ภัทรา มณีรัตนะพร Perfectionist ฉบับทายาท "แลนดี้ โฮม" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • The Next Tycoons >
  • ภัทรา มณีรัตนะพร Perfectionist ฉบับทายาท “แลนดี้ โฮม”

ภัทรา มณีรัตนะพร Perfectionist ฉบับทายาท “แลนดี้ โฮม”

7 ปีที่ทายาทรุ่น 2 ของ “แลนดี้ โฮม” ศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของไทย ได้เข้ามาบริหารงานต่อจากรุ่นพ่อ สามพี่น้องประสานพลังขับเคลื่อนแลนดี้ โฮม เติบโตสวนกระแส และวันนี้ได้ตอกย้ำความแข็งแกร่งอีกครั้ง ด้วยการขยับแนวรุกสู่ตลาดลักชัวรีกับเป้าหมายยอดขาย 2 พันล้าน

Forbes Thailand ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “ภัทรา มณีรัตนะพร” หรือ “นุ่น” บุตรสาวคนกลางของ พิเชษฐ มณีรัตนะพร ผู้ก่อตั้ง บริษัท แลนดี้ โฮม (ประเทศไทย) จำกัด ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทำงานร่วมกับพี่สาว “พรรัตน์ มณีรัตนะพร” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขาย และน้องชาย “พานิช มณีรัตนะพร” ผู้อำนวยการฝ่ายก่อสร้างและบริหารสำนักงาน

ตลอด 30 ปี แลนดี้ โฮมมีความแข็งแกร่งของสองเสาหลักที่เป็นส่วนสำคัญของธุรกิจศูนย์รับสร้างบ้าน ทั้งฝ่ายขายและการก่อสร้าง แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่นในตลาด คือการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ “ภัทรา” ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นงานที่ชอบ งานที่ใช่ และตรงจริตกับตัวเองที่สุด

“ธุรกิจรับสร้างบ้าน จุดขายสำคัญคือความมั่นคงและความน่าเชื่อถือ ซึ่งผู้ประกอบการทุกรายให้ความสำคัญ แต่สิ่งที่จะสร้างความแตกต่าง คือ ภาพลักษณ์ และแบรนด์ ที่อยู่ในใจผู้บริโภค เช่นเดียวกับธุรกิจธนาคารที่มีสินค้าและบริการที่ไม่แตกต่างกัน และสิ่งที่ทำให้ผู้บริโภคเลือกใช้ คือภาพลักษณ์และแบรนด์ที่อยู่ในใจผู้บริโภค” ภัทรากล่าวถึงมุมมองในการทำธุรกิจศูนย์รับสร้างบ้านในประเทศไทย ซึ่งทำให้ธุรกิจของแลนดี้ โฮมสามารถเติบโตอย่างต่อเนื่องเป็นตัวเลขสองหลักแม้ในยามที่เศรษฐกิจชะลอตัว

 

วางระบบการตลาดที่ทันสมัย

ภัทราเข้ามาช่วยธุรกิจที่บ้านตั้งแต่ปี 2556 หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้าน Jewelry Design จากมหาวิทยาลัย Central Saint Martins กรุง London ประเทศอังกฤษ จากนั้นเรียนต่อปริญญาโทด้านบริหารการตลาด (Marketing Management) จาก University of Westminster ประเทศอังกฤษ

หลังจากเรียนจบกลับมา ได้ทำงานที่บริษัท เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป (CMG) ดูแลการนำเข้าแบรนด์ชั้นนำจากต่างประเทศเพื่อทำตลาดในประเทศไทย พร้อมศึกษาในหลักสูตรด้านบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต (MBA) จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ควบคู่ไปด้วย

“ปี 2556 บริษัทมีปัญหาภายในจากการลาออกของฝ่ายขายและการตลาด คุณพ่อจึงให้เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจ เราได้เข้ามาที่แลนดี้ โฮม พร้อมกับพี่สาว เริ่มวางระบบกันใหม่ตั้งแต่วันแรก ซึ่งถือว่าโชคดีที่ได้เข้ามาเริ่มสร้างทีมใหม่ วางทิศทางและปูรากฐานให้แลนดี้ โฮม เป็นศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ที่มีความทันสมัย เมื่อคุณพ่อซื้อไอเดีย เราก็เริ่มลงมือทำทันที” ภัทราเล่าย้อนอดีตที่ผ่านมา

ทันทีที่บิดาไฟเขียว แลนดี้ โฮมโฉมใหม่ได้เริ่มตันด้วยการรีแบรนดิ้งโชว์รูมและสำนักงานทุกสาขา พร้อมทั้งปรับภาพลักษณ์การบริการให้เทียบเท่าบริการจากโรงแรม 5 ดาว เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่เดินทางมาใช้บริการ โดยตอกย้ำความเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับบริการที่ดี รวมไปถึงการพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ทันสมัย มีความหลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ตรงใจมากที่สุด

แบบบ้านในปัจจุบันของแลนดี้ โฮม มีให้เลือกมากกว่า 300 แบบ

“ช่วงแรกมีปัญหาเล็กน้อย เพราะเราจบด้านออกแบบดีไซน์จิวเวลรี จึงมุ่งเน้นไปที่ความสวยงามเป็นหลัก แต่สิ่งที่บ้านจะต้องมีคือฟังก์ชั่นการใช้งานด้วย พอปรับจูนแนวคิดก็พัฒนาได้เร็วขึ้น” ภัทรากล่าวถึงการพัฒนาออกแบบบ้านจนมีจำนวนกว่า 300 แบบในปัจจุบัน

ด้วยความเป็น Perfectionist งานทุกงานที่ออกมาต้องสมบูรณ์แบบ ซึ่งเป็นนิสัยส่วนตัวของภัทรามาตั้งแต่เป็นนักเรียน เมื่อใดมีการประกวดออกแบบเครื่องประดับ เธอต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ผลงานสามารถคว้ารางวัลที่ 1 มาครอง

โดยเฉพาะเมื่อเข้ามาทำงานและได้รับคำแนะนำ ติชมจากบิดา ทำให้เธอยิ่งมีความพยายามที่จะพัฒนาปรับปรุงให้การบริการ และการสร้างบ้านออกมาให้ดีที่สุด รวมถึงสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุด ซึ่งพิสูจน์ได้จากช่วง 3 ปีหลัง ผลการดำเนินงานของแลนดี้ โฮม เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก และผลสำรวจความพึงพอใจของผู้บริโภคให้แบรนด์แลนดี้ โฮม เป็นศูนย์รับสร้างบ้านอันดับ 1 ของประเทศ

 

คัดเลือกทีมงานคนรุ่นใหม่

ช่วงที่ภัทราเข้ามารับผิดชอบฝ่ายการตลาดของบริษัท เป็นช่วงที่สื่อดิจิทัลมีการเติบโต เธอจึงผสมผสานระหว่างสื่อออนไลน์และออฟไลน์ โดยอาศัยเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการขาย โดยเฉพาะการจัดกิจกรรมออกบูธโรดโชว์ ซึ่งเป็นกิจกรรมการตลาดหลักของธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะมีลูกค้าผ่านช่องทางดังกล่าวถึง 70%

โดยปีนี้จะนำเทคโนโลยี VR มาใช้ เพื่อสร้างการรับรู้ของผู้บริโภคว่าแลนดี้ โฮม เป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่มีแบบบ้านตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ สามารถเลือกและปรับเปลี่ยนแบบได้ตามความต้องการ

ขณะเดียวกัน ได้วางระบบกระบวนการ ขั้นตอนการทำตลาด เป็นคู่มือสำหรับพนักงาน ให้สามารถทำงานอย่างเป็นระบบ ลดขั้นตอน และไม่ต้องใช้พนักงานจำนวนมาก ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลง ทั้งนี้ ปัจจุบันทีมงานฝ่ายตลาดมีประมาณ 11 คน จากพนักงานทั้งหมด 200 คน ที่สำคัญทุกคนเป็นเจเนอเรชั่นเดียวกัน ที่สามารถพูดคุยสื่อสาร เข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน

“เป็นความโชคดีอย่างที่เราเข้ามาวางระบบตั้งแต่ต้น รวมถึงคัดเลือกบุคลากรในการเข้ามาทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจเรื่องเทคโนโลยี การใช้โซเชียลมีเดีย สามารถสื่อสารเข้าใจตรงกัน ทำให้การทำงานราบรื่น และที่ฝ่ายการตลาดมีเทิร์นโอเวอร์ค่อนข้างต่ำ ขณะที่การทำงานร่วมกับฝ่ายอื่นก็ไม่มีปัญหา เพราะเราเคารพซึ่งกันและกัน” ภัทราระบุ

สำหรับพนักงานของแลนดี้ โฮม แทบจะเป็นคนรุ่นใหม่เกือบทั้งหมด เพราะช่วงที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนถ่ายบุคลากรพอดีทั้ง 2 แผน คือ ฝ่ายขาย และการตลาด ขณะที่แผนกบัญชี ซึ่งทำงานมาตั้งแต่สมัยคุณพ่อ ก็ยอมรับและเคารพการทำงานซึ่งกันและกัน ทำให้ไม่มีปัญหาระหว่างเจเนอเรชั่น เช่นเดียวกับการทำงานร่วมกับคุณพ่อ พี่สาว หรือน้องชาย ก็เป็นไปอย่างราบรื่น ด้วยความเคารพในการตัดสินใจซึ่งกันและกัน

“ตั้งแต่แรก คุณพ่อก็ให้อำนาจเราตัดสินใจเลย ครั้งแรกต้องเซ็นอนุมัติงบประมาณวงเงินราว 10 ล้านบาท รู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย แต่ด้วยความเคารพการตัดสินใจที่คุณพ่อมีให้ เราก็เดินหน้า และเมื่องานประสบความสำเร็จ ทำได้ตามเป้าหมาย ก็มีกำลังใจมากขึ้นเรื่อยๆ” ภัทราเล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกที่ทำให้เธอมีความมั่นใจและก้าวเดินอย่างมั่นคงมาถึงทุกวันนี้

 

สร้างสมดุลชีวิตและงาน

แม้ภัทราจะทุ่มเทกับการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด แต่ก็ให้ความสำคัญกับการจัดสรรชีวิตที่สมดุลเช่นเดียวกัน

“คุณแม่จะยื่นคำขาดว่าห้ามนำเรื่องงานมาคุยที่บ้านต่อเป็นอันขาด” ภัทราเล่าพร้อมนึกย้อนถึงคำพูดของคุณแม่ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่นำมาใช้ในการบริหารพนักงาน เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็ให้กลับบ้านทันที เพื่อให้ทีมงานได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกาย พร้อมเริ่มงานใหม่ในวันพรุ่งนี้ โดยเป็นแนวทางการสร้างความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

“ทุกวันนี้ อยากมีความสุขเล็กๆ น้อยๆ ให้ง่ายขึ้น” ภัทรากล่าวด้วยแววตาจริงจัง เพราะตลอดชีวิตของความเป็น Perfectionist เธอมุ่งมั่นสร้างสรรค์งานที่ดีที่สุดอยู่เสมอ และต้องดีขึ้นไปอีก จึงไม่เคยหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ทั้งเรื่องการทำงาน และการเรียนรู้

มาวันนี้รู้สึกว่าอยากเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ หากทีมงานทำดีอยู่แล้ว เราก็ชมเขาบ้าง สร้างความรู้สึกดีๆ เป็นกำลังใจ กระตุ้นให้เขาทำงานด้วยความรู้สึกดีๆ จะส่งผลต่อการเติบโตขององค์กรอย่างมีความสุข

ภัทรากล่าวว่า ทุกวันนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องการดูแลสุขภาพมาก ต้องออกกำลังกายอย่างน้อย 4 วันต่อสัปดาห์ เช่น ว่ายน้ำ ออกกำลังกายแบบบอดี้คอมแบต ทั้งยังให้ความสนใจแบ่งเวลาสำหรับศึกษาเพิ่มพูนความรู้ต่างๆ เพื่อนำมาแบ่งปันกับทีมงานต่อไป และที่สำคัญเธอกำลังเตรียมตัวที่จะมีครอบครัวเล็กๆ ของตัวเอง เพราะฉะนั้นการสร้างสมดุลให้ชีวิตและการทำงานยิ่งเป็นเรื่องสำคัญมากยิ่งขึ้น

วันนี้ แลนดี้ โฮม ได้วางเป้าหมายครั้งใหม่ ที่จะก้าวไปถึงยอดขาย 2 พันล้านบาท และขยับเข้าสู่ตลาดลักชัวรี ที่คาดว่าจะทำให้เติบโตแบบก้าวกระโดด ด้วยกำลังหลักสำคัญของทายาทตระกูลมณีรัตนะพร ที่พร้อมจะพิสูจน์ฝีมือในการนำพาองค์กรก้าวข้ามวิกฤตอีกครั้งในปีนี้

 

 

ภาพ: จันทร์กลาง กันทอง


ไม่พลาดเรื่องราวน่าสนใจอื่นๆ ของเรา ติดตามเราได้ที่ เพจเฟซบุ๊ก Forbes Thailand Magazine

BACK TO TOP