กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี นายหญิง "TPOLY Group" - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • People
  • Power Women >
  • กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี นายหญิง “TPOLY Group”

กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี นายหญิง “TPOLY Group”

การเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ของ “เจริญ จันทร์พลังศรี” ผู้นำครอบครัว ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) ในปี 2556 เป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ “กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี”

ในวัย 50 ปีเศษ กนกทิพย์ จันทร์พลังศรี ต้องปรับจูนบทบาทชีวิตใหม่ เพื่อดูแลกิจการทั้ง 4 แห่งของ TPOLY Group ประกอบด้วย บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPOLY ทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง, บมจ. ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง หรือ TPCH ประกอบธุรกิจหลักโดยถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ซึ่งผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน โดย TPOLY ถือหุ้นใหญ่ใน TPCH 41.26%, บริษัท ทีพีซี แอสเสท จำกัด ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ภายใต้ชื่อแบรนด์ “กรีนิช” และ บริษัท ทีพีซี บางกอก ซัพพลาย จำกัด ประกอบธุรกิจซื้อขายสินค้ากลุ่มวัสดุก่อสร้างและอื่นๆ โดยมี TPOLY เป็นบริษัทแม่

ภายหลังการสูญเสียผู้บริหารอย่างกะทันหัน บริษัทขาดทุนติดต่อกันหลายปี “ไชยณรงค์” น้องชายของเจริญก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแทน ปี 2557 กนกทิพย์จึงเข้ามาสานต่องานที่บริษัทในตำแหน่ง CFO และดูแลภาพรวมของ TPOLY และ TPCH ในตำแหน่งประธานกรรมการบริหารทั้งสองแห่งตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2560 เป็นต้นมา

 

เริ่มต้นจากธุรกิจก่อสร้าง

หลังจบการศึกษาด้านวิศวกรโยธา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “เจริญ” ทำงานกับบริษัท อิตาเลียน-ไทย จำกัด เป็นเวลา 8 ปี โดย 4 ปีแรกทำงานภาคสนาม 4 ปีหลังทำงานด้านการบริหารจัดการ และลาออกมาตั้ง บริษัท ไทยโพลีคอนส์ จำกัด ในปี 2531 ด้วยทุน 1 ล้านบาท มีผู้ร่วมก่อตั้งอีก 2 คนคือ ไชยณรงค์ จันทร์พลังศรี น้องชายและ สุรชา ตั๊นสถาพรชัย โดยเริ่มจากการเป็นผู้รับเหมารายย่อย มีพนักงาน 30 คน คราวที่ได้งานสร้างโรงงานแห่งแรกไม่มีเงินลงทุนจึงนำบ้านไปจำนอง และขอเบิกเงินส่วนหนึ่งจากลูกค้าเพื่อเป็นทุนดำเนินงาน

ปัจจุบัน บมจ. ไทยโพลีคอนส์ หรือ TPOLY มีทุนจดทะเบียนกว่า 600 ล้านบาท เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่แห่งหนึ่งของประเทศไทย มีความเชี่ยวชาญในงานก่อสร้างหลากหลายรูปแบบและครบวงจร งานก่อสร้างที่ต้องใช้เทคนิคซับซ้อน รวมถึงบริการด้านการออกแบบ บริการด้านวิศวกรรมการจัดหาและก่อสร้าง

TPOLY Group

ส่วน บมจ. ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง หรือ TPCH ก่อตั้งปลายปี 2555 (จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ต้นปี 2558) ประกอบธุรกิจหลัก โดยการถือหุ้นในบริษัทอื่นที่ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (บริษัทเหล่านั้นได้รับสัมปทานสร้างโรงไฟฟ้า และขายไฟให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง) และให้บริการสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทย่อยและกิจการที่ควบคุมร่วมกัน

โดยลงทุนในบริษัทที่ดำเนินการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล 10 แห่ง และบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย 1 แห่ง รายได้ของ TPCH มาจากเงินปันผลที่ได้รับจากการถือหุ้นในบริษัทย่อย และการให้บริการสนับสนุนการดำเนินการของบริษัทในกลุ่ม

TPOLY Group

แม้ TPOLY Group จะมีบริษัทในกลุ่ม 4 แห่ง แต่รายได้หลักมาจากธุรกิจก่อสร้างและโรงไฟฟ้า

โดยปี 2563 บมจ. ไทยโพลีคอนส์มีรายได้รวม 4,015.28 กำไรสุทธิ 15.55 ล้านบาท และ บมจ. ทีพีซี เพาเวอร์ โฮลดิ้ง มีรายได้ 1,789.28 กำไรสุทธิ 250.95 ล้านบาท

 

รับบทผู้บริหาร

กนกทิพย์เข้ามาทำงานที่บริษัทในปี 2557 ในตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการอาวุโสกลุ่มงานบัญชีและการเงิน โดยทำหน้าที่ควบคุม ตรวจทาน บริหารจัดการงานการเงิน จัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการบัญชีและหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรในเรื่องบริษัทมหาชน รวมทั้งวิเคราะห์งบการเงินเพื่อประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทในปัจจุบันและในอนาคต

“ปกติไม่ได้ข้องเกี่ยวธุรกิจ ปีแรกหลังจากคุณเจริญเสียก็ยังไม่ได้เข้ามา ต้องจัดการเรื่องธุรกิจ ทรัพย์สิน และส่งลูกคนเล็กไปเรียนต่างประเทศ ช่วงนั้นลูกสองคนแรกเรียนอยู่ต่างประเทศแล้ว เข้ามาครั้งแรกเป็น CFO ดูแลการเงิน คุณไชยณรงค์น้องชายคุณเจริญขึ้นเป็นผู้บริหารแทน และทีมงานแข็งก็ประคับประคองมาได้ เราเข้ามาเพราะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เรียนรู้งานตั้งแต่เริ่มต้น…

ตอนเข้ามารับงานต่อได้ปรับโครงสร้างและรูปแบบการทำงานนิดหนึ่ง คุณเจริญเป็นวิศวกร ช่วงที่เขาบริหารจะตัดสินใจเองทั้งหมด เราก็ปรับมาทำงานเป็นทีม ทุก 2 อาทิตย์มีการประชุมผู้บริหารทั้ง 4 บริษัทเพื่ออัปเดตผลงาน แนวทาง ปัญหาต่างๆ ในการดำเนินงาน เช่น ดูว่างานที่เอื้อระหว่างบริษัทแม่และบริษัทลูกมีประมาณเท่าไร เวลาลงทุนโรงไฟฟ้าใหม่บริษัทแม่รับงานก่อสร้างทั้งหมด”

 

ขยายสู่ธุรกิจโรงไฟฟ้า

“คุณเจริญจับงานโรงไฟฟ้าเร็วกว่าคนอื่นเป็นธุรกิจที่ได้ผลตอบแทนสูงและทำใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย งานส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคใต้ คุณเจริญชำนาญพื้นที่ มองว่ามีศักยภาพ ไม่ค่อยมีคนแข่งขันเนื่องจากระยะทางไกล และทำโรงไฟฟ้าเป็นธุรกิจต่อเนื่อง เราใหญ่สุดทางใต้ จับธุรกิจก่อสร้างแต่แรก งานราชการทางใต้ส่วนใหญ่เป็นของเรา คู่แข่งน้อย บริษัทมหาชนที่ลงภาคใต้มีน้อย เขาก็เชื่อมั่นเรา เราจะได้งานต่อเนื่อง”

“โรงไฟฟ้าช้างแรก” ดำเนินการโดย บริษัท ช้างแรก ไบโอเพาเวอร์ จำกัด (CRB) “ช้างแรก” เป็นชื่อตำบลหนึ่งในประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดบ้านเกิด ซึ่งเจริญตั้งใจว่าจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่นี่แต่ไม่สำเร็จ เนื่องจากโดนชุมชนต่อต้าน จึงย้ายไปตั้งที่นครศรีธรรมราช

บริษัทจดทะเบียนจัดตั้งวันที่ 1 ธันวาคม ปี 2551 ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากชีวมวล มีขนาดกำลังการผลิตเสนอขาย 9.2 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่ตำบลนาโพธิ์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช และทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้าสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กมากกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ปลายปี 2554

ก่อนจะขยายกิจการมาลงทุนด้านนี้ เจริญเคยรับเหมาก่อสร้างไฟฟ้าที่จะนะ โดยยอมรับงานแบบขาดทุนเพราะต้องการเรียนรู้เทคนิค และใช้เวลาอีก 2-3 ปีเพื่อเรียนรู้โนว์ฮาว เทคนิค สำรวจความพร้อมของเชื้อเพลิง เมื่อมีองค์ความรู้ครบถ้วนจึงได้เวลาปักหมุดธุรกิจใหม่

แม้จะประสบความสำเร็จในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก็ใช่ว่าเส้นทางก่อสร้างโรงไฟฟ้าจะราบรื่น ดังที่กนกทิพย์บอกว่า

“มีอุปสรรคเยอะ แบงก์ไม่ยอมรับกว่าจะได้สินเชื่อหลายปี มองว่าเราไม่เคยทำธุรกิจจะประสบความสำเร็จไหม แต่หลังจาก COD เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ โรงไฟฟ้าเดินเครื่อง smooth คือเรายอมลงทุนแพง ใช้เครื่องจักรดีที่สุด พอโรงแรกสำเร็จ โรง 2-3-4 ก็ตามมา เป็น growth”

TPOLY Group

แม้จะมีโรงไฟฟ้า 11 แห่ง แต่ TPCH ยังมีโครงการที่จะลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ซึ่งประธานกรรมการบริหารบอกว่า มีหลายแห่งติดต่อขอให้ไปสร้างเนื่องจากบริษัทมีชื่อเสียงดี

ในส่วนของ TPOLY บริษัทแม่ซึ่งทำธุรกิจก่อสร้าง ปัจจุบันมีสัดส่วนเป็นงานภาครัฐ 80% และภาคเอกชน 20% โครงการส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด โดยปี 2564 ตั้งเป้า backlog ไว้ที่ 3 พันล้าน และครึ่งปีแรกมียอดรอรับรูู้รายได้แล้วเกือบ 1 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีแผนงานว่าจะลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม

“หากได้ตามเป้าก็จะมีรายได้จากงานก่อสร้างอีก เพราะบริษัทแม่เป็นผู้ก่อสร้างรอประกาศจากภาครัฐเดือนสิงหาคม เรายื่นขอสัมปทานไว้ 5-6 แห่ง เป็นโรงงานไฟฟ้าชีวมวล”

รวมทั้งจะรับทำงานระบบเอง เพราะเป็นงานมี margin สูง จากเดิมที่ส่งต่อให้บริษัทอื่นดำเนินการ

“เรา takeover บริษัทคู่ค้ามารวมอยู่กับเรา เราทำงานกับบริษัทนี้เป็นสิบกว่าปีแล้ว ตอนนี้อยู่ช่วง due diligence และมีโครงการหุ้นกับบริษัท ซึ่งผลิตน้ำประปาขายให้กับนิคมอุตสาหกรรม ทั้งสองโครงการต้องใช้เงินลงทุนเยอะพอสมควร คาดว่าจะออกหุ้นกู้เพื่อระดมทุน” ประธานกรรมการบริหารกล่าว

ขอปิดท้ายด้วยสารจากผู้ก่อตั้ง “เจริญ จันทร์พลังศรี” ซึ่งปรากฏบนหน้าเว็บไซต์ของ TPOLY ความว่า

“เราตระหนักอยู่เสมอว่าการดำเนินธุรกิจของเราคือ การได้ร่วมสร้างสรรค์และแบ่งปันความสุขกลับคืนสู่ชุมชนในทุกๆ ขั้นตอนการปฏิบัติงาน และใส่ใจถึงคุณภาพชีวิตสิ่งแวดล้อม และเราเชื่อเสมอว่าการเกื้อกูลซึ่งกันและกันจะทำให้เราเติบโตอย่างยั่งยืน”

 

อ่านเพิ่มเติม:


คลิกอ่านฉบับเต็ม และบทความทางด้านธุรกิจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนสิงหาคม 2564 ในรูปแบบ e-magazine

BACK TO TOP