมดหน้ามหาวิทยาลัย ผมตื่นตั้งแต่ตี 5 ขับมอเตอร์ไซค์ไปส่งให้ทุกร้าน ไม่เก็บตังค์ ตอนเย็นไปรับออร์เดอร์ใหม่พร้อมเก็บตังค์ ของที่ส่งมี น้ำปลา กะปิ น้ำมันพืช ข้าวสาร ตัวนั้นกำไรเยอะ แม่ค้ายอมให้เราบวกกำไร เพราะไม่อยากไปจ่ายตลาดเองและขาดเงินสดเขาผัดข้าวขายถึงได้เงิน แต่เราไม่เก็บตังค์ก่อน เขาไม่ต้องไปกู้เงินสำหรับซื้อของเพราะต้องจ่ายดอกเบี้ย 10% เป็นอย่างน้อย

ระหว่างเรียนปี 2 เป็นมือปืนรับจ้างให้บริษัทซึ่งค้าขายทรายและหิน เจ้าของเป็นคนจีนซึ่งเทกโอเวอร์กิจการคนไทย มีปัญหาคือ เครื่องจักรเก่า เสียบ่อย กิจการขาดทุนส่วนตัวเขาพูดได้ทั้งภาษาไทย จีน และอังกฤษ

ผ่านไปครึ่งปีพลิกกลับทำให้บริษัทมีกำไร 15 ล้านบาท ทำอยู่ปีเศษ กระทั่งใกล้เรียนจบจึงลาออก โดยระหว่างเรียนและทำงานบริษัทยังจัดเวลาส่วนหนึ่งมาเป็นครูสอนสอนภาษาจีนให้กับนักเรียนที่โรงเรียนประชาวิทย์ จังหวัดลำปางอีกด้วย

หลังเรียนจบปริญญาตรีทำงานด้านธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพราะเห็นว่ามีคนจีนมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทยจำนวนมาก แต่ขาดช่องทางการสื่อสารทำให้ถูกหลอกง่ายเขาจึงเข้ามาดูแลในส่วนนี้

“เราเห็นโอกาส เพราะมีความรู้ภาษาจีนและมีความรู้ทางกฎหมาย ตอนนั้นเป็นตัวแทนขายบ้านให้แสนสิริและอีกหลายแบรนด์ ชักชวนคนจีนซื้อคอนโด ทำได้เกือบ 2 ปี ตอนนั้นการขายบ้านเหมือนธุรกิจขายประกัน ทุกคนไม่อยากเข้าใกล้ คิดว่าเราจะขายบ้านเอากำไร

ผมเลยทำธุรกิจอีกอย่างคือ ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ เพราะคนจีนที่อยู่ในไทยต้องการใช้สินค้าจากจีนและต้องการส่งสินค้าไทยกลับไป พอเราเปิดธุรกิจขนส่งเขาก็เข้าใกล้เราง่ายขึ้น เขาอยู่ที่นี่คือเช่าบ้านหรือซื้อบ้าน ถ้าเช่าบ้านเราก็ได้ค่านายหน้า หากต้องการซื้อบ้านเราก็ได้ขาย ตอนนั้นทำกำไรได้เยอะพอสมควร”

ต่อมาทำธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศในชื่อ บจ. ซอร์ไทย พาณิชย์ แนวคิดคือคนจีนอยู่ที่ไหนไปให้บริการที่นั่น ชีวิตช่วงนั้นต้องเดินทางไปต่างประเทศตลอด ประกอบด้วย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลี จีน เพื่อบริการลูกค้าและดีลกับสายการบิน ทำได้ 5 ปีก็ถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง

ผู้บริหารหนุ่มบอกว่า การทำธุรกิจขนส่งระหว่างประเทศมีปัญหาหลายอย่าง ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ แต่สำคัญที่สุดคือกฎหมายศุลกากร ช่วงนั้นธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในจีนเริ่มเติบโต มีคู่แข่งรายใหญ่แข่งกับบริษัทโดยตรง ประกอบกับศุลกากรเปลี่ยนกฎหมายทำให้กิจการขาดทุน

ศูนย์กลางโลจิสติกส์ธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ

เมื่ออาลีบาบายักษ์ใหญ่แห่งวงการอี-คอมเมิร์ซจีนมาลงทุนในลาซาด้าปี 2560 ส่วนเทนเซ็นต์ (Tencent) ยักษ์ใหญ่แห่งวงการอินเทอร์เน็ตก็มาลงทุนในช้อปปี้ (Shopee) คมสันต์คิดว่าถึงเวลาที่ต้องกลับประเทศไทย กลางปี 2561 ผู้บริโภคไทยจึงได้ทำความรู้จักกับ แฟลช เอ็กซ์เพรส บริษัทขนส่งที่เจ้าของเป็นคนสัญชาติไทย

ผู้ก่อตั้งให้นิยามคำว่า Flash ไว้ 2 ระดับระดับแรกหมายถึง สายฟ้า ความรวดเร็วเพราะทำธุรกิจส่งออกต้องรวดเร็ว ระดับที่ 2 เขาอธิบายว่า เมื่อฝนตกมักมีพายุ มีพายุก็มีสายฟ้า “เราเกิดในยุคที่ไม่ง่าย ลำบาก มีอุปสรรค ต้องแข็งแรง ในทางกลับกันยิ่งฝนตกสายฟ้ายิ่งแรง”

คมสันต์มองเห็นว่ามีบิ๊กเพลย์เยอร์มาอยู่ในวงการอี-คอมเมิร์ซ มีการอัดฉีดเงินทุนให้ตลาด ทำให้คนไทยยอมรับได้เร็วขึ้น เขาคาดว่าธุรกิจต้องเติบโตแน่นอน ก็คิดว่ายังขาดอะไรอีก คำตอบคือ อินฟราสตรักเจอร์จึงตั้งเป้าหมายตั้งแต่แรกตั้งบริษัทว่าจะเป็นผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซครบวงจร

ปัจจุบันมี 11 บริษัท ประกอบด้วย บจ. แฟลช เอ็กซ์เพรส, บจ. แฟลช (ประเทศไทย), บจ. แฟลช พิโก, บจ. แฟลช เพย์, บจ. แฟลช ฟูลฟิลล์เม้นท์, บจ. แฟลช มันนี่, บจ. แฟลช โลจิสติกส์ (ร่วมทุนกับ บจ. นิ่มซี่เส็ง โลจิสติกส์), บจ. แฟลช อินคอร์ปอเรชั่น, บจ. แฟลช เอ็กซ์เชนจ์, บจ. แฟลช โฮลดิ้ง และ บจ. เอฟ คอมเมิร์ซ

แม้จะมีรายได้แตะหลักพันล้านบาทต่อเดือน ตัวเลขเติบโตอย่างก้าวกระโดดช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จาก 46 ล้านเศษปี 2561 เป็น 2,122.85 ล้านบาทในปี 2562 แต่ผลประกอบการยังขาดทุน 1,655.58 ล้านบาท เหตุผลคือ ยังลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง

“เราลงทุนในคลังสินค้ามากกว่า 300 ล้านบาท ซื้อเครื่องจักรทันสมัยที่สุดจากต่างประเทศ มีประสิทธิภาพในการคัดแยกสินค้าชั่วโมงละกว่า 100,000 ชิ้น ลดความเสียหายที่เกิดจากคน มีทีมไอทีมากกว่า 200 คน ซึ่งอยู่ที่ Beijing ค่าจ้างเดือนละ 60 ล้านบาท ถ้าหยุดตรงนี้เราทำกำไรได้เลยแต่นี่ไม่ใช่คุณค่าของ Flash เราต้องสร้างคุณค่าให้ลูกค้ามากกว่านี้ ตอน Flash เข้ามาใหม่ๆ ตลาดส่งสินค้าเฉลี่ยชิ้นละ 60 บาท ตอนนี้เหลือ 18 บาท ถามว่า ใครได้ประโยชน์มากสุด

ตัวอย่างการอำนวยความสะดวก เช่น ลูกค้าก๊อปปี้ที่อยู่ของผู้สั่งสินค้าและเปิดหน้าแอป แอปจะกรอกให้อัตโนมัติ ลูกค้าที่เขียนด้วยลายมือพนักงานใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูป เอไอจะคำนวณและพิมพ์ให้ทันทีช่วยประหยัดเวลาให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์

คมสันต์มีเป้าหมายว่าจะทำให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอี-คอมเมิร์ซโลจิสติกส์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแฟลชฯ จะเป็นเสมือนทางด่วนที่เชื่อมทุกประเทศเข้าด้วยกัน เขามีความตั้งใจว่าภายใน 5 ปี จะครบถ้วนตามเป้าหมายที่วางไว้ แผนงานที่จะดำเนินการคือ 1. เป็นผู้ให้บริการอี-คอมเมิร์ซครบวงจร 2. เชื่อมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ให้เป็นแผ่นดินเดียวกัน และ 3. ขยายประเภทธุรกิจ ดูว่าในประเทศยังขาดแคลนอะไรก็ลงทุนเพิ่ม

ภาพร่างสุดท้ายของ ecosystem ที่ครบวงจรคล้ายคลึงกับจีน แต่คมสันต์มองว่าบริษัทมีโอกาสมากกว่า เพราะจีนขายสินค้ามากกว่า 80% ผ่านแพลตฟอร์มอี-คอมเมิร์ซแต่แฟลชให้บริการตั้งแต่ต้นน้ำยังปลายน้ำขณะเดียวกันลูกค้าผู้ประกอบการรายย่อยที่ค้าขายบนโซเชียลแพลตฟอร์มยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ภาพ: กิตติเดช เจริญพร


คลิกอ่านฉบับเต็มและบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนมกราคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP