ธนวิชญ์ ต้นกันยา ถอดดีมานด์เสือนอนกินปั้น HORGA

ธนวิชญ์ ต้นกันยา ถอดดีมานด์เสือนอนกินปั้น HORGA

โจทย์ธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงจากความต้องการด้านการจัดการสู่การเติบโตเป็นแรงขับเคลื่อนให้ธุรกิจระบบสำหรับบริหารหอพักและอะพาร์ตเมนต์ประกาศรีแบรนด์ใหญ่ในรอบทศวรรษ ด้วยการขยายโซลูชันครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร พร้อมทรานส์ฟอร์มผ่านนวัตกรรมที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง


    การเติบโตในครอบครัวเจ้าของธุรกิจหอพักและอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในจังหวัดพิษณุโลกได้สร้างแรงบันดาลใจให้นักศึกษาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์มุ่งมั่นสร้างระบบบริหารจัดการหอพักในรูปแบบออนไลน์ ด้วยความเข้าใจการทำงาน เบื้องหลังที่มีความซับซ้อนตั้งแต่การจัดการสัญญาเช่า การออกบิลค่าเช่า การติดตามการชำระเงิน การแจ้งซ่อม โดยเฉพาะการบริหารผู้เช่าจำนวนมาก ซึ่งการพัฒนาเทคโนโลยีและโซลูชันแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์เป็นคำตอบสำคัญที่สามารถช่วยแก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้

    “คุณแม่มีหอพักร่วมกับญาติๆ ที่พิษณุโลก 30 ห้อง เมื่อก่อนเป็นบิลเงินสดเขียนค่าน้ำค่าไฟ ต่อมาเราทำฟอร์ม Excel และพิมพ์ใส่กระดาษให้คุณแม่กดเครื่องคิดเลขกรอกลงฟอร์ม เพราะท่านไม่ถนัดใช้คอม ซึ่งเราทำมาตั้งแต่เรียนและพยายามคิดแก้ปัญหานี้มาตลอด บวกกับช่วงมหาลัยเราเลือกเรียน Innovation to Market เน้นการสร้างนวัตกรรมที่ขายได้ โดยเราเริ่มจากนาฬิกาเจาะกลุ่มทัวร์ และได้พบกับพี่ก้อง (ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม) ซึ่งทำงานที่ True Innovation ให้เราฝึกงาน และได้เรียนรู้บทเรียนแรกว่า การเป็นผู้ประกอบการไม่มี KPI หรือใครบอกว่าต้องทำอะไร การตัดสินใจถ้าพลาดเราต้องรับผิดชอบเอง ผลงานสำคัญกว่าเวลาเข้าออกงาน และการพัฒนาสินค้าต้องออกไปคุยกับคนแทนที่จะนั่งในห้อง” ธนวิชญ์ ต้นกันยา ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮอร์แกไนซ์ จำกัด กล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงศึกษาปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

    ระหว่างเรียนชั้นปีที่ 3 ธนวิชญ์ได้มีโอกาสฝึกงานกับ ดร.พณชิต ประมาณ 3 เดือนที่ True Innovation ก่อนจะเข้าร่วมโครงการ Disney International Exchange Program ที่ Walt Disney World รัฐ Florida ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำให้ค้นพบคำตอบการทำธุรกิจที่ต้องสร้างคุณค่าตอบโจทย์ความต้องการจริง 

    “สมัยยังไม่มีสมาร์ทวอช เราขายนาฬิกาให้บริษัททัวร์ แต่ขายไม่ได้ เพราะเขาต้องการเสื้อหรือหมวกที่ได้แบรนด์ดิ้งมากกว่า ซึ่งระหว่างทางกลับบ้านเราเจอป้ายหน้าหอพักติดว่าไม่รับเงินสด โอนเข้าธนาคารเท่านั้น เราจึงมองเห็นปัญหาบวกกับครอบครัวเราก็มีปัญหาการเก็บเงินที่ต้องทำในกระดาษ เราจึงเปลี่ยนโปรเจกต์

    “พี่ก้องให้เราตอบคำถามว่า ลูกค้าคือใคร ลูกค้ามีปัญหาอะไร และเขาต้องการอะไรที่จะจ่ายเงินให้เรา โดยแนะนำว่า สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่แค่ซอฟต์แวร์เก็บเงิน และไม่ใช่ทุกหอพักเป็นลูกค้าเรา ทำให้เราต้องไปคุยกับหอพักจำนวนเป็นร้อยแต่ก็ยังหาคำตอบไม่ได้ จนมีโอกาสทำงานที่ดิสนีย์และฟังการอบรมเรื่องการสร้าง magical moment ซึ่งเป็น value ที่คนยินดีจ่าย เราจึงกลับมามองธุรกิจของเราที่จะทำให้คนยอมจ่าย นั่นคือเราจะทำอะไรก็ได้ที่ทำให้เจ้าของหอเป็นเสือนอนกิน”


ชูแพลตฟอร์มมือขวาเจ้าของหอ

    แม้จะมีเพียงไอเดียธุรกิจการเป็นมือขวาของเสือนอนกิน แต่ความมุ่งมั่นของธนวิชญ์สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน (angel investor) ลงเงินจำนวน 800,000 บาทเป็นเงินลงทุนรอบ Pre-Seed Funding เพื่อสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ช่วงเริ่มต้นก่อตั้งบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีช่วยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า เช่น หอพัก อะพาร์ตเมนต์ ห้องเช่า ให้สามารถบริหารจัดการธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านระบบดิจิทัลนับตั้งแต่ปี 2559

    “วันนั้นเรานำรีเสิร์ชกับความเชื่อเดินไปคุยกับพี่ก้อง ซึ่งพาไปพบเพื่อนอีก 3 คนเป็น angel investor ให้เงินลงทุน 800,000 บาท ร่วมถือหุ้นในธุรกิจที่มีแค่ไอเดีย ของยังไม่เสร็จ โดยกำหนดเงื่อนไขขอให้เรามีแผนธุรกิจและแผนการเงินที่ชัดเจน รวมถึงการหา CTO ทำธุรกิจด้วยกัน ซึ่งเราเริ่มจากการขอเจ้าของหอเป็นพนักงาน 1 เดือนโดยไม่รับเงินเดือน เพื่อดูว่าอะไรที่ทำให้เขาเป็นเสือนอนกินไม่ได้ 

    “ขณะเดียวกันยังหา CTO ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่สุดของเรา เพราะช่วงเริ่มต้นสตาร์ทอัพต้องทุ่มเทเวลาและเงินเดือนน้อยกว่าสายเทคเก่งๆ ได้รับจากบริษัทใหญ่ จนกระทั่งให้เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยช่วยหารุ่นน้องที่มีความฝันต้องการทำสตาร์ทอัพและเล่าให้เพื่อนฟังเกี่ยวกับโปรเจกต์ของเรา สุดท้ายวันรุ่งขึ้นเพื่อนที่กำลังจะขึ้นเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ยื่นใบลาออกบินกลับกรุงเทพฯ ช่วยเราก่อตั้งธุรกิจถึงวันนี้”


​

    ธนวิชญ์กล่าวถึงการผนึกกำลังกับ ภาวิช วัฒนวาณิชกร ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีนั่งเก้าอี้ CTO ของบริษัท ซึ่งสามารถพัฒนาแพลตฟอร์มให้ใช้งานได้สำเร็จในเวลาเพียง 4 เดือน พร้อมนำเสนอให้กลุ่มเป้าหมายหอพักในจังหวัดเชียงใหม่ทดลองใช้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อรับฟังความคิดเห็นสำหรับการพัฒนาปรับปรุงแพลตฟอร์มที่ดีที่สุด ด้วยรูปแบบการให้บริการฟรีเมียม (freemium) ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถจ่ายเงินเพิ่มได้หากต้องการอัปเกรดฟังก์ชันหรือฟีเจอร์ต่างๆ มากขึ้น

    ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญในการปรับเปลี่ยนดีไซน์และกลยุทธ์พัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมั่นใจในความพร้อมเข้าร่วมโครงการของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยร่วมงานสตาร์ทอัพไทยแลนด์จังหวัดเชียงใหม่ และคว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดสตาร์ทอัพเป็นตัวแทนภาคเหนือแข่งขันต่อในระดับประเทศ ซึ่งสามารถแจ้งเกิดธุรกิจบนพื้นที่สื่อประชาสัมพันธ์ที่ให้ความสนใจสัมภาษณ์จำนวนมาก ทำให้ยอดการดาวน์โหลดใช้งานผ่านระบบแอปพลิเคชันทั้งโทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ตเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในปี 2560

    “ช่วงการพัฒนาเราไม่ PR ออกสื่อเลย เพราะการทำสินค้านวัตกรรมต้อง customer validation และ problem solution fit รวมถึง solution product fit ซึ่งในขั้นตอน product market fit มีกระบวนการที่เราไม่ต้องการจำนวนมาก แต่เน้นการทำของที่ดี หรือ sandbox ในภาษาสตาร์ทอัพ และคีย์ต่อมาเราต้องดีพอที่คนจะมาซื้อซ้ำ โดยเมื่อเราพัฒนาถึงจุดที่มีผู้ใช้งานถึงหลักร้อยและคนจ่ายเงินดาวน์โหลดมากกว่าฟรีเมียม เราจึงพร้อม PR ด้วยการแข่งขันเวทีสตาร์ทอัพไทยแลนด์และติดอันดับ 1 ใน 5 ซึ่งมีสื่อมาสัมภาษณ์มากมาย ทำให้ยอดขึ้นคูณ 5 เท่า และเติบโตแซงทุกแพลตฟอร์มในปีนั้น”

    หลังจากขยายฐานธุรกิจครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ธนวิชญ์ก้าวต่อยังหมุดหมายกรุงเทพมหานคร ด้วยการจัดตั้งสำนักงานใหม่เพิ่มในช่วงที่ตัวเลขรายได้บริษัทเติบโตหลักสิบล้านบาท และจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่า 3,000 ราย พร้อมขยายธุรกิจและการให้บริการถึงโซลูชันฮาร์ดแวร์ Internet of Things (IoT) ทั้งกลุ่มหอพัก โรงพยาบาล และตลาดห้องเช่า


​

    ขณะที่ธนวิชญ์สามารถขยายธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งมากขึ้นด้วยเงินลงทุนรอบ Seed Funding จาก Beacon Venture Capital ซึ่งเป็นบริษัทเงินร่วมลงทุนภายใต้ธนาคารกสิกรไทยในปี 2562 พร้อมเดินหน้าความร่วมมือต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการข้อมูลเป็นระบบ โดยผู้ประกอบการสามารถเรียกดูรายงานรายรับ รายจ่าย กำไร ขาดทุน ได้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ การบริหารจัดการด้านการเงินที่ช่วยให้การเก็บค่าเช่าสะดวกและเป็นระบบมากขึ้น ทั้งระบบการแจ้งเตือนค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟสำหรับผู้เช่า ซึ่งสามารถชำระเงินผ่านแอปของธนาคารกสิกรไทยโดยไม่เสียค่าธรรมเนียม รวมถึงโอกาสผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้นและการให้ความรู้การบริหารจัดการธุรกิจผ่านการสัมมนาร่วมกัน

    นอกจากนั้น บริษัทยังได้รับการสนับสนุนเงินลงทุนรอบ Pre-Series A จาก depa Digital Venture Fund (DVenture) กองทุนร่วมลงทุนภายใต้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และ InnoSpace Thailand กองทุนร่วมลงทุนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในปี 2564 โดยเป็นสตาร์ทอัพสัญชาติไทยรายแรกในโครงการ dVenture ซึ่งวางเป้าหมายผลักดันให้เติบโตในระดับประเทศผ่านการเข้าถึงตลาดภาครัฐและมาตรการด้านภาษี รวมถึงเปิดโอกาสการเข้าถึงผู้ประกอบการภาคเอกชน SME ร้านค้า และชุมชนผ่านโครงการต่างๆ ของ depa เพื่อก้าวสู่ระดับภูมิภาคอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน

    “ทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้คนเห็นคุณค่าต้องเริ่มจากการมีวิสัยทัศน์ ซึ่งขณะนั้นปี 2558 เราคิดว่า 3 เรื่องที่โลกจะเปลี่ยน ได้แก่ mobile banking จะเป็นแอปบนมือถือ cashless society และ mobile first คนจะติดมือถือ ต้องใช้ทุกวัน และจะมีแอปเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เราตั้งใจแต่แรกในการพัฒนาระบบการบริหารจัดการหอพักให้ใช้งานบนมือถือได้ก่อนจัดการบนคอมพิวเตอร์ รวมถึงเรื่อง smart building จะเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะ IoT เกิดขึ้นแล้ว ดังนั้น เราจึงต้องทำสิ่งที่จะเกิดขึ้นอีก 5 ปีข้างหน้ามารอไว้ และสื่อสารให้เจ้าของหอเข้าใจหรือเห็นภาพนั้นเพื่อขึ้นขบวนรถไฟไปด้วยกัน”

    สำหรับในปัจจุบันบริษัทมีจำนวนห้องพักภายใต้ระบบสะสมกว่า 1.5 ล้านห้อง และการใช้งานระบบมากกว่า 12 ล้านรายการ โดยมูลค่าสินทรัพย์ของธุรกิจภายใต้การบริหารผ่านแพลตฟอร์มรวมกว่า 1 หมื่นล้านบาท ด้วยบริการจัดการหอพักครอบคลุมตั้งแต่ระบบทำสัญญาเช่าออนไลน์ การจดมิเตอร์ผ่านมือถือและคำนวณอัตโนมัติ รวมถึงออกบิลค่าเช่าอัตโนมัติ พร้อมฟังก์ชันตรวจสลิปโอนเงินและอัปเดตสถานการณ์ชำระเงินแบบเรียลไทม์

    ขณะเดียวกันยังมีระบบรายงานสรุปบัญชีหอพัก และช่วยวิเคราะห์ข้อมูลทั้งภาพรวมรายได้ กระแสเงินสด ยอดรับชำระ ยอดค้างจ่าย และกำไรขาดทุนแบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลแนวโน้มการเช่า เพื่อวางกลยุทธ์ธุรกิจหรือแผนการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบบจัดการผังห้องพัก การเช็กสถานะห้องว่าง ระบบจัดการพัสดุหอพัก ระบบสื่อสารและแจ้งประกาศผ่านแอปพลิเคชัน Horga Living สำหรับผู้เช่า

    “การใช้ระบบของเราช่วยลดต้นทุนการบริหารจัดการ เวลา และความเสี่ยง ซึ่งการจัดการหอพักเราแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่ การบริหารจัดการจากฟีเจอร์ต่างๆ ที่เราถนัด ถัดมาเป็นการเชื่อมโยง IoT โดยเรามีดิจิทัลมิเตอร์ที่นำข้อมูลเชื่อมบนคลาวด์ได้ อย่างตลาดที่มี 6,000 แผง การจดมิเตอร์จานหมุนทั้งหมดอาจใช้คน 2 คนใช้เวลาเดินจด 10 วัน 

    “แต่ระบบของเราคลิกเดียวดึงข้อมูลทั้งหมดมาคำนวณอัตโนมัติพร้อมส่งทันที รวมถึงส่วนการชำระเงินหรือ payment ของเราที่มีความแตกต่าง สุดท้ายเรื่องการให้บริการผ่านแอปพลิเคชันสำหรับลูกบ้าน ไม่ว่าจะเป็นบริการงานซ่อม แม่บ้าน การขนย้ายของ ซึ่งเราจับมือกับพาร์ตเนอร์ เช่น Fixzy, BeNeat เพราะเราอยู่ในอีโคซิสเต็มที่รู้จักกับสตาร์ทอัพ สามารถต่อกันได้ง่ายมาก”


​

พลิกโฉมยกระดับพรอพเทค

    ภายใต้วิสัยทัศน์การเป็นมากกว่าระบบบริหารหอพัก ธนวิชญ์ขยายขอบเขตการพัฒนาโซลูชันบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรด้วยแนวคิดการสร้างเทคโนโลยีจากปัญหาจริงของผู้ประกอบการ เพื่อให้เจ้าของกิจการสามารถลดเวลางานประจำ และเพิ่มโอกาสในการเติบโต รวมถึงบริหารธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมเชื่อมโยงเทคโนโลยี ข้อมูล และผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้วงการอสังหาริมทรัพย์ไทย

    ขณะเดียวกันยังเล็งเห็นความสำคัญในการปรับภาพลักษณ์องค์กรด้วยการประกาศรีแบรนด์ครั้งแรกในรอบทศวรรษจาก Horganice สู่แบรนด์ HORGA เพื่อสะท้อนบทบาทและทิศทางการดำเนินธุรกิจปัจจุบันที่ไม่ได้จำกัดเพียงระบบบริหารหอพักและอะพาร์ตเมนต์ พร้อมตอกย้ำการต่อยอดการให้บริการจากระบบบริหารหอพักสู่โซลูชันการจัดการธุรกิจครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร

    “ช่วงที่ผ่านมาเราเปลี่ยนจาก physical economy เป็น digital economy และกำลังขยับสู่ new economy ซึ่งมีหลายเรื่องมากที่ไม่จำเป็นต้องดิจิทัลแล้ว เช่น AI, พลังงานสีเขียว ความยั่งยืน ไบโอเทคโนโลยี ย้อนกลับมาที่วิสัยทัศน์ของบริษัทตั้งแต่แรกเราต้องการให้เจ้าของหอเป็นเสือนอนกิน แต่วิสัยทัศน์ใหม่วันนี้เราต้องการพัฒนานวัตกรรมผ่านความเข้าใจของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง โดยมีเป้าหมายการเพิ่มรายได้สูงสุดให้ลูกค้า ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะการเป็นห้องพักให้เช่า เช่น การใช้นวัตกรรมเปลี่ยนพื้นที่เช่าเป็นการใช้เทคโนโลยีปลูกสตรอว์เบอร์รี่ส่งให้ร้านอาหารข้างๆ ได้ผลไม้สดใหม่”

​

​

    ธนวิชญ์กล่าวถึงการขับเคลื่อนธุรกิจและบริการของ HORGA ดำเนินงานผ่าน 5 แบรนด์ ได้แก่ Horga Apartment ระบบบริหารหอพักและอะพาร์ตเมนต์ ลดเวลาทำงาน เพิ่มกำไรให้ธุรกิจ สรุปรายงานผลประกอบการแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งอยู่เป็นทุนเดิม Horga Living แอปพลิเคชันสำหรับผู้เช่า จ่ายบิลและแจ้งเรื่องซ่อมง่าย สะดวกทุกการอยู่อาศัย สรุปค่าใช้จ่ายชัดเจน จัดการงบได้ง่ายขึ้น เป็นอีกหนึ่งบริการที่ต่อยอดมาจากธุรกิจแรก

    นอกจากนั้น Horga Market ระบบบริหารตลาดและแผงค้า จัดผังพื้นที่และเก็บค่าเช่าง่าย ออกแบบมาเพื่อธุรกิจตลาดโดยเฉพาะ ดูภาพรวมตลาดทั้งโครงการ หรือเจาะลึกรายโซน เพื่อนำข้อมูลไปปรับผังแผงค้าให้เหมาะสมที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เติบโตไปพร้อมกับลูกค้าที่มีธุรกิจหลายหลาก บริการนี้จึงมีจุดเริ่มต้นจากการทดลองนำโซลูชันของ Horga Apartment ไปปรับใช้กับธุรกิจใหม่ นั่นคือพื้นที่เช่าในตลาด และได้ปรับปรุงจนกลายเป็นบริการใหม่ที่ได้รับการตอบรับที่ดี รวมถึง Horga Merchant แอปพลิเคชันสำหรับพ่อค้าแม่ค้า จัดการค่าเช่าและติดต่อผู้ดูแลได้จบในแอปเดียว และ Horga X ศูนย์รวมอุปกรณ์ IoT และบริการครบวงจรสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

    “หลังจากขยายหอพักทั่วประเทศแล้ว เราได้รับโอกาสจากตลาดไทติดต่อเข้ามาลองเป็นตลาดแรก ซึ่งเราใช้เวลาคลุกคลีประมาณปีกว่าก็คลอด Horga Market ออกมา พร้อมกับผู้ถือหุ้นเพิ่ม โดยเรายังพัฒนาแอปสำหรับผู้เช่า Horga Living และ Horga Merchant สำหรับพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงต่อยอด Horga X จับมือกับพาร์ตเนอร์ต่างๆ ปลั๊กอินการบริการ ซึ่งทั้งหมดรวมกันภายใต้แบรนด์ HORGA

    “เพื่อช่วยให้ธุรกิจของลูกค้าดีขึ้น การอยู่อาศัยของผู้เช่าและคอมมูนิตี้พ่อค้าแม่ค้าดีขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีอย่าง AI เข้ามาช่วยลดแรงลูกค้า และพัฒนาการจ่ายเงินหรือ payment ให้ cross กันได้ ซึ่งเรายังศึกษากฎหมายเตรียมโปรเจกต์การแบ่งโซนบางส่วนของหอพักเปลี่ยนให้เป็นรายวัน โดยเริ่ม sandbox ทดลองตึกแรกและกำลังจะทำเชน HORGA Nice หรือปัจจุบันเรามีการจับมือเชนกับพาร์ตเนอร์โรงแรม ซึ่งเราหาลูกค้าอะพาร์ตเมนต์ให้”

    ขณะเดียวกันยังวางแผนการดำเนินธุรกิจขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมอาคารหอพักและอะพาร์ตเมนต์มากกว่า 6,000 อาคารทั้งในประเทศและต่างประเทศ ด้วยเป้าหมายสร้างการเติบโตของรายได้เฉลี่ย 25% ต่อปีใน 4 ปีข้างหน้า พร้อมต่อยอดนวัตกรรมและบริการสู่กลุ่มตลาด พื้นที่ให้เช่า โรงแรมขนาดเล็ก และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทอื่นๆ เพื่อสร้างระบบนิเวศด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อมโยงเทคโนโลยี บริการ และโอกาสทางธุรกิจเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงรองรับการเติบโตของผู้ประกอบการในระยะยาว

    “เราเตรียมแผนขยายสาขาไปที่ลาว ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ซึ่งน่าจะเริ่มจากลาวก่อนเพราะระยะทางใกล้และภาษาง่ายกว่า ส่วนฟิลิปปินส์เป็นประเทศที่คุ้นเคยกับการใช้ซอฟต์แวร์และการใช้เทคโนโลยีต่างๆ รวมถึงเรามี CyberAgent Capital ประเทศญี่ปุ่นเป็นหนึ่งใน strategic investor ของเรา ทำให้มีโอกาสขยายธุรกิจไปญี่ปุ่น โดยเป้าหมายของเราต้องการเติบโตหลักร้อยล้าน และ IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์ mai ด้วยจุดแข็งด้านประสบการณ์และนวัตกรรมที่แตกต่างจากการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย และการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางพัฒนานวัตกรรม”

​

​

    ธนวิชญ์ปิดท้ายถึงเป้าหมายการยกระดับบทบาทขององค์กรจากผู้พัฒนาแพลตฟอร์มบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์สู่การเป็นผู้สร้างนวัตกรรมที่ช่วยขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งระบบ (real estate ecosystem) พร้อมสนับสนุนการเติบโตของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในระยะยาว

    “คีย์สำคัญที่สุดในการบริหารทีมคือ เราต้องเชื่อมั่นในทีมงานของเราว่าเขาทำได้ และทำได้ดีกว่าเรา โดยเราค่อยๆ จูนกับทีมงานว่า คำว่าช้า ไม่ทัน และเป็นไปไม่ได้ สำหรับเราคิดว่าทุกอย่างเป็นไปได้ เพราะเราเคยผ่านตรงนั้นมาก่อน ซึ่งหน้าที่ของเราต้องโฟกัสสิ่งที่ต้องทำก่อนและเลือกให้ได้ว่าอะไรจะไม่ทัน โดยเราเน้นผลลัพธ์ของงานมากกว่าเวลาการทำงาน เราต้องการคน work smart มากกว่า work hard ด้วยการสร้างวัฒนธรรมองค์กรใช้ work-life integration ไม่ใช่ใช้ work-life balance เราจะทำงานอย่างมีความสุขในการใช้ชีวิตได้อย่างไร ซึ่งทีมงานหลังบ้านและ CTO เราอยู่ออฟฟิศที่เชียงใหม่ ส่วนออฟฟิศกรุงเทพฯ เป็นทีมขาย โดยทุกปีจะรวมทีมกันเอาต์ติ้งปีละ 2 ครั้ง”




ภาพ: วรัชญ์ แพทยานันท์




​​​​​​​​เรื่องราวอื่นๆ ที่น่าสนใจ : ณฤดี เมฆภานุวัฒน์ ปักหมุดผู้นำคลีนบิวตี้

อ่านเรื่องราวธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนกันยายน 2569 ในรูปแบบ e-magazine

Forbes Thailand September 2026