ภาระหนัก : DheerajHindujaกับภาระหนี้สินของบริษัทผลิตรถบรรทุก Ashok Leyland - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • The Next Tycoons >
  • ภาระหนัก : DheerajHindujaกับภาระหนี้สินของบริษัทผลิตรถบรรทุก Ashok Leyland

ภาระหนัก : DheerajHindujaกับภาระหนี้สินของบริษัทผลิตรถบรรทุก Ashok Leyland

Forbes Thailand

DheerajHinduja ทายาทรุ่นที่ 3 แห่งตระกูล Hinduja ซึ่งร่ำรวยเป็นอันดับสามของสหราชอาณาจักร มีทรัพย์สินหนึ่งหมื่นล้านเหรียญ มีสำนักงานใหญ่ของเครือข่ายธุรกิจอยู่ในกรุงลอนดอน

ด้วยวัย 42 ปี เขาต้องรับบททดสอบอันยากเข็ญ ในฐานะประธานบริษัท Ashok Leyland ผู้ผลิตรถบรรทุกขนาดใหญ่อันดับสองในอินเดีย รองจาก Tata Motors ท่ามกลางภาวะตกต่ำในอุตสาหกรรมนี้มายาวนาน ยอดขายรถยนต์ในอินเดียหยุดชะงัก เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัวและราคาน้ำดีเซลพุ่งพรวด ทำให้บริษัทที่เคยมีแต่กำไร ต้องมาพบกับตัวเลขขาดทุนถึง 54 ล้านเหรียญในสามไตรมาสที่ผ่านมา พร้อมกับแบกหนี้กว่า 850 ล้านเหรียญ

ในปี 1998 เขาได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการบริษัทแห่งนี้ และต่อมาได้ขึ้นกุมบังเหียนในฐานะประธานบริษัทเมื่อปี 2010  เขายอมรับว่าสถานการณ์ในตลาดเวลานี้กำลังเปลี่ยนแปลง จากเดิมตลาดรถบรรทุกในอินเดียมีคู่แข่งขันเพียงสองบริษัท คือ Tata กับ Leyland  แต่ในวันนี้ต้องเจอคู่แข่งรายใหม่อย่าง Volvo และ Daimler

เขาเริ่มปรับโครงสร้างบริษัทด้วยการเชื้อเชิญอดีตผู้บริหาร Iveco มาร่วมเป็นกรรมการ เพื่อเป็นที่ปรึกษาทางด้านกลยุทธ์ จากนั้นได้ยกระดับทีมวิจัยและพัฒนา ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Chennai  ด้วยการเพิ่มจำนวนวิศวกรจาก 200 คน เป็น 1,200 คน เพื่อออกแบบรถบรรทุกรุ่นใหม่ของ Leyland เอง

“นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท เราพึ่งพาเทคโนโลยรต่างชาติมาตลอด แต่เมื่อแยกทางกับ Iveco เราต้องหัดยืนบนลำแข้งของตนเอง”

ความพยายามมองหาตลาดใหม่ โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รัสเซีย และแอฟริกา เพื่อชดเชยตลาดที่ซบเซาของเอเชียใต้  พร้อมกับการเป็นผู้จัดหายานพาหนะเพื่อส่งกำลังบำรุงรายใหญ่สุดของกองทัพอินเดีย เขาเชื่อมั่นว่า Leyland จะมุ่งสู่ความสำเร็จได้โดยไม่ลดทอนคุณภาพ

จากบริษัทภูธรที่เน้นทำธุรกิจรถยนต์ในภาคใต้ของอินเดีย  Dheeraj มุ่งมั่นให้ Ashok Leyland กลายเป็นผู้ผลิตรถบรรทุกชั้นนำหนึ่งใน 10 อันดับแรกของโลก

ในขณะนี้ เขาพอใจที่สามารถรักษาอันดับสองของอินเดียไว้ได้ โดยมีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 26  แม้ว่าจะมีคู่แข่งรายใหม่แซงหน้าเข้าเป็นอันดับ 1  ด้วยการทำสงครามราคา

 

“ผมอยากเป็นที่ 1 ในด้านความน่าเชื่อถือมากกว่า”
เรื่อง: NaazneenKarmaliเรียบเรียง: ปริญญา ม่วงอากาศ สรุปและเรียบเรียงจากคอลัมน์ THE NEXT TYCOONS: A GENERATION EMERGES ประจำฉบับ MAY 2014สามารถอ่านต้นฉบับได้ที่ DheerajHinduja Faces Trial By Fire At Truckmaker Ashok Leyland

BACK TO TOP