รุ่นที่ 2 ของ ส.ขอนแก่น รุกยุโรป บุกประเทศมุสลิม - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • The Next Tycoons >
  • รุ่นที่ 2 ของ ส.ขอนแก่น รุกยุโรป บุกประเทศมุสลิม

รุ่นที่ 2 ของ ส.ขอนแก่น รุกยุโรป บุกประเทศมุสลิม

จากโรงงานแปรรูปห้องแถวคูหาเดียวจนกลายเป็นผู้นำในธุรกิจอาหารแปรรูปจากเนื้อหมู ทำรายได้ 2 พันล้านบาทต่อปีในรุ่นพ่อ ทายาท ส.ขอนแก่นคนโต รับมอบภารกิจแจ้งเกิดแบรนด์อาหารไทยในตลาดโลก ขยายอาณาจักรในยุโรป ตะวันออกกลาง และประเทศมุสลิมเพื่อนบ้าน

ในปี 2527 ธุรกิจ ส.ขอนแก่นเริ่มต้นขึ้นเมื่อ เจริญ รุจิราโสภณ ลาออกจากงานในโรงงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์ มาซื้อสินค้าเจ้าดังในขอนแก่น แล้วติดยี่ห้อ ส.ขอนแก่น ที่หมายถึง “สินค้าขอนแก่น” เพื่อจำหน่ายในกรุงเทพฯ เขาตั้งใจให้ชื่อแบรนด์พ้องกับชื่อจังหวัด เพื่อให้ติดหูคนไทยและสร้างการจดจำ เมื่อธุรกิจไปได้ด้วยดี เขาทุ่มเงิน 3 แสนบาท ตั้งโรงงานแห่งแรกในห้องแถวคูหาเดียวที่เสียค่าเช่าเดือนละ 8,000 บาท เริ่มต้นกับคนงานไม่ถึง 8 คน  พร้อมกับความหวังว่าจะทำให้สินค้าของตัวเองไปไกลในระดับโลก

“คนอื่นอาจมองเจริญออกจากซีพีแล้วต้องไปขายหมูหยอง แต่ไม่มีใครกินหมูหยองไม่เป็น และเมื่อคุณเข้าจีนได้ คุณก็สามารถคุมได้ทุกประเทศที่มีคนจีนไปอยู่ ผมคิดแค่นี้ วิสัยทัศน์เมื่อ 30 ปีที่แล้วคือ การ go global แต่ไม่กล้าบอกใคร บอกไปเขาก็หัวเราะ” เจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ส.ขอนแก่น ฟู้ดส์ จำกัด (มหาชน) ในวัย 67 ปี ย้อนความหลัง

หลังจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2536 เพื่อสร้างความแข็งแกร่งด้านเงินทุน ทำให้การก้าวสู่ตลาดต่างประเทศเป็นไปได้อย่างมั่นคง ส.ขอนแก่นจึงเริ่มสร้างตลาดในฮ่องกง เขาหมดเงินไปมากกว่า 100 ล้านบาท เพื่อทำให้คนบนเกาะรู้จัก ส.ขอนแก่น ขณะเดียวกันก็รุกตลาดฝั่งโลกตะวันตกที่โหดไม่แพ้กัน เพราะถูกควบคุมเข้มงวดเป็นพิเศษ เพราะเขามองว่าประเทศไทยอยู่ในโซนระบาดของโรคปากและเท้าเปื่อย

แม้ ส.ขอนแก่นจะวางจำหน่ายในต่างประเทศมานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่การสร้างฐานการผลิตในยุโรปและรุกตลาดโลกจริงจัง เพิ่งจะเริ่มในปี 2550 เมื่อ จรัสลภ รุจิราโสภณ ทายาทคนโต ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายงานปฏิบัติการ) เข้ามาช่วยงานในวัย 24 ปี หลังเรียนจบปริญญาโทบริหารการตลาดจาก Aston University ประเทศอังกฤษ  งานแรกของเขาคือการสร้างโรงงานในประเทศโปแลนด์

“ถ้าเป็นตอนนี้ให้ไป เราไม่ไป แต่ตอนนั้นเพราะไม่รู้อะไร จบมาใหม่ๆ ให้ทำก็ทำเลย คิดว่าไม่น่ายากอะไร แต่เอาเข้าจริงยาก” จรัสลภ ในวัย 36 ปี เล่าให้ฟัง

ในวันนี้ ส.ขอนแก่นมิได้มีแค่อาหารพื้นเมือง แต่ยังขยายธุรกิจไปยังอาหารแปรรูปอื่น ไม่ว่าลูกชิ้นปลา อาหารขบเคี้ยวแปรรูป อาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน ธุรกิจร้านอาหารประเภท Quick Service Restaurant (QSR) และธุรกิจฟาร์มหมู พร้อมกับการบุกเบิกตลาดใหม่ทั่วโลก โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างโรงงานที่ได้รับมาตรฐานฮาลาล (Halal) ซึ่งน่าจะเสร็จในเดือนมกราคมปีหน้า


ติดตามอ่าน “รุ่นที่ 2 ของ ส.ขอนแก่น รุกยุโรป บุกประเทศมุสลิม” ฉบับเต็มได้ ใน Forbes Thailandฉบับ SEPTEMBER 2014

 

BACK TO TOP