Ricardo Guadalupe เล่าเรื่อง HUBLOT เรือนเวลาแห่งวงการกีฬาโลก - Forbes Thailand

Forbes Thailand

แรงบันดาลใจของผู้ใฝ่ความสำเร็จ

  • Home >
  • Forbes Life
  • People >
  • Ricardo Guadalupe เล่าเรื่อง HUBLOT เรือนเวลาแห่งวงการกีฬาโลก

Ricardo Guadalupe เล่าเรื่อง HUBLOT เรือนเวลาแห่งวงการกีฬาโลก

เอกรัตน์ สาธุธรรม

Ricardo Guadalupe ซีอีโอ HUBLOT แบรนด์นาฬิกาสปอร์ตหรูสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์ เยือนประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เพื่อโปรโมท HUBLOT หลากหลายรุ่นโดยเฉพาะรุ่นที่ทำจากวัสดุ sapphire พร้อมตอกย้ำแบรนด์นาฬิกาผู้ทรงอิทธิพลในวงการกีฬาแมตช์สำคัญระดับโลก ที่ล่าสุดไปอวดความแข็งแกร่ง เที่ยงตรงบนข้อมือกรรมการผู้ตัดสินใน FIFA World Cup 2018 ส่งผลให้ยอดขาย HUBLOT ทั่วโลกเพิ่ม 15%

Forbes Thailand มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษผู้บริหารหนุ่มใหญ่ที่ยังมีไฟในโลกแห่งเวลาอย่างล้นเหลือถึงเป้าหมายและภาพรวมของตลาดนาฬิกาหรู โดยเฉพาะความโดดเด่นของ HUBLOT ในด้านการนำวัสดุศาสตร์ซึ่งผ่านกระบวนการและเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาผลิตขึ้นเป็นตัวเรือนนาฬิกา ผนวกกับศาสตร์การผลิตนาฬิกาชั้นสูง ถ่ายทอดออกมาจนได้รับความนิยมในกลุ่มแฟนนาฬิกาทั่วโลก รวมถึงเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่วงการกีฬาโลกในแมตช์สำคัญๆ

ราว 40 นาทีของการสัมภาษณ์ Guadalupe ชื่นชมประเทศไทยว่าเป็นหนึ่งในตลาดนาฬิกาแบรนด์หรูที่มีความน่าสนใจ นอกเหนือจากความดีงามในเรื่องวัฒนธรรมอาหารการกิน ความเจิดจรัสของ HUBLOT ที่นี่ไม่แพ้ที่ใดในโลก ดึงดูดให้เขาต้องเดินทางมาพบปะกับเหล่าบรรดาสาวกวีไอพีของ HUBLOT ที่มีจำนวนไม่น้อยในไทยด้วยตัวเอง ในค่ำคืนปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Sapphire Night” ช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

“ไทยเป็นประเทศที่ผมชื่นชม ทั้งวัฒนธรรมอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยว เรามีแฟนๆ ของ HUBLOT ในไทยค่อนข้างมาก เป็นตลาดที่ยอดขายของ HUBLOT เติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคไทยให้ความสนใจและมีความรู้ความเข้าใจกลไก เทคนิคต่างๆในเรื่องของนาฬิกาเป็นอย่างดี ไทยถือเป็นตลาดที่น่าสนใจสำาหรับแบรนด์อื่นๆ ด้วยไม่ใช่เฉพาะ HUBLOT แบรนด์เดียว เป็นตลาดที่มีศักยภาพมาก”

Guadalupe โปรยยาหอมตลาดไทยพร้อมกับบอกว่า ไทยสำาคัญถึงขั้นเป็น Top 3 ของ HUBLOT ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เลยทีเดียว โดยเฉพาะในกลุ่มนาฬิกาหรูแนวสปอร์ต

กลุ่มเป้าหมายสำคัญของ HUBLOT คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ “HUBLOT คือ Young Brand for Young People ที่ผสานดีไซน์และความต่างที่ไม่เหมือนใครจากวัสดุที่หายาก และไม่มีใครคิดว่าจะสร้างเป็นตัวเรือนนาฬิกาได้ สู่ความงามที่เป็นเอกลักษณ์ความโปร่งใสในแบบไม่มีสี หรือในรุ่น Sapphire ที่มีการนำไปขึ้นรูปผ่านกระบวนการผลิตพิเศษเฉพาะจนทำให้เกิดสีสันที่มีความเฉพาะตัว อาทิ สีแดง สีน้ำเงิน สีดำา หรือสีชมพู ซึ่งเป็นสีใหม่ล่าสุดของปีนี้ แต่ละรุ่นล้วนสะท้อน ความสวยงามได้อย่างแตกต่างกันไปเรือนเวลาหลักของแมตช์กีฬาระดับโลก

Guadalupe เล่าว่า HUBLOT เป็นแบรนด์นาฬิกาที่อยู่คู่กับวงการกีฬามานาน สร้างชื่อจนโด่งดังและเป็นผู้นำาในเซกเมนต์ของ Luxury Sport Watch ด้วยการเป็นแบรนด์ผู้สนับสนุนหลักในแมตช์การแข่งขันกีฬาสำาคัญๆ ของโลก โดยเป็นผู้จับเวลาอย่างเป็นทางการของ FIFA World Cup, UEFA Champions League ทั้งในฐานะผู้สนับสนุนสโมสรฟุตบอลชั้นนำในลีกระดับโลกหลายๆ รายการรวมไปถึงเป็นแบรนด์แรกที่เปิดตัวแคมเปญ “Hublot Loves Football” อย่างยิ่งใหญ่ในช่วงการแข่งขัน FIFA World Cup เมื่อปี 2014 ที่ผ่านมา และการทำาแคมเปญร่วมกับนักกีฬาระดับโลกในแต่ละช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็น Usain Bolt, Dwyene Wade, Kobe Bryant ไปจนถึงเซเลบในวงการกีฬาอีกมากมาย

“HUBLOT จะเลือกแมตช์การแข่งขันกีฬาที่ต้องดีที่สุดเท่านั้น เช่น FIFA World Cup, European Cup, Champion League รวมทั้งเน้นสานสัมพันธ์กับสโมสรฟุตบอลชั้นนำในลีกต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะในยุโรป เราก็เป็นพาร์ทเนอร์กับทีมฟุตบอลดังที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกรู้จัก ทั้ง Chelsea, Bayern Munich, Juventus, Manchester United”

สำหรับในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย HUBLOT สร้างชื่ออีกครั้งด้วยการเปิดตัวนาฬิการุ่น The Big Bang Referee 2018 FIFA World Cup Russia ลิมิเต็ดเอดิชั่น จำานวน 2,018 เรือน และใช้โดยผู้ตัดสินในศึกฟุตบอลโลก ซึ่งส่งผลให้แบรนด์ HUBLOT เป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมในหมู่นักกีฬา และผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาในแนว Luxury Sport ทั่วโลก จน HUBLOT มียอดขายเพิ่มขึ้นทั่วโลก 15%

ความพิเศษของ HUBLOT บนข้อมือของกรรมการในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซีย คือการนับถอยหลังสู่การแข่งขัน และเมื่อเกมแรกเริ่มต้นขึ้น กรรมการจะได้รับการแจ้งเตือนถึงเวลาการแข่งขัน สถิติระหว่างเกม และนาฬิกาจะสั่นเตือนพร้อมกับคำาว่า GOAL ขึ้นบนหน้าจอทุกครั้งที่มีการยิงประตูเกิดขึ้น ซึ่งเป็นในลักษณะเฉพาะของ Smart Watch

ฟุตบอลโลกช่วยกระตุ้นแบรนด์ HUBLOT ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น ทำให้ยอดขายเราเพิ่มขึ้นทั่วโลก 15% ทุกคนทั่วโลกที่ดูการแข่งขันจะเห็นแบรนด์ของเรา ซึ่งยอดขายในเอเชียก็น่าจะมีตัวเลขที่เติบโตไม่ต่างกัน  Guadalupe บอกว่า แมตช์การแข่งขันต่อไปที่จะเห็นแบรนด์ของ HUBLOT ปรากฏตัวอีกครั้งคือฟุตบอล EURO 2020

หลังจากฟุตบอลโลกแล้ว กีฬาที่เราจะเป็นผู้สนับสนุนหลัก แน่นอนว่าต้องเป็นแมตช์การแข่งขันที่ดีที่สุด ไม่ใช่กีฬาอะไรก็ได้ ที่กำลังจะมาถึงคือฟุตบอล EURO 2020 รวมไปถึงฟุตบอลในระดับ Champion League ด้วยซึ่งเริ่มเดือนกันยายน เป็นอีกช่วงเวลาที่สร้างbrand awareness ให้เราได้เป็นอย่างดี

แม้ HUBLOT จะโดดเด่นในแวดวงของกีฬาแต่ในแง่ของตลาดรวมของนาฬิกาหรู แบรนด์สัญชาติสวิสรายนี้ก็มีความเจิดจรัส โด่งดังในแวดวงผู้นิยมสะสมนาฬิการะดับโลกด้วยเช่นกัน แม้ไม่ได้มีเส้นทางประวัติศาสตร์เป็นร้อยๆ ปี เหมือนนาฬิกาหรูแบรนด์อื่นเพราะ HUBLOT นับเป็นแบรนด์น้องใหม่ ที่มีอายุราวๆ 30 กว่าปีเท่านั้น หากเป็นแบรนด์ที่มีเส้นทางเดินของตัวเองที่น่าสนใจ จนกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่นักสะสมทั่วโลกอยากได้ไว้ครอบครอง

Guadalupe บอกว่าตลาดนาฬิกาหรูโดยภาพรวมทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10% ซึ่งเป็นการเติบโตเพิ่มขึ้น จากเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดใหญ่ที่เป็นตัวกระตุ้นคือผู้บริโภคในจีนที่ให้ความสนใจนาฬิกาหรูมาก ซึ่งจีนเป็นตลาดที่ใหญ่และน่าสนใจมากที่สุดในโลก สำหรับทุกแบรนด์

ตลาดไทยเองถือว่าเป็นตลาดที่ดีและมีศักยภาพมาก แม้ตลาดจะเล็กกว่าจีน แต่ก็ไม่สำคัญ เพราะคนไทยมี know-how ในเรื่องของนาฬิกาดีมากๆ

ซีอีโอ HUBLOT บอกว่า ตลาดใหญ่ของ HUBLOT อยู่ในประเทศญี่ปุ่น จีน และประเทศในแถบเอเชีย รวมถึงในยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง ปัจจุบัน HUBLOT มี boutique shop ขนาดใหญ่กระจายอยู่ทั่วโลก

สุดยอดวัสดุ “Sapphire”

จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์นาฬิกาหรูน้องใหม่อย่าง HUBLOT คือวัสดุที่นำมาเป็นส่วนหลักและส่วนประกอบของเรือนนาฬิกา ซึ่ง HUBLOT มักสร้าง ความเซอร์ไพร์สที่เหนือความคาดหมายอยู่เสมอ อย่างวัสดุ sapphire ซึ่งเป็นจุดแข็งสำคัญ ซีอีโอออกตัวว่ามีแค่ HUBLOT เท่านั้นที่ทำ และดีไซน์ออกมาได้อย่างสวยงามกลมกลืน

“Sapphire เป็นวัสดุที่เมื่ออยู่ในขั้นตอน การผลิตจะมีความยากมาก เพราะเป็นวัสดุที่ค่อนข้างแข็ง แต่นี่คือความ unique ที่สร้างความแตกต่างของ HUBLOT”

นวัตกรรมด้านวัสดุศาสตร์ที่ทาง HUBLOT คิดค้นและนำมาผสมผสานบนนาฬิกาของแบรนด์นั้น นอกจาก sapphire แล้วยังมียาง เซรามิก คาร์บอน เคฟลาร์ ทังสเตน ไทเทเนียม เซอร์โคเนียม แทนทาลัม แมกนีเซียม เป็นต้น รวมไปถึงวัสดุล้ำค่าอย่าง ทองคำ เหล็ก เพชร และอัญมณีด้วย

เมื่อถามถึงแนวทางการทำตลาด Guadalupe บอกว่า HUBLOT เน้นทำตลาดจากแคมเปญระดับโลก และดึงมาทำการตลาดต่อในประเทศต่างๆ ขณะที่แต่ละประเทศก็สามารถสร้างสรรค์กิจกรรมการตลาดที่เป็นของตัวเองได้

ทุ่มเทอาร์แอนด์ดี

Guadalupe เผยว่า HUBLOT ใช้งบในการทำวิจัยและพัฒนา รวมถึงการดีไซน์เรือนนาฬิกาโดยภาพรวมๆ เป็นจำนวนไม่น้อยในแต่ละปีเป็นล้านๆ ดอลลาร์ เขากล่าวกลั้วเสียงหัวเราะ หรืออย่างน้อยๆ ต้องมี 5% ของรายได้รวม ศูนย์อาร์แอนด์ดีที่ใหญ่ที่สุดของ HUBLOT อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ Message สำคัญของ HUBLOT ที่มักถูก ถ่ายทอดผ่านตัวชิ้นงานนาฬิกา คือ The Art of Fusion ซึ่งเป็นปรัชญาที่โดดเด่น เป็นการผสมผสานความต่างของวัสดุและสไตล์ในแบบ Traditional และความเป็น Innovation ไว้ ด้วยกัน นำมาสู่จุดแข็ง เช่น การผสมผสานทองเข้ากับยางธรรมชาติ กลายเป็นโลหะผสมชนิดใหม่ ที่มีทั้งความพิเศษในคุณลักษณะและคุณสมบัติอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับโลกของนาฬิกามาก่อน

 

ภาพ: PMT The Hour Glass


คลิกอ่านบทความฉบับเต็มของ “Ricardo Guadalupe เล่าเรื่อง HUBLOT เรือนเวลาแห่งวงการกีฬาโลก” ได้จากนิตยสาร Forbes Thailand ฉบับเดือนพฤศจิกายน 2561

BACK TO TOP